Skip to content

สหรัฐเปิดโครงการนำร่อง เรียกเงินประกัน ผู้ทำวีซ่าท่องเที่ยวเฉียดครึ่งล้าน

05 ส.ค. 2568 | 15:42น.
สหรัฐเปิดโครงการนำร่อง เรียกเงินประกัน ผู้ทำวีซ่าท่องเที่ยวเฉียดครึ่งล้าน

สหรัฐจ่อเรียกเงินประกัน ผู้ทำวีซ่าท่องเที่ยวเฉียดครึ่งล้าน เน้นประเทศคนอยู่เกินสูง

รัฐบาลหรัฐภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศเมื่อวันที่ 4 สิงหาคม ตามเวลาในสหรัฐ เปิดตัวโครงการนำร่องสำหรับผู้ยื่นขอวีซ่าสหรัฐที่จะเริ่มมีผลบังคับใช้ในอีก 2 สัปดาห์ข้างหน้า โดยกำหนดให้มีการเรียกเก็บเงินประกันสูงถึง 15,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 485,300 บาท สำหรับวีซ่าท่องเที่ยวและวีซ่าธุรกิจบางประเภท ซึ่งเป็นความพยายามที่จะปราบปรามผู้เดินทางที่อยู่เกินกว่าวีซ่าที่ได้รับ

ตามประกาศในเอกสารของรัฐบาลกลางสหรัฐ โครงการดังกล่าวให้อำนาจเจ้าหน้าที่กงสุลสหรัฐในการกำหนดวงเงินประกันตัวสำหรับผู้ยื่นขอวีซ่าสหรัฐจากประเทศที่มีอัตราการอยู่เกินวีซ่าสูง หรือจากประเทศที่ข้อมูลเกี่ยวกับการคัดกรองและการตรวจสอบความปลอดภัยของบุคคลยังไม่มีความแม่นยำเพียงพอ

ประกาศของรัฐบาลกลางสหรัฐระบุว่า โครงการวีซ่านำร่องใหม่นี้จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 20 สิงหาคมเป็นต้นไป และจะมีผลบังคับใช้ประมาณหนึ่งปี โดยเจ้าหน้าที่กงสุลจะมีสามทางเลือกในการกำหนดวงเงินประกันสำหรับผู้ยื่นขอวีซ่าที่อยู่ในข่ายต้องถูกเรียกเก็บเงินประกันดังกล่าว ได้แก่ 5,000 ดอลลาร์ 10,000 ดอลลาร์ หรือ 15,000 ดอลลาร์ แต่โดยทั่วไปคาดว่าเงินประกันที่จะถูกเรียกเก็บจะอยู่ที่อย่างน้อย 10,000 ดอลลาร์ ขณะที่เงินประกันจะถูกคืนให้กับผู้เดินทาง หากพวกเขาเดินทางออกจากสหรัฐตามเงื่อนไขของวีซ่า

โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐกล่าวว่า มีการกำหนดเกณฑ์ที่จะใช้ในการระบุชื่อประเทศที่เข้าข่ายได้รับผลกระทบ โดยอาจมีการปรับปรุงประเทศในภายหลัง

“ประเทศที่ถูกระบุว่าเข้าข่ายจะโดยพิจารณาจากอัตราการอยู่เกินวีซ่าที่สูง  ข้อบกพร่องในกระบวนการการคัดกรองและการตรวจสอบ ความกังวลเกี่ยวกับการได้รับสัญชาติผ่านการลงทุนโดยไม่ต้องมีข้อกำหนดเรื่องถิ่นที่อยู่ และการพิจารณานโยบายต่างประเทศ” โฆษกระบุ

สมาคมการท่องเที่ยวแห่งสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นตัวแทนของบริษัทที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวรายใหญ่ ประเมินว่า ขอบเขตของโครงการนำร่องวีซ่าใหม่นี้ดูเหมือนจะมีจำกัด โดยคาดว่าจะมีผู้ยื่นขอวีซ่าประมาณ 2,000 รายที่ได้รับผลกระทบ และส่วนใหญ่น่าจะมาจากเพียงไม่กี่ประเทศที่มีปริมาณนักท่องเที่ยวเดินทางมายังสหรัฐค่อนข้างต่ำ

 

ที่มา : มติชน