อธิการบดี ม.เกริก ชี้ ถ้าปรารถนาดีต่อไทย หวังจุดแข็งจีน ช่วยลดเหลื่อมล้ำ ให้ชาวบ้านได้ประโยชน์
หมอกระแส อธิการบดีมหาวิทยาลัยเกริก ชี้ถ้าปรารถนาดีต่อไทย – เห็นโอกาสสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้น หวังจีนช่วยลดเหลื่อมล้ำในชนบท ให้ชนบทได้ประโยชน์
วันที่ 22 กรกฎาคม 2568 ที่เพลนารีฮอลล์ 1 (Plenary Hall 1) ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เขตคลองเตย กรุงเทพฯ ในวาระของการครบรอบ 50 ปีแห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีน เครือมติชน จัดงาน Exclusive Dinner Talk 50 ปี ไทย-จีน The Golden Road : From Now to Eternity
ทั้งนี้ เพื่อร่วมเฉลิมฉลอง 50 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีน ตลอดเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา เครือมติชนได้จัดกิจกรรม อาทิ จัดพิมพ์ฉบับพิเศษ 50 ปี ไทย-จีน เผยแพร่เมื่อ 1 กรกฎาคมที่ผ่านมา, จัดรายการสัมภาษณ์พิเศษทางมติชนทีวี, จัดทำเว็บเพจเสนอข่าวเฉลิมฉลอง 50 ปี ความสัมพันธ์โดยเฉพาะ, จัดสัมมนาเกี่ยวกับไทยและจีน 3 วัน และจัดเวิร์กช็อปเมื่อ 11-13 กรกฎาคมที่ผ่านมา ณ True Digital Park รวมถึงกิจกรรมส่งท้ายในครั้งนี้
สำหรับบรรยากาศภายในงานมี นายอู๋ จื้ออู่ อุปทูตรักษาการแทนเอกอัครราชทูต สาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย, นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย, นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานอาวุโสหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย, นายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี และ นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโส บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด ร่วมขึ้นเวที
เวลา 16.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศ แขกแขกผู้มีเกียรติ ทั้งผู้แทนสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีน รัฐบาลไทย และภาคธุรกิจที่มีส่วนสัมพันธ์กับประเทศจีน ทยอยเดินทางมาลงทะเบียนเข้าร่วมอย่างคับคั่ง พร้อมร่วมถ่ายภาพที่แบ๊กดรอป
นพ.กระแส ชนะวงศ์ อธิการบดี มหาวิทยาลัยเกริก กล่าวถึงการที่มติชนและทีมงาน นำเสนอเรื่องราวที่เกี่ยวกับความสัมพันธ์ไทย-จีน ถือเป็นเรื่องสำคัญอย่างมาก
ซึ่งความจริงเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างไทยจีนมีความสำคัญมานานแล้ว การที่เราพูดกันว่า ‘ไทยจีนไม่ใช่อื่นไกลพี่น้องกัน‘ ตอนหลังมานี้ความสัมพันธ์ระหว่างกันยิ่งมีมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สี จิ้นผิง ประธานาธิบดีของจีน และ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ทรงเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างไทย – จีน ให้มั่นคงแข็งแรงมากยิ่งขึ้น
“ประธานาธิบดี สี จิ้นผิงได้ถวายรางวัลเกียรติยศสูงสุดของประเทศ แด่ กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ซึ่งมีความหมายถึง ความรัก ความผูกพันและความร่วมมือระหว่างกันที่จะยิ่งแน่นแฟ้นและหนักแน่นมากยิ่งขึ้น“
