เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
GC – SCGC เร่งหารือกำหนดเงื่อนไขสำคัญในโครงการร่วมทุนให้เสร็จใน ต.ค.69 นี้
Economic GC – SCGC เร่งหารือกำหนดเงื่อนไขสำคัญในโครงการร่วมทุนให้เสร็จใน ต.ค.69 นี้
กทม.น้อมนำพระราชดำริ “แก้มลิง” เพิ่มพื้นที่รับน้ำ 7 แห่ง แจงเลิก “บึงรับน้ำคลองคู้บอน-บางชัน” ไม่คุ้มค่าเวนคืน
Politics กทม.น้อมนำพระราชดำริ “แก้มลิง” เพิ่มพื้นที่รับน้ำ 7 แห่ง แจงเลิก “บึงรับน้ำคลองคู้บอน-บางชัน” ไม่คุ้มค่าเวนคืน
รู้จัก ‘นักช็อปฉลาดซื้อ’ มองความคุ้มค่าก่อนราคา ใช้จ่ายมากกว่าคนทั่วไป 1.4 เท่า
Business รู้จัก ‘นักช็อปฉลาดซื้อ’ มองความคุ้มค่าก่อนราคา ใช้จ่ายมากกว่าคนทั่วไป 1.4 เท่า
กองทัพเรือ-ไอคอนสยาม จัดนิทรรศการ“สี สรรค์ สะท้อนศิลป์”ขบวนพยุหยาตราทางชลมารค
Biz Movement กองทัพเรือ-ไอคอนสยาม จัดนิทรรศการ“สี สรรค์ สะท้อนศิลป์”ขบวนพยุหยาตราทางชลมารค
สตง. ตรวจ อบจ.เชียงใหม่–เชียงราย พบอาคาร 25% ถูกปล่อยร้าง–ใช้ไม่คุ้ม
Real Estate สตง. ตรวจ อบจ.เชียงใหม่–เชียงราย พบอาคาร 25% ถูกปล่อยร้าง–ใช้ไม่คุ้ม
ยูโอบี จัดนิทรรศการศิลปะสัมผัสได้ ให้คนตาบอดชมงานที่หอศิลปกรุงเทพฯ
SD ยูโอบี จัดนิทรรศการศิลปะสัมผัสได้ ให้คนตาบอดชมงานที่หอศิลปกรุงเทพฯ
‘อนุทิน‘ เบรกกระแสปรับ ครม. ดึง ‘กล้าธรรม’ ยันรัฐบาลยังทำงานได้
Politics ‘อนุทิน‘ เบรกกระแสปรับ ครม. ดึง ‘กล้าธรรม’ ยันรัฐบาลยังทำงานได้
‘อนุทิน’ ลั่นไม่คิดปลด ‘ชัชชาติ’ ย้ำทุกคนทำเต็มที่ มุ่งช่วย ปชช.ก่อน
Politics ‘อนุทิน’ ลั่นไม่คิดปลด ‘ชัชชาติ’ ย้ำทุกคนทำเต็มที่ มุ่งช่วย ปชช.ก่อน
หุ้นไทยร่วงแรง ปิด Q3 ดัชนีต่ำกว่า 1,600 จุด ฟันด์โฟล์วไหลออก-น้ำท่วม
Finance หุ้นไทยร่วงแรง ปิด Q3 ดัชนีต่ำกว่า 1,600 จุด ฟันด์โฟล์วไหลออก-น้ำท่วม
ธ.ก.ส. เปิดตัว ‘เงินฝากเกษียณมั่งคั่ง 2569 (4 ปี)’ ดอกเบี้ยขั้นบันไดสูงสุด 1.55% ต่อปี
Finance ธ.ก.ส. เปิดตัว ‘เงินฝากเกษียณมั่งคั่ง 2569 (4 ปี)’ ดอกเบี้ยขั้นบันไดสูงสุด 1.55% ต่อปี
ดูทั้งหมด

แรงงานเก็บ ‘ลำไย’ ไร้ทางออก กระทบหนัก 4 แสนตัน ส.ค.นี้

06 ส.ค. 2568 | 14:54น.
Labor-Longan

ท่ามกลางสถานการณ์ “ลำไยในฤดูกาล” ปีนี้ของภาคเหนือวิกฤตหนัก เพราะมีปริมาณผลผลิตมาก ส่งผลกระทบทำให้ราคาตกต่ำลงอย่างหนัก ขณะที่ชาวสวน “ลำไยนอกฤดูกาล” ของภาคตะวันออกกำลังเผชิญกับวิกฤตไม่มีแรงงานเก็บลำไย ที่กำลังจะออกมาถึง 400,000 ตัน ในอีกไม่กี่วัน ทั้งที่ขายได้ราคาดีกว่าภาคเหนือมาก

