เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
กอช. จับมือ AIS แจกใหญ่ ออมเงินรับพอยต์ รัฐช่วยสมทบสะสมสูงสุด 100%
Finance กอช. จับมือ AIS แจกใหญ่ ออมเงินรับพอยต์ รัฐช่วยสมทบสะสมสูงสุด 100%
“ศุภจี” ชูปฏิรูปการแข่งขัน กขค.จับตา GP แพลตฟอร์ม สั่งบางรายชะลอขึ้น 6 เดือน
Economic “ศุภจี” ชูปฏิรูปการแข่งขัน กขค.จับตา GP แพลตฟอร์ม สั่งบางรายชะลอขึ้น 6 เดือน
ธรรมนัส ย้ำ ‘อนุทิน’ ยังเป็นเพื่อน ให้โอกาส รบ.ทำงาน ปัดตอบดีล “น้ำเงิน-เขียว”
Politics ธรรมนัส ย้ำ ‘อนุทิน’ ยังเป็นเพื่อน ให้โอกาส รบ.ทำงาน ปัดตอบดีล “น้ำเงิน-เขียว”
ท็อปส์ เปิดยุทธภูมิเกาะช้าง ปักธงท็อปส์ เดลี่ 3 สาขารวด ชิงกำลังซื้อ 3 ทำเลสำคัญ
Business ท็อปส์ เปิดยุทธภูมิเกาะช้าง ปักธงท็อปส์ เดลี่ 3 สาขารวด ชิงกำลังซื้อ 3 ทำเลสำคัญ
พาณิชย์ รุกเมืองซานซี เปิดทางทุเรียน มังคุด ลำไย มะพร้าวเข้า DX Supermarket
Economic พาณิชย์ รุกเมืองซานซี เปิดทางทุเรียน มังคุด ลำไย มะพร้าวเข้า DX Supermarket
“ศุภจี” ถก ITOCHU ดันไทย–ญี่ปุ่นสู่ Co-Creation ปักธงอุตสาหกรรมอนาคต-ห่วงโซ่มูลค่าสูง
Economic “ศุภจี” ถก ITOCHU ดันไทย–ญี่ปุ่นสู่ Co-Creation ปักธงอุตสาหกรรมอนาคต-ห่วงโซ่มูลค่าสูง
“สมศักดิ์” เร่งขับเคลื่อนนโยบายเกษตร ดันเพิ่มมูลค่าสินค้า-ยกระดับสหกรณ์ 1.09 หมื่นแห่ง
Economic “สมศักดิ์” เร่งขับเคลื่อนนโยบายเกษตร ดันเพิ่มมูลค่าสินค้า-ยกระดับสหกรณ์ 1.09 หมื่นแห่ง
“หอการค้าไทย” ชี้ ก.ย.-ต.ค. จุดเปลี่ยนเศรษฐกิจ จับตาการเมือง-น้ำมัน-ART ก่อนเชื่อมั่นฟื้นต่อ
Economic “หอการค้าไทย” ชี้ ก.ย.-ต.ค. จุดเปลี่ยนเศรษฐกิจ จับตาการเมือง-น้ำมัน-ART ก่อนเชื่อมั่นฟื้นต่อ
ตลาดหลักทรัพย์ฯ เร่งปลุก IPO ไทย หั่นเวลาเข้าเทรดเหลือ 90 วัน ลุ้นปี’70 ฟื้น
Finance ตลาดหลักทรัพย์ฯ เร่งปลุก IPO ไทย หั่นเวลาเข้าเทรดเหลือ 90 วัน ลุ้นปี’70 ฟื้น
“เบอร์เกอร์คิง” แก้เกมทัวริสต์วูบ สปีดไซซ์เล็กเจาะในประเทศ ดึง “ดราก้อนบอล” ดันยอด
Business “เบอร์เกอร์คิง” แก้เกมทัวริสต์วูบ สปีดไซซ์เล็กเจาะในประเทศ ดึง “ดราก้อนบอล” ดันยอด
ดูทั้งหมด

