Skip to content

‘มาริษ’ อัพเดตทูต-องค์กรนานาชาติ 74 ประเทศ ย้ำติดตามหยุดยิง ในประชุม GBC

04 ส.ค. 2568 | 17:48น.
‘มาริษ’ อัพเดตทูต-องค์กรนานาชาติ 74 ประเทศ ย้ำติดตามหยุดยิง ในประชุม GBC

‘มาริษ’ บรรยายสรุปแก่คณะทูตว่า ไทยมุ่งมั่นรักษาข้อตกลงหยุดยิงเคร่งครัด ย้ำประเด็นการประชุม GBC

นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นำบรรยายสรุปแก่คณะทูตและองค์การระหว่างประเทศที่มีสำนักงานในประเทศไทย เกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ที่กระทรวงการต่างประเทศ ในวันนี้ (4 ส.ค.)

โดยมีตัวแทนจากสถานเอกอัครราชทูต สถานกงสุลใหญ่ และองค์การระหว่างประเทศเข้าร่วมจำนวนทั้งหมด 121 คน 74 ประเทศ 1 องค์กร 16 องค์การระหว่างประเทศ ประกอบด้วย เอกอัครราชทูต 28 คน 27 ประเทศ 1 องค์กร, อุปทูตรักษาการชั่วคราวจาก 18 คน 18 ประเทศ, ผู้แทนจากสถานเอกอัครราชทูตจำนวน 53 คน 49 ประเทศ 1 องค์กร หรือผู้แทนจากสหภาพยุโรป (EU), ผู้แทนจากสถานกงสุลใหญ่อาชีพ 1 คน 1 ประเทศ และองค์การระหว่างประเทศ (21 คน 16 องค์การ) ซึ่งฝ่ายกัมพูชาได้ส่งเลขานุการโทของสถานทูตมาร่วมสังเกตการณ์

นายมาริษได้ยืนยันภายหลังมีข้อตกลงการหยุดยิงในการเจรจาร่วมกับกัมพูชา ที่เมืองปุตราจายา ประเทศมาเลเซีย เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคมที่ผ่านมาว่า การประชุมดังกล่าวเป็นการหารือทวิภาคีระหว่างไทยกับกัมพูชา โดยมีมาเลเซียในฐานะประธานอาเซียนให้การสนับสนุน ซึ่งไทยขอชื่นชมอย่างยิ่ง

ทั้งนี้ การประชุมยังมีสหรัฐอเมริกาเป็นผู้จัดร่วม และจีนเข้าร่วมในฐานะผู้สังเกตการณ์ด้วย หลังจากเหตุการณ์การปะทะอย่างรุนแรงตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งตนเห็นว่าการที่ทั้งสองฝ่ายสามารถมาพบหารือกันได้ถือเป็นสัญญาณที่ดี และข้อตกลงหยุดยิงที่ทั้งสองฝ่ายสามารถตกลงร่วมกันได้ ถือเป็นก้าวสำคัญอันดับแรกที่จะช่วยยุติความสูญเสีย และเป็นเงื่อนไขเบื้องต้นต่อการลดความตึงเครียด และเปิดทางสู่การเจรจาเพื่อหาข้อยุติอย่างถาวร

นายมาริษย้ำว่า ประเทศไทยจะปฏิบัติตามข้อตกลงที่ได้ตกลงกันในปุตราจายาอย่างเคร่งครัด และคาดหวังที่จะเห็นความมุ่งมั่นของฝ่ายกัมพูชา ที่จะดำเนินการด้วยความจริงใจและสุจริตใจ เพื่อขับเคลื่อนการเจรจาให้ก้าวหน้า ซึ่งตามถ้อยแถลงร่วมฝ่ายกัมพูชาได้ตกลงที่จะกลับมาใช้กลไกการหารือทวิภาคี ซึ่งเป็นสิ่งที่ไทยได้ยืนยันและเรียกร้องมาโดยตลอด ทั้งนี้ การหารือระหว่างผู้บัญชาการกองทัพในระดับภูมิภาคของทั้งสองฝ่ายได้เริ่มขึ้นแล้วตั้งแต่วันที่ 29 กรกฎาคม เพื่อกำหนดมาตรการเร่งด่วนในการลดความตึงเครียด และการหารือจะดำเนินต่อไป

นายมาริษยังกล่าวถึงการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป หรือ GBC ซึ่งเป็นกลไกทวิภาคีในระดับนโยบาย และมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของทั้งสองฝ่ายเป็นประธานร่วม จะจัดขึ้นที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ระหว่างวันที่ 4-7 สิงหาคม 2568 เพื่อหารือรายละเอียดเพิ่มเติม เพื่อให้ข้อตกลงหยุดยิงมีผลในทางปฏิบัติ

ทั้งสองฝ่ายจะได้ตกลงที่จะรื้อฟื้นการติดต่อสื่อสารโดยตรงระหว่างนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการป้องกันความเข้าใจผิด และสนับสนุนความพยายามลดความตึงเครียด และทั้งมาเลเซีย ไทย และกัมพูชา จะหารือร่วมกัน เพื่อกำหนดมาตรการตรวจสอบ และติดตามการปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิง โดยภารกิจของคณะผู้สังเกตการณ์ จะนำโดยอาเซียนเป็นหลัก ทั้งนี้ ไทยยินดีต่อการสนับสนุนจากประเทศมิตรอื่น ๆ ด้วย

นายมาริษยังย้ำจุดยืนของประเทศไทยว่า ความขัดแย้งระหว่างไทยกับกัมพูชา เป็นเรื่องทวิภาคี และไทยไม่เห็นชอบต่อความพยายามใด ๆ ที่จะทำให้สถานการณ์นี้กลายเป็นประเด็นระหว่างประเทศ ซึ่งไทยได้ยืนยันในหลายโอกาสว่า ไม่ยอมรับเขตอำนาจของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ ICJ หรือ ศาลโลก และต้องการให้ข้อพิพาทนี้ได้รับการแก้ไขผ่านการเจรจาทวิภาคี ภายใต้กรอบที่ทั้งสองฝ่ายตกลงกันไว้ก่อนหน้านี้แล้ว พร้อมยืนยันความมุ่งมั่นของไทยที่จะหาทางออกอย่างสันติและถาวรต่อข้อพิพาทวิภาคีนี้ โดยสอดคล้องกับกฎหมายระหว่างประเทศ กฎบัตรอาเซียน และกฎบัตรสหประชาชาติ

นายมาริษยังเรียกร้องให้กัมพูชาเจรจาอย่างสันติด้วยความจริงใจและสุจริตใจ และหลีกเลี่ยงการกระทำยั่วยุทุกชนิด รวมถึงการบิดเบือนข้อมูลและการปฏิบัติการด้านข้อมูลข่าวสาร (IO) ซึ่งจะยิ่งทำให้สถานการณ์เลวร้ายลง และสุดท้ายและสำคัญที่สุดขอย้ำว่า นี่เป็นสถานการณ์ที่น่าโศกเศร้าอย่างยิ่ง ซึ่งประเทศไทยไม่ได้เป็นผู้เริ่มต้นความขัดแย้งนี้ และขอย้ำว่าความขัดแย้งกับกัมพูชาไม่ได้อยู่ในผลประโยชน์ของประเทศไทย