เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
SD ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
เศรษฐกิจภูมิภาค เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
ดูทั้งหมด

อินโดฯเผย นับเป็นการต่อสู้ที่ไม่ธรรมดา กว่าจะบรรลุดีล ‘ภาษีทรัมป์’

17 ก.ค. 2568 | 07:23น.
ข้อมูลเผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ 17 ก.ค. 2025 เวลา 07.23น.และอัพเดตล่าสุดเมื่อเวลา 15.40 น.

ทางการอินโดนีเซียระบุว่า การบรรลุข้อตกลงการค้ากับสหรัฐถือเป็นการต่อสู้ที่ไม่ธรรมดา หลังจากภาษีแบบต่างตอบโต้เหลือ 19%  จาก 32% 

ซีเอ็นเอ็น (CNN) และรอยเตอร์ (Reuters) รายงานว่า เกือบ 24 ชั่วโมงหลังจากที่โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐประกาศบรรลุข้อตกลงการค้า รัฐบาลอินโดนีเซียก็ยืนยันข้อตกลงดังกล่าว โดยระบุว่าประธานาธิบดีปราโบโว ซูเบียนโต ผู้นำอินโดนีเซียได้เจรจากับทรัมป์โดยตรงทางโทรศัพท์ ซึ่งรัฐบาลอินโดนีเซียเรียกการเจรจานี้ว่าเป็นการต่อสู้ที่ไม่ธรรมดา

“นี่เป็นการต่อสู้ที่ไม่ปกติและโลดโผนของทีมเจรจาเรา ซึ่งนำโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงประสานงานด้านเศรษฐกิจ” ฮัสซัน นาสบี โฆษกของประธานาธิบดีอินโดนีเซีย กล่าวเมื่อ 16 กรกฎาคม

นาสบีกล่าวว่าอัตราภาษีศุลกากรของอินโดนีเซียต่ำกว่าประเทศอื่น ๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างมาก หลังเจรจาต่อรองจนเหลือ 19%

“เราตกลงกันไว้ลดจาก 32% ถ้าผมจำไม่ผิด เหลือ 19% … ในตอนนั้นผมยังอยู่ในขั้นตอนการเจรจา แต่ผมต้องบอกว่าเขาเป็นนักเจรจาที่แข็งแกร่ง เหนียวเคี้ยวยากเลยทีเดียว” ปราโบโว ซูเบียนโต ประธานาธิบดีอินโดนีเซียกล่าวกับนักข่าวเมื่อหลังจากสนทนาทางโทรศัพท์กับทรัมป์

ปราโบโว ซึ่งเดินทางกลับจากการเยือนต่างประเทศ รวมถึงไปบราซิลเพื่อเข้าร่วมการประชุม BRICS กล่าวว่าเขาได้พูดคุยกับทรัมป์แล้ว และกล่าวเสริมว่า แม้เขาจะเข้าใจมุมมองของสหรัฐในการเจรจา แต่ “เราได้เสนอข้อเสนอไปแล้ว เราไม่สามารถให้มากกว่านี้ได้”

ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีอินโดนีเซียโพสต์ข้อความบนอินสตาแกรม ว่าทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องและสรุปที่จะยกระดับความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างอินโดนีเซียและสหรัฐอเมริกาสู่ยุคใหม่แห่งผลประโยชน์ร่วมกันระหว่างสองประเทศที่ยิ่งใหญ่

ดัชนีหุ้นจาการ์ตา JKSE เพิ่มขึ้นมากถึง 0.8% ในวันพุธที่ 16 กรกฎาคม หลังจากข้อตกลงดังกล่าว ซึ่งธนาคารกลางอินโดนีเซียระบุว่าจะเป็นตัวกระตุ้นเชิงบวกต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ดัชนี JKSE เพิ่มขึ้น 10% นับตั้งแต่ต้นเดือนเมษายน

ธนาคารกลางอินโดนีเซียได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงลง 25 จุดพื้นฐาน เหลือ 5.25% ในการประชุมนโยบายการเงินเดือนกรกฎาคม 2025 ซึ่งสอดคล้องกับที่ตลาดคาดการณ์ไว้ โดยระบุว่าข้อตกลงดังกล่าวจะส่งผลดีต่อการส่งออกและการเติบโตทางเศรษฐกิจของชาติหมู่เกาะแห่งนี้ และจะสร้างความมั่นใจให้กับตลาดการเงิน