“ชีวิตผมมีส่วนโชคดี ที่เป็นแพทย์ 1 ใน 16 คนจากแพทยสมาคมแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ที่ได้รับเชิญจากสมาคมแพทย์ของจีน ในนามรัฐบาลจีน ก่อนที่จะมีการเสริมสร้างความสัมพันธ์อย่างเป็นทางการระหว่าง 2 ประเทศ ”
“ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างมากและเป็นความทรงจำที่ดีอย่างยิ่ง แต่จุดสำคัญที่อยากจะย้ำคือ ว่าคนจีนที่รู้สึกว่าจะให้ความรัก ความใกล้ชิดกับไทยมากขึ้น แต่ความจริงจากการสำรวจเมื่อเร็วๆ นี้ คนในโลกทุกวันนี้มีตะวันตก ทั้งอเมริกา ยุโรป 30-50% ที่มีความรัก สนใจในประเทศจีนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เมื่อมาสำรวจในประเทศไทย พบว่ากว่า 80% รักและชอบคนจีน” นพ.กระแสกล่าว และว่า
เรื่องนี้เข้าใจว่าคนจริงก็คงได้ยินข่าว ได้ทราบว่าคนไทยให้ความสำคัญอย่างมาก อะไรที่เป็นคนจีนมาลงทุน ทั้งธุรกิจ อุตสาหกรรม การค้า หรือแม้กระทั่งการศึกษา คนไทยก็ให้การยอมรับและยกย่อง ยิ่งในยุคนี้ การศึกษาทางด้าน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มีความสำคัญยิ่งขึ้น

“ผมมองว่าการพูดถึงความสัมพันธ์ 50 ปีไทย-จีน จะเป็นส่วนที่ช่วยกระตุ้นว่าความสัมพันธ์นี้คงจะต้องมีเพิ่มมากขึ้น ที่สุดของที่สุดคือ ท่านประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ได้พูดไว้เมื่อ 2 ปีก่อน ในการประชุมเอเปค ว่าในความร่วมมือกันนั้นน่าจะต้องพูดถึงซัก 3 คำคือ 1. OPEN ต้องเปิดใจ เปิดเผย ไม่มีเบื้องหน้าเบื้องหลังต่อกัน 2. Network ต้องมีการร่วมมือ สัมพันธ์ แลกเปลี่ยนความรู้ความคิดบุคลากรทางการศึกษาและการเมืองด้วย 3.Balance หมายความว่า ทุกฝ่ายจะต้องได้ประโยชน์อย่างเท่าเทียมร่วมกัน ไม่เอาเปรียบกัน
“ผมก็หวังว่าความคิดแบบนี้ จะทำให้พวกเราคนไทยมีความมั่นใจมากขึ้น แล้วก็เชื่อว่าจีนจะปฏิบัติอย่างนั้นจริงๆ“ นพ.กระแสกล่าว
มองก้าวต่อไปในปีที่ 51 การค้าการลงทุนด้านไหนที่อยากให้เกิดขึ้นเร็วที่สุด ไทยควรเร่งพัฒนาต่อไป ?
นพ.กระแสเผยว่า ต้องยอมรับว่าประเทศไทยในวันนี้ คือปัญหาการด้อยโอกาสของผู้คนในชนบท ซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ ยังเป็นปัญหาที่เราห่วงใย ดังนั้นถ้าจะมีความร่วมมืออะไรกับประเทศจีนควรจะมุ่งเน้นในเรื่องการส่งเสริมพัฒนาชนบทให้ดียิ่งขึ้น
”ทั้งการศึกษา การทำมาหากิน ฉะนั้น การที่จะทำศูนย์อุตสาหกรรม หรือการลงทุนรูปแบบใด ให้คิดถึงปัญหาที่จะทำให้ชาวชนบทได้ประโยชน์ด้วย โดยเฉพาะการศึกษา ซึ่งผมเชื่อมานานแล้ว และก็หวังว่าโอกาสที่เราจะร่วมมือกับจีน
เชื่อว่าคนในชนบท เสียเปรียบในการพัฒนาในด้านต่างๆ โอกาสทางการศึกษา การแพทย์ การทำงาน บางทีผมก็ทำการศึกษามักจะย้ำอยู่เสมอว่า ‘การศึกษาของชาวชนบท คืออนาคตของประเทศไทย’ เมื่อเรารู้จุดตรงนี้ ถ้าประเทศจีนจะร่วมมือกับเรา รักเรา ปรารถนาดีต่อเรา ก็ต้องส่งเสริมอะไรที่ทำให้คนไทยในชนบทเข้มแข็ง เพราะว่าในชนบทของประเทศจีนผู้คนเข้มแข็งขึ้นอย่างมาก ผมรู้สึกว่าเราได้ตัวอย่างและความร่วมมือกับจีนแบบนี้ ยิ่งต้องย้ำความสัมพันธ์ว่าเรายังห่วงใยคนส่วนใหญ่ที่อยู่ในชนบท“ นพ.กระแสกล่าว