เผ่าภูมิ ชี้รัฐเตรียมอัดแพ็กเกจการเงิน-การคลัง รับมือภาษีสหรัฐ

17 ก.ค. 2568 | 20:42น.
เผ่าภูมิ โรจนสกุล

เผ่าภูมิเผยรัฐบาลเตรียมมาตรการทั้งด้านการเงินและการคลังรับมือภาษีสหรัฐ บรรเทาผลกระทบต่อภาคการส่งออก

นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ขณะนี้รัฐบาลเตรียมมาตรการทางการคลังและการเงินชุดใหญ่ เพื่อรับมือผลกระทบจากภาษีนำเข้าของสหรัฐ พร้อมกระตุ้นกำลังซื้อและพัฒนาเศรษฐกิจไทยอย่างรอบด้าน ซึ่งมาตรการต่าง ๆ จะดูแลผู้ได้รับผลกระทบทั้ง 3 กลุ่ม ได้แก่ ผู้ส่งออก ซัพพลายเชน และแรงงานในภาคส่งออก

ขณะเดียวกัน ฝั่งผู้ผลิตในประเทศ ซึ่งได้รับผลกระทบจากสินค้านำเข้าที่มีการแข่งขันสูง รัฐบาลก็เตรียมมาตรการดูแลเช่นกัน เพื่อรักษาสมดุลทั้งฝั่งผู้ผลิตและผู้บริโภคในประเทศ

ในส่วนของมาตรการทางการเงิน กระทรวงการคลังเตรียมวงเงิน Soft Loan วงเงิน 200,000 ล้านบาท ผ่านธนาคารออมสิน เพื่อปล่อยกู้ดอกเบี้ยต่ำให้กับธนาคารพาณิชย์และธนาคารของรัฐ นำไปสู่การปล่อยสินเชื่อใหม่ และปรับโครงสร้างหนี้ให้ผู้ประกอบการ

“สินเชื่อจะเชื่อมโยงกับการปรับโครงสร้างการส่งออกและการหาตลาดใหม่ เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถปรับตัวได้ในสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง” นายเผ่าภูมิกล่าว

ขณะที่ด้านมาตรการทางการคลัง รัฐบาลได้อนุมัติงบประมาณกระตุ้นเศรษฐกิจ วงเงิน 157,000 ล้านบาท โดยผ่าน ครม.แล้วกว่า 115,000 ล้านบาท ใช้ลงทุนในโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดเล็กที่กระจายตัวในภูมิภาค เช่น การคมนาคมและระบบชลประทาน เพื่อสร้างการจ้างงานและกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากให้เข้มแข็ง

พร้อมเตรียมไทยเป็นศูนย์กลางการเงินระดับภูมิภาค อีกหนึ่งกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่รัฐบาลเดินหน้า คือการจัดตั้ง “Financial Hub” หรือศูนย์กลางทางการเงิน โดยมีการร่างกฎหมายเฉพาะ สร้างองค์กรกำกับดูแล และระบบการอนุญาตแบบใหม่ เพื่อดึงดูดเงินทุนจากทั่วโลก

“ทุนวิ่งเข้าหาผลตอบแทนสูง ทำธุรกิจง่าย และกฎหมายที่เอื้อ เรากำลังออกแบบระบบทั้งหมดให้รองรับการเป็น Financial Hub อย่างเป็นระบบ” นายเผ่าภูมิกล่าว

Advertisement

นอกจากนี้ รัฐบาลยังมีแผนแก้ไขหนี้ครัวเรือนทั้งในระบบและนอกระบบ โดยร่วมมือกับกระทรวงมหาดไทยในการดึงหนี้นอกระบบเข้าสู่ระบบที่สามารถควบคุมได้

พร้อมทั้งเตรียมมาตรการเปิดรับเม็ดเงินใหม่จากต่างประเทศ โดยเฉพาะคริปโตเคอร์เรนซีของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ซึ่งเป็นช่องทางใหม่ในการกระตุ้นเศรษฐกิจไทย โดยไม่ต้องพึ่งพางบประมาณแผ่นดิน

นายเผ่าภูมิกล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับ Soft Power โดยเชื่อว่าคนไทยมีศักยภาพซ่อนอยู่จำนวนมาก และรัฐบาลต้องเข้าไปมีบทบาทเชิงรุกในการช่วยดึงศักยภาพเหล่านั้นออกมา เพื่อสร้างรายได้และเศรษฐกิจใหม่ให้ประเทศ

สำหรับการเจรจาข้อตกลงทางการค้าระหว่างประเทศ โดยเฉพาะในเรื่องของภาษีนำเข้าสหรัฐนั้น สิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่แค่การได้เรตภาษีที่ต่ำที่สุด แต่คือ ประเทศต้องได้ดีลที่ดีที่สุด โดยพิจารณาจากผลได้ผลเสียในภาพรวมของทุกภาคส่วนในประเทศ ไม่ว่าจะเป็นผู้ส่งออก เกษตรกร ภาคปศุสัตว์ หรือผู้ผลิตในประเทศ

“เราต้องดูว่าประเทศได้อะไร และเสียอะไร ไม่ใช่ดูแค่กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง คนที่ได้เรตดีที่สุดอาจจะไม่ใช่ผู้ชนะ แต่ผู้ชนะคือคนที่ประเทศได้ดีลที่ดีที่สุด” นายเผ่าภูมิกล่าว

โดยในการเจรจาด้านภาษี ต้องมองทั้ง 2 ด้าน ฝั่งหนึ่งคือผู้ส่งออกที่ได้รับผลกระทบจากภาษีนำเข้า อีกฝั่งคือผู้ผลิตในประเทศที่อาจได้รับผลกระทบจากการเปิดตลาด ทั้งสองส่วนต้องหาจุดสมดุลให้ได้มากที่สุด เพื่อประโยชน์สูงสุดของประเทศ โดยทีมเจรจาไทยแลนด์ที่นำโดยนายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กำลังดำเนินงานตามแนวทางนี้

นายเผ่าภูมิกล่าวถึงกรณีประเทศเวียดนาม ที่หลายฝ่ายยกเป็นตัวอย่างว่าได้รับเรตภาษีนำเข้าสหรัฐเพียง 20% ว่าข้อมูลที่เข้าใจกันโดยทั่วไปอาจไม่ครบถ้วน เพราะความจริงแล้วเวียดนามมี 2 เรต คือ 20% และ 40% ขึ้นอยู่กับ “RVC” หรือ Regional Value Content ซึ่งหมายถึงสัดส่วนของการผลิตที่เกิดขึ้นในภูมิภาค

“ถ้าสินค้ามีการผลิตในภูมิภาคมากพอก็จะได้เรต 20% แต่ถ้าไม่ถึงเกณฑ์ก็เสียภาษี 40% ซึ่งในความเป็นจริง สินค้าจากเวียดนามส่วนใหญ่เสีย 40% เพราะโครงสร้างอุตสาหกรรมของเขายังไม่ลึกเท่าประเทศไทย” นายเผ่าภูมิกล่าว

ซึ่งเศรษฐกิจไทยถือว่า “Mature” หรือพัฒนาแล้วมากกว่าเวียดนาม มีห่วงโซ่อุปทานที่ลึกกว่า และใช้ Local Content มากกว่า ซึ่งหากเจรจาได้เรตภาษีเดียวกัน ประเทศไทยจะได้เปรียบในเชิงโครงสร้างการผลิต

ทั้งนี้ เวลาพิจารณาว่าดีลไหนดีที่สุด ต้องมองให้ลึกว่าประเทศนั้นได้อะไรและเสียอะไร ไม่ใช่มองแค่ตัวเลขภายนอก และการเจรจาของไทยในอนาคต หากต้องมี 2 เรตเช่นเดียวกับเวียดนาม สิ่งสำคัญคือการต่อรอง เส้นแบ่งของ RVC ว่าจะอยู่ที่ระดับใด เพื่อให้ไทยได้ประโยชน์มากที่สุดในเชิงโครงสร้าง