ภูมิธรรม ไม่ขอก้าวล่วง ทักษิณ หลังบอกอนาคตอาจกลืนเลือดร่วมงาน ภท. มองขึ้นกับสถานการณ์
ภูมิธรรมลงพื้นที่ศรีสะเกษเปิดงาน ชรบ.ปัดไร้นัยการเมืองเอี่ยวเลือกตั้งซ่อม ไม่ขอก้าวล่วง ‘ทักษิณ’ หลังบอกอนาคตอาจต้องกลืนเลือดร่วมงานภูมิใจไทย ชี้ขึ้นกับสถานการณ์หากจำเป็นอย่างยิ่งยวดของประเทศ ติง ‘อนุทิน’ ทุกวันนี้พูดเกินเลย
นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะรักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีการลงพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ วันนี้มีนัยทางการเมืองหรือไม่ ว่าขอให้ไปถามนายอนุทิน ชาญวีรกูล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เพราะทั้งหมดนายอนุทิน เป็นคนจัด ตนเพียงมาเปิดงานของชุดรักษาความปลอดภัยบ้าน (ชรบ.) เท่านั้น และตอนแรกจะเปลี่ยนจังหวัด แต่ไม่สามารถเปลี่ยนได้ เนื่องจากมีการเบิกจ่ายงบประมาณไปบ้างแล้ว ตนจึงบอกว่าไม่เป็นไร เพราะมาทำงานตามหน้าที่รักษาการนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่รับผิดชอบเรื่องนี้ และไม่กลัวว่าจะเป็นเกมการเมืองอะไร
ส่วนการเลือกตั้งซ่อม สส.เขต 5 จ.ศรีสะเกษ ซึ่งเป็นพื้นที่เดิมของพรรคเพื่อไทย ในฐานะที่เป็นรักษาการนายกรัฐมนตรีจะลงพื้นที่ช่วยหาเสียงหรือไม่ นายภูมิธรรมกล่าวว่า ในฐานะที่เป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย ตนคงจะลงพื้นที่ แต่ต้องหาโอกาสและต้องจัดการให้ถูกต้องตามกฎหมาย ดูเวลาที่เหมาะหากอยู่ในเวลาราชการก็จะลา
เมื่อถามย้ำว่า แสดงว่ามีแผนที่จะลงพื้นที่ช่วยผู้สมัครหาเสียงช่วงวันหยุดอยู่ใช่หรือไม่ นายภูมิธรรมกล่าวว่า ไม่ได้มีแผน แต่ต้องดูงานของกระทรวง เพราะตอนนี้งานกระทรวงยังเป็นงานที่จำเป็น ซึ่งวันนี้ที่ลงพื้นที่เพราะเป็นเรื่องของการแก้ไขปัญหายาเสพติด
เมื่อถามย้ำว่าหนึ่งเสียงมีความสำคัญกับรัฐบาล เนื่องจากเป็นรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำจึงต้องรักษาฐานที่มั่นให้ได้ใช่หรือไม่ นายภูมิธรรมกล่าวว่าทุกเสียงมีความสำคัญกับทุกพรรคการเมือง
ส่วนนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะลงไปช่วยผู้สมัครหาเสียงหรือไม่ นายภูมิธรรมกล่าวว่าขอให้ไปถามนายทักษิณเอง
ส่วนอนาคตจะมีโอกาสกลับมาจับมือกับพรรคภูมิใจไทย (ภท.) หรือไม่ เนื่องจากก่อนหน้านี้นายทักษิณเคยระบุเอาไว้ว่าการเมืองขณะนี้อาจต้องมีการกลืนเลือดหลายปี๊บ นายภูมิธรรมกล่าวว่าเป็นทรรศนะของนายทักษิณ ตนไม่ขอก้าวล่วง แต่การเมืองต้องดูสถานการณ์
ณ ขณะนั้น ถ้าเป็นความจำเป็นอย่างยิ่งยวดของประเทศชาติ พรรคเพื่อไทยก็จำเป็นต้องกลืนเลือด แต่โดยรวมเราไม่ร่วม ที่มาพูดทุกวันนี้เป็นการพูดที่เกินเลยอย่างนายอนุทินก็พูดจะได้เปอร์เซ็นต์อะไร เป็นการพูดที่เกินเลยและโกหก ความเป็นจริงเป็นอย่างไรนายอนุทินรู้อยู่ เชื่อว่าผู้สื่อข่าวกระทรวงมหาดไทยก็พอทราบ ที่ตนจะจัดการหลายเรื่องที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจนำไปสู่ความผิดได้
“ผมจะตรวจสอบอย่างเข้มข้น โดยไม่ได้มีการไม่พอใจอะไร ถือว่าเป็นการทำหน้าที่คุณอนุทิน หากทำงานอย่างตรงไปตรงมาก็ไม่ต้องกังวลและไม่ต้องกลัว ไม่ต้องกระโตกกระตากให้คนรู้ รู้อยู่แก่ใจอยู่แล้ว”