เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เอเอเอสกรุ๊ปรุกธุรกิจรีเทลรถ ดึง Voyah เข้าพอร์ตเล็งขึ้นโรงงานในไทย
Automotive เอเอเอสกรุ๊ปรุกธุรกิจรีเทลรถ ดึง Voyah เข้าพอร์ตเล็งขึ้นโรงงานในไทย
ราคาทองวันนี้ (27 ต.ค. 69) ปรับลง 150 บาท รูปพรรณบาทละ 65,000 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (27 ต.ค. 69) ปรับลง 150 บาท รูปพรรณบาทละ 65,000 บาท
5 ศูนย์วิจัยแบงก์ คาด กนง. คงดอกเบี้ย 1.00% เพื่อประคองเศรษฐกิจ
Finance 5 ศูนย์วิจัยแบงก์ คาด กนง. คงดอกเบี้ย 1.00% เพื่อประคองเศรษฐกิจ
Better Living Project ‘ชนาพรรณ ไทยซัมมิท’ ถ่ายทอดมุมคิดผู้นำต่อการเปลี่ยนแปลง
Biz Movement Better Living Project ‘ชนาพรรณ ไทยซัมมิท’ ถ่ายทอดมุมคิดผู้นำต่อการเปลี่ยนแปลง
‘วรศิษฎ์’ ยันงบเยียวยาน้ำท่วม 4 พันล้าน กทม.ช่วย 300 ล้าน ย้ำไม่ใช่หารคนละครึ่ง
Politics ‘วรศิษฎ์’ ยันงบเยียวยาน้ำท่วม 4 พันล้าน กทม.ช่วย 300 ล้าน ย้ำไม่ใช่หารคนละครึ่ง
ข่าวดีทางออก ‘แอชตัน อโศก’ กฤษฎีกาเปิดทางออก ปูทาง รฟม. ไฟเขียวใช้ทางเข้า-ออก
Real Estate ข่าวดีทางออก ‘แอชตัน อโศก’ กฤษฎีกาเปิดทางออก ปูทาง รฟม. ไฟเขียวใช้ทางเข้า-ออก
จ่อเริ่ม ‘บ้านมั่นคงชายแดน’ พ.ย.นี้ 4 พันหลัง เริ่มอีสาน ก่อนลุยต่อภาคใต้
Politics จ่อเริ่ม ‘บ้านมั่นคงชายแดน’ พ.ย.นี้ 4 พันหลัง เริ่มอีสาน ก่อนลุยต่อภาคใต้
รมช.เกษตร โต้ปมของบประชาสัมพันธ์พืชสวนโลก เพิ่ม 200 ล้าน ยันคุ้มค่า
Politics รมช.เกษตร โต้ปมของบประชาสัมพันธ์พืชสวนโลก เพิ่ม 200 ล้าน ยันคุ้มค่า
เพื่อไทย เล็งส่ง ‘สรวงศ์’ ทวงคืนเก้าอี้ สส.สระแก้ว มั่นใจได้พื้นที่คืน
Politics เพื่อไทย เล็งส่ง ‘สรวงศ์’ ทวงคืนเก้าอี้ สส.สระแก้ว มั่นใจได้พื้นที่คืน
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (27 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (27 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
ดูทั้งหมด

ไทยรับคำชม ยึดมั่นกม.ระหว่างประเทศ หลังมาริษ พบ ICRC ปมกัมพูชาใช้โล่มนุษย์

29 ส.ค. 2568 | 07:30น.

‘มาริษ’ พบ ประธานคณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ (ICRC) ยื่นหลักฐานกัมพูชาใช้โล่มนุษย์ – วางทุ่นระเบิดเกิดเหตุซ้ำ ละเมิดหลักสิทธิมนุษยชนสากล ยกตัวอย่างกรณีบ้านหนองจาน ด้านประธาน ICRC ชื่นชมไทยใช้ความอดทนอดกลั้น ยึดมั่นกรอบกฎหมายระหว่างประเทศ

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 28 สิงหาคม ตามเวลาท้องถิ่นสวิตเซอร์แลนด์ นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เข้าพบนางมีรยานา สปอลยาริส เอ็กเกอร์ (Mirjana Spoljaric Egger) ประธานคณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ (International Committee of the Red Cross: ICRC) ที่สำนักงานใหญ่ ICRC นครเจนีวา

นายมาริษเปิดเผยภายหลังการหารือว่า วันนี้ได้นำหลักฐานที่ไทยยื่นประท้วงกัมพูชาต่อรัฐภาคีในอนุสัญญาออตตาวา