ออซซี่ ออสบอร์น เจ้าชายแห่งรัตติกาล ปิดตำนานเฮฟวี่เมทัล
ออซซี่ ออสบอร์น
ปิดตำนานเฮฟวี่เมทัล “ออซซี่ ออสบอร์น” เจ้าชายแห่งรัตติกาล นักร้องนำวง “แบล็ค ซับบาธ” เสียชีวิตในวัย 76 ปี หลังเพิ่งขึ้นคอนเสิร์ตอำลาอย่างยิ่งใหญ่ช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา
“ออซซี่ ออสบอร์น” (Ozzy Osbourne) เจ้าของสมญานาม “เจ้าชายแห่งรัตติกาล” (Prince of Darkness) นักร้องนำวง “แบล็ค ซับบาธ” (Black Sabbath) ตำนานเฮฟวี่เมทัล ได้เสียชีวิตแล้ว ด้วยวัย 76 ปี เมื่อเช้าวันอังคารที่ 22 กรกฎาคมที่ผ่านมา ตามเวลาท้องถิ่น
หลังจากเพิ่งจัดคอนเสิร์ตอำลาอย่างยิ่งใหญ่ไปเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมา ณ สนามวิลล่า ปาร์ก ที่เมืองเบอร์มิงแฮม ประเทศอังกฤษ โดยมีเหล่าศิลปินที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเขา เช่น Metallica และ Guns N’ Roses มาร่วมแสดง
ทั้งนี้ ไม่มีการระบุสาเหตุการเสียชีวิตอย่างชัดเจน แม้ว่าศิลปินผู้นี้จะเผชิญกับปัญหาสุขภาพหลายอย่าง และได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคพาร์กินสันในปี 2019
โดยครอบครัวได้โพสต์ข้อความผ่านทางเพจเฟซบุ๊ก “Ozzy Osbourne” ว่า ด้วยความโศกเศร้าอย่างยิ่งเกินกว่าจะบรรยายได้ พวกเราจำเป็นต้องแจ้งข่าวว่า ออซซี่ ออสบอร์น ผู้เป็นที่รักของเราได้จากไปในเช้าวันนี้
โดยมีครอบครัวอยู่เคียงข้างและรายล้อมไปด้วยความรัก ขอความกรุณาทุกท่านเคารพความเป็นส่วนตัวของครอบครัวเราในช่วงเวลานี้
ออซซี่ ออสบอร์น เกิดเมื่อวันที่ 3 ธันวาคม ค.ศ. 1948 ที่เมืองเบอร์มิงแฮม ประเทศอังกฤษ BBC ระบุว่า เขาเป็นหนึ่งในนักดนตรีที่ทรงอิทธิพลที่สุดในวงการร็อก และได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้ให้กำเนิดแนวดนตรีเฮฟวีเมทัล จากบทเพลงอย่าง “Iron Man” และ “Paranoid”
ออซซี่ ออสบอร์น มีชื่อจริงว่า “จอห์น ไมเคิล ออสบอร์น” เขาลาออกจากโรงเรียนเมื่ออายุ 15 ปี มาทำงานรับจ้าง และเคยถูกจำคุกในข้อหาลักทรัพย์อยู่ช่วงสั้น ๆ ก่อนจะเริ่มต้นเส้นทางสายดนตรี
หลังจากร้องเพลงกับวงดนตรีท้องถิ่นหลายวง เขาได้เข้าร่วมวง Black Sabbath กับโทนี ไอโอมมี (กีตาร์), กีเซอร์ บัตเลอร์ (เบส) และบิลล์ วอร์ด (กลอง)
ในช่วงปลายทศวรรษ 1960 พวกเขาสร้างสรรค์แนวดนตรีที่เป็นเอกลักษณ์ โดยได้รับแรงบันดาลใจจากบลูส์ แต่มีจังหวะที่ช้าลง หนักแน่นขึ้น และให้บรรยากาศที่มืดมนมากกว่า พร้อมเนื้อหาที่กล่าวถึงเรื่องลึกลับและไสยศาสตร์อยู่บ่อยครั้ง
ในฐานะผู้บุกเบิกแนวเฮฟวี่เมทัล พวกเขาออกอัลบั้มเปิดตัว Black Sabbath ในปี 1970 ตามด้วยอัลบั้มที่ประสบความสำเร็จระดับแพลทินัม เช่น Paranoid และ Master of Reality ตลอดช่วงทศวรรษนั้น
หลังจากถูกไล่ออกจากวงในปี 1978 ออสบอร์นก็เริ่มต้นเส้นทางศิลปินเดี่ยว และประสบความสำเร็จทันทีด้วยอัลบั้ม Blizzard of Ozz ในปี 1980 ซึ่งมีเพลงฮิต Crazy Train รวมอยู่ด้วย และอัลบั้ม Diary of a Madman ที่ออกในปีถัดมา ได้รับความนิยมมากยิ่งขึ้น โดยมียอดขายมากกว่า 5 ล้านชุด โดยในระหว่างเส้นทางอาชีพ ออซซี่สร้างชื่อเสียงจากการแสดงสดที่บ้าบิ่นและคาดเดาไม่ได้
ในปี 2020 เขาเปิดเผยว่าตนเองได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคพาร์กินสัน และจากนั้นเขาก็ลดบทบาทในการทัวร์คอนเสิร์ตลงอย่างมาก
อย่างไรก็ตาม เขายังคงตั้งใจจะขึ้นเวทีเป็นครั้งสุดท้าย โดยจัดคอนเสิร์ตอำลาเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม ที่สนามวิลล่า ปาร์ก เมืองเบอร์มิงแฮม ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากบ้านเกิดของเขาในย่านแอสตัน
ในคอนเสิร์ตนั้น เขานั่งร้องเพลงบนบัลลังก์สีดำ ปรบมือ โบกแขน และร้องเพลงดังอย่าง Crazy Train, Mr. Crowley และ War Pigs
เขาดูตื้นตันใจอย่างเห็นได้ชัดในบางช่วง โดยกล่าวกับผู้ชมในสนาม และผู้ชมอีกเกือบ 6 ล้านคนที่ชมผ่านสตรีมสด ว่า “คุณไม่มีทางรู้หรอกว่าผมรู้สึกยังไง ขอบคุณจากใจจริง”