สำรวจแรงงานขาดเสนอรัฐ

ที่ผ่านมาสวนลำไยในภาคตะวันออกจะอาศัยแรงงานกัมพูชาในการเก็บลำไย เมื่อเกิดปัญหาความขัดแย้งระหว่างทั้ง 2 ประเทศ จนเกิดการสู้รบกันทำให้แรงงานกัมพูชาต่างหวาดกลัว และรีบเดินทางกลับประเทศ สร้างความวิตกกังวลให้ผู้ประกอบการ ชาวสวนลำไย และล้งในจังหวัดจันทบุรีอย่างหนัก เพราะเดือนสิงหาคม 2568 เริ่มเข้าสู่ฤดูกาลลำไย ซึ่งในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2568 ถึงมกราคม 2569 ซึ่งเป็นช่วงที่ผลผลิตลำไยออกสู่ตลาดมาก

ล่าสุด สมาคมการค้าและการท่องเที่ยวชายแดนไทย-กัมพูชา จังหวัดจันทบุรี หอการค้าจังหวัดจันทบุรี และนายกสมาคมผู้ประกอบการส่งออกทุเรียน มังคุด รวมทั้ง สส.จังหวัดจันทบุรี เขต 3 ได้เร่งหาทางออก เสนอนำแรงงานเมียนมา ลาว และแรงงานในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทยเองเข้ามาทดแทน และยังหวังลึก ๆ ที่จะขอเปิดด่านนำแรงงานกัมพูชากลับเข้ามาแก้ปัญหาเฉพาะหน้า

รายงานข่าวจากสมาคมการค้าและการท่องเที่ยวชายแดนไทย-กัมพูชา จังหวัดจันทบุรี เปิดเผยว่า ปัญหาหลักคือแรงงานเก็บลำไย ซึ่งส่วนใหญ่กว่า 90% เป็นแรงงานจากกัมพูชาที่มีความอดทนและทักษะเฉพาะทาง ไม่สามารถเดินทางข้ามแดนเข้ามาทำงานได้ตามปกติจากสถานการณ์การปิดด่าน ทำให้เกิดผลกระทบอย่างหนักต่อผลผลิตลำไยที่จะเก็บเกี่ยวในเดือนสิงหาคม 2568

และผลผลิตจะออกยาวไปถึงเดือนเมษายน 2569 สมาคมร่วมกับจังหวัดจันทบุรี ประชุมอย่างเร่งด่วนร่วมกับสมาชิก ผู้ประกอบการล้ง เกษตรกร และแรงงานสายเก็บลำไยในพื้นที่ ประมาณ 300 คน เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงานภาคเกษตรในพื้นที่ อ.โป่งน้ำร้อน อ.สอยดาว และภาพรวมในจังหวัดจันทบุรี หากไม่สามารถหาแรงงานทดแทนได้อาจส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจการเกษตรของพื้นที่อย่างรุนแรง

เมื่อปิดด่านแรงงานตามมาตรา 64 แห่งพระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2560 แรงงานกัมพูชาที่ปกติจะเข้ามาเฉพาะช่วงฤดูกาลเก็บลำไย ตอนนี้เข้ามาไม่ได้ ส่วนแรงงานกัมพูชาที่อยู่ในจันทบุรีก่อนปิดด่านที่ทำงานในส่วนต่าง ๆ ประมาณ 40,000 คน กลับไปกัมพูชาเกือบหมด คาดว่าเหลืออยู่ตอนนี้ไม่ถึง 5,000 คน

ดังนั้น ทางออกในการแก้ปัญหาต้องใช้แรงงานทดแทนจากเมียนมา ลาว และภาคอีสานของไทย ในโรงแพ็กบรรจุ แรงงานในสวน แต่แรงงานเก็บเกี่ยวลำไยในสวน 100% ควรเป็นแรงงานกัมพูชา เพราะมีทักษะมีความชำนาญทำงานได้เร็วมีประสิทธิภาพ มีความอดทน ตอนนี้ได้แจ้งให้ล้ง สายเก็บที่ยังมีแรงงานกัมพูชาอยู่ช่วยดูแล ให้มีความเชื่อมั่นว่าไทยไม่มีนโยบายที่จะผลักดันแรงงานกลับบ้าน