รายงานของ Capital Economics ระบุว่าการปรับลดอัตราดอกเบี้ยอาจเกิดขึ้นได้อยู่แล้ว แต่ข้อตกลงการค้าช่วยขจัดปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดความไม่แน่นอน

“แม้ว่ารายละเอียดจะยังน้อยอยู่ แต่ดูเหมือนว่าจะคล้ายกับที่ตกลงกับเวียดนาม โดยมีเป้าหมายหลักคือการปราบปรามการเปลี่ยนเส้นทางการค้าจากจีนอีกครั้ง” รายงานระบุ

ถือเป็นการประกาศข้อตกลงการค้าครั้งที่ 4 ของทรัมป์ในรอบสามเดือน ก่อนหน้านี้เขาเคยสัญญาว่าจะทำข้อตกลงกับคู่ค้าของสหรัฐหลายสิบฉบับในช่วงเวลาดังกล่าว แต่กลับกลายเป็นว่ายากที่จะบรรลุข้อตกลง

1 ใน 4 ข้อตกลงที่ทรัมป์ประกาศก่อนหน้านี้คือ ข้อตกลงกับเวียดนามเมื่อต้นเดือนนี้ ซึ่งโพสต์บน Truth Social ในลักษณะเดียวกัน แต่รัฐบาลเวียดนามยังไม่ได้ประกาศข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อตกลงดังกล่าว

ข้อตกลงการค้ากับอินโดนีเซียเกิดขึ้นก่อนกำหนดเส้นตายวันที่ 1 สิงหาคม โดยฝ่ายสหรัฐลดภาษีต่างตอบโต้ให้อินโดนีเซียเหลือ 19% จาก 32% ส่วนสหรัฐได้เข้าตลาดอินโดนีเซียโดยปลอดภาษี หรือภาษี 0%

ในส่วนภาษีขนถ่ายสินค้าหรือภาษีทางผ่าน (Transshipment) ผู้นำสหรัฐระบุว่า หากประเทศใดใช้อินโดนีเซียเป็นทางผ่าน จะถูกเรียกเก็บภาษีในอัตราที่สูงกว่า โดยมีข้อกำหนดว่า หากประเทศใด ๆ ก็ตามที่มีอัตราภาษีต่างตอบโต้สูงกว่าได้ใช้อินโดนีเซียเป็นทางผ่าน หรือสวมสิทธิ สหรัฐจะเรียกเก็บภาษีสินค้านั้นตามอัตราของประเทศนั้น ๆ รวมเข้ากับอัตราภาษีที่อินโดนีเซียจะต้องจ่าย

ยิ่งกว่านั้นตามข้อตกลงสหรัฐได้ผลประโยชน์กล่าวคือ อินโดนีเซียซื้อพลังงานสหรัฐมูลค่า 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์ (ราว 480,000 ล้านบาท) ซื้อผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรมูลค่า 4.5 พันล้านดอลลาร์ (ราว 146,000 ล้านบาท) ซื้อเครื่องบินโบอิ้งอีก 50 ลำ โดยมีจำนวนมากที่เป็นโบอิ้ง 777 รวมถึงเจ้าของฟาร์มปศุสัตว์ เกษตรกร และชาวประมงสหรัฐจะสามารถเข้าถึงตลาดของอินโดนีเซียได้ทั้งหมดที่มีประชากร 280 ล้านคน

ทางด้านทรัมป์ระบุว่า สหรัฐได้บรรลุขั้นสุดท้ายของข้อตกลงการค้ากับประเทศอินโดนีเซียเมื่อช่วงเช้าของวันที่ 15 กรกฎาคม เวลาท้องถิ่น และได้พูดคุยกับประธานาธิบดีอินโดนีเซียแล้ว โดยข้อตกลงครั้งประวัติศาสตร์นี้จะเปิดตลาดทั้งหมดของอินโดนีเซียให้แก่สหรัฐเป็นครั้งแรก