ปิ่นทอง ลุยขยายพื้นที่เขต EEC กว่า 2,861 ไร่ รองรับอุตสาหกรรมอนาคต
‘PIN’ ทำกำไรสุทธิไตรมาส 2/68 ที่ 176 ล้านบาท เติบโต 232% จากไตรมาสก่อนหน้า พร้อมเร่งเดินหน้ายุทธศาสตร์ขยายพื้นที่เชิงกลยุทธ์ในเขต EEC กว่า 2,861 ไร่ รองรับอุตสาหกรรมอนาคต High Tech, EV, Data Center และอิเล็กทรอนิกส์ หนุนรายได้แข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง
นายพีระ ปัทมวรกุลชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปิ่นทอง อินดัสเตรียล ปาร์ค จำกัด (มหาชน) หรือ PIN เปิดเผยว่า ภาพรวมผลการดำเนินงานในไตรมาส 2/2568 บริษัทมีรายได้รวม 629 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 53% และมีกำไรสุทธิ 176 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 232% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QOQ) แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YOY) ทั้งรายได้และกำไรสุทธิชะลอตัวลง ทั้งนี้ เป็นผลมาจากลูกค้าชะลอการตัดสินใจซื้อที่ดินเพื่อรอดูความชัดเจนของมาตรการโต้ตอบภาษีทางการค้าจากสหรัฐ
อย่างไรก็ดี จากผลการดำเนินงานของทั้งสองไตรมาส ส่งผลให้ภาพรวมการดำเนินงานในครึ่งปีแรก 2568 (ม.ค.-มิ.ย.) มีรายได้รวมทั้งสิ้น 1,039 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 229 ล้านบาท โดยชะลอตัวลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YOY) แบ่งเป็นรายได้จากการขายและโอนที่ดินรวมทั้งสิ้น 846 ล้านบาท ขณะที่กลุ่มธุรกิจที่สร้างรายได้ประจำมีรายได้รวม 169 ล้านบาท
ขณะที่ความต้องการซื้อที่ดินของนักลงทุนต่างชาติยังมีอย่างต่อเนื่อง แม้เศรษฐกิจไทยเผชิญความท้าทายจากสงครามการค้าและการแข่งขันของภูมิภาค สะท้อนจากจำนวนโครงการที่ยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุนจากต่างชาติในครึ่งปีแรก 2568 มีจำนวนรวมทั้งสิ้น 1,880 โครงการ เพิ่มขึ้น 38% คิดเป็นมูลค่าเงินลงทุนรวม 1,058,225 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 138% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน โดยกลุ่มที่ขอรับการส่งเสริมการลงทุนจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) มากที่สุด ได้แก่ อุตสาหกรรมดิจิทัล อิเล็กทรอนิกส์ และยานยนต์ เป็นต้น
ในครึ่งปีหลัง 2568 บริษัทยังคงดำเนินการตามแผนยุทธศาสตร์พัฒนาและขยายโครงการอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นพัฒนาโครงการใหม่ในพื้นที่ภายใต้เขต EEC ได้แก่ ปิ่นทองโครงการที่ 7, 8 และส่วนต่อขยายโครงการที่ 3 รวมพื้นที่กว่า 2,861 ไร่ เพื่อรองรับความต้องการของอุตสาหกรรมเป้าหมายในอนาคต เช่น กลุ่มธุรกิจ Data Center, High Tech, EV และอิเล็กทรอนิกส์ เสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับรายได้ในระยะยาวอย่างต่อเนื่อง โดยผสานแนวคิดด้าน ESG และ Smart City ในการพัฒนา ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนการเติบโตของปิ่นทองอย่างมีนัยสำคัญ
“นิคมอุตสาหกรรมของไทยยังคงมีแนวโน้มเติบโตดีต่อเนื่อง โดยได้รับแรงหนุนสำคัญจากการย้ายฐานการผลิตเพื่อลดความเสี่ยงจากปัญหาความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ รวมถึงความไม่แน่นอนจากมาตรการกีดกันทางการค้าระหว่างประเทศมหาอำนาจ ด้วยความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน ระบบโลจิสติกส์ ตลอดจนนโยบายการส่งเสริมการลงทุนจากภาครัฐ ซึ่งดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง ประเทศไทยจึงยังคงเป็นเป้าหมายอันดับต้น ๆ ของนักลงทุนทั่วโลก และเชื่อมั่นว่าจะสามารถก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางการผลิตและลงทุนที่สำคัญในภูมิภาค”