“ล้งทำสัญญาซื้อลำไยกับชาวสวนไว้ 28-32 บาท/กก. กับผลลผลิตลำไยจันทบุรีกว่า 300,000 ตัน ที่อาจจะได้รับความเสียหาย สมาคมเสนอปัญหาให้ทางจังหวัดจันทบุรีหาทางแก้ไข กรณีการนำเข้าแรงงานเมียนมา ลาวทดแทน แต่ยังติดที่ค่าใช้จ่ายสูงและมีทักษะการทำงานสู้แรงงานกัมพูชาไม่ได้ หากฝ่ายความมั่นคงพิจารณาเปิดด่านให้นำเข้าแรงงานกัมพูชาจะช่วยแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปได้ ทั้งนี้ สมาคมได้เร่งสำรวจข้อมูลจำนวนแรงงานที่ยังมีอยู่ และความต้องการแรงงาน จากผู้ประกอบการ ชาวสวน ภายใน 2 วันนี้ เพื่อส่งข้อมูลให้ผู้ว่าราชการจังหวัดใช้ประกอบการเสนอแนวทางแก้ไขต่อรัฐบาลและกระทรวงที่เกี่ยวข้อง” แหล่งข่าวกล่าว

ลำไย

สส.จันทบุรีแจงต้องนโยบายรัฐ

นางสาวญาณธิชา บัวเผื่อน สส.จันทบุรี เขต 3 กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ได้ร่วมหารือปัญหาแรงงานกัมพูชากลับประเทศ กับหอการค้าจังหวัดจันทบุรี นายกสมาคมผู้ประกอบการส่งออกทุเรียน มังคุด เป็นภาวะขาดแคลนแรงงานอย่างฉับพลันจะกระทบหนักฤดูเก็บเกี่ยวลำไยในอีก 1 เดือนข้างนี้ แม้ว่าทางจังหวัดจันทบุรีได้มีการประชุมเพื่อหาแนวทางแก้ไข โดยสมาคมการค้าและการท่องเที่ยวชายแดนไทย-กัมพูชา จังหวัดจันทบุรี

ขณะนี้ยังไม่มีแนวทางที่ชัดเจนจากภาครัฐบาล ส่งผลให้เกษตรกรและผู้ประกอบการต่างวิตกกังวลเป็นอย่างยิ่ง อาจต้องเผชิญกับภาวะขาดทุนอย่างหนัก ไม่มีเงินชำระหนี้กับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ซึ่งจะส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวมของจังหวัด หากภาครัฐไม่แก้ไขภายใน 60 วัน โดยเฉพาะช่วงปัญหาหนักที่สุดคือระหว่างเดือนพฤศจิกายน 2568 ถึงมกราคม 2569 ที่ผลผลิตลำไยออกสู่ตลาดมาก และยังเป็นช่วงเวลาทับซ้อนที่สวนทุเรียนต้องใช้แรงงานเช่นกันอาจจะต้องการใช้แรงงานมากขึ้น

“ได้เตรียมการเพื่อผลักดันเรื่องนี้ผ่านกลไกนิติบัญญัติ โดยจะดำเนินการ 2 แนวทาง คือ ตั้งกระทู้ถามสดด้วยวาจา ต่อนายกรัฐมนตรี หรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้รัฐบาลชี้แจงแนวทางการแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน และการนำเรื่องเข้าสู่การพิจารณา ในคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์อีกครั้ง หลังจากเคยนำเสนอเข้าสู่วาระไปแล้วหนึ่งครั้งเมื่อเดือนกรกฎาคม 2568 แต่ยังไม่มีความคืบหน้า” นางสาวญาณธิชากล่าว

ยอมรับแรงงานฝึกใหม่

แหล่งข่าวจากชาวสวนลำไย ขนาดใหญ่ อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า แรงงานเก็บลำไยช่วงกันยายน-ตุลาคม ต้องใช้มาก เพราะปริมาณลำไยจะออกมาประมาณ 50% หรือ 150,000 ตัน ต้องเร่งหาแรงงานมาทดแทน เพราะเชื่อว่าแรงงานกัมพูชาเหลือไม่ถึง 10% แรงงานเก็บลำไย เมียนมา ลาว อาจจะไม่เหมาะและถนัดการเก็บลำไย ควรใช้แรงงานจากภาคอีสาน เช่น บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ เข้ามาทดแทน

และให้ค่าจ้างแรงงานสูงกว่าที่จ้างปกติ ตะกร้าละ 50 บาท อาจจะเพิ่ม 80 บาท/ตะกร้า เพราะถ้าไปฝึกแรงงานเมียนมา ลาว ไม่แน่ใจว่าจะมีประสิทธิภาพหรือไม่ และแรงงานที่เป็นคิวซี คัดคุณภาพของล้งต้องเร่งผลิตขึ้นทดแทนเพราะล้งใหญ่ ๆ 30 คน เหลือ 3 คน ทำให้เป็นส่วนสำคัญที่ล้งไม่กล้ารับซื้อลำไยตอนนี้

นายมนต์สิทธิ์ ไพศาลธนวัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี เปิดเผยว่า ภาครัฐพร้อมที่จะสนับสนุนเต็มที่เพื่อความอยู่รอดในวิกฤตนี้ ได้ให้ทุกภาคส่วนสำรวจข้อมูลความต้องการแรงงานอย่างชัดเจน และอาจจะต้องเริ่มปรับตัวใช้แรงงานทดแทนแรงงานกัมพูชา ฝึกแรงงานเป็นของตนเอง ให้แรงงานกัมพูชาที่มีอยู่ถ่ายทอดทักษะให้คนใหม่

โดยจังหวัดจะจัดทำแผนอบรมให้เป็นระบบ พร้อมบริหารจัดการแรงงานใหม่ให้ทันฤดูกาลผลิต จังหวัดมีข้อมูลพื้นฐานและสถานที่ฝึกอบรมรองรับอยู่แล้ว ขอเพียงชาวสวน สายเก็บ และล้ง ต้องเปลี่ยนวิธีคิด และเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาแรงงานอย่างจริงจัง ก่อนทุกอย่างจะสายเกินไป

“ไม่อยากให้ถึงเวลาแล้ว แรงงานจากกัมพูชาเข้าเก็บผลผลิตลำไยไม่ได้ แล้วเรายังไม่รู้จะทำอย่างไร ภาครัฐพร้อมสนับสนุนเต็มที่ แต่สิ่งที่ขาดไม่ได้ คือข้อมูลที่ชัดเจน และความร่วมมือจากทุกคน เพื่อก้าวข้ามวิกฤตแรงงานในปีนี้ไปด้วยกัน” นายมนต์สิทธิ์กล่าว

ลำไย

พาณิชย์พยุง “ลำไยเหนือ”

ชาวสวนในภาคเหนือเผชิญวิกฤตราคาลำไยในฤดูกาลปีนี้ตกต่ำอย่างหนัก จากปริมาณผลผลิตที่เพิ่มขึ้นมาก ส่งผลให้ต้นเดือนสิงหาคม 2568 ราคาลำไยจังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน เกรด AA ราคาลงเหลือ 5-9 บาทต่อ กก. เกรด A ราคาประมาณ 2-4 บาท/กก. เกรด B วันนี้เหลือ 1-2 บาท/กก. และหลายพื้นที่แจ้งไม่รับซื้อทั้งเกรด B และเกรด C ส่งผลให้เกษตรกรเดือดร้อนกันหนักมาก

ล่าสุด รัฐบาลโดยกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ได้ดำเนินโครงการช่วยเหลือด้านการตลาดภายใต้ความร่วมมือกับสมาคมโรงอบลำไยอบแห้งภาคเหนือ เพื่อดึงผลผลิตออกจากตลาด ดูแลเกษตรกรชาวสวนลำไย กำหนดราคาขั้นต่ำเพื่อพยุงราคาลำไย โดยเริ่มดำเนินการรับซื้อ ตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค. 2568 ถึงวันที่ 20 ส.ค. 2568

ดังนี้ ลำไยรูดร่วงเกรด AA รับซื้อไม่ต่ำกว่ากิโลกรัม (กก.) ละ 13 บาท โดยสนับสนุนค่าบริหารจัดการ 3 บาท/กก. เกรด A รับซื้อไม่ต่ำกว่ากิโลกรัมละ 6 บาท สนับสนุนค่าบริหารจัดการ 2 บาท/กก. และโรงร่อน รับซื้อลำไยรูดร่วง AA อยู่ที่ 12 บาท/กก. และเกรด A ราคา 5 บาท/กก.

ขณะที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เตรียมเสนอโครงการพัฒนาสวนลำไยคุณภาพ สนับสนุนเกษตรกรในพื้นที่วงเงิน 1,000 ล้านบาท สนับสนุนค่าตัดแต่งทรงพุ่ม ตัดแต่งกิ่ง ช่อดอก ไร่ละ 1,000 บาท ไม่เกิน 10 ไร่ต่อครัวเรือน และค่าปัจจัยการผลิต วัสดุการเกษตร ไร่ละ 400 บาท โดยจะนำเสนอ ครม. เพื่อขอความเห็นชอบต่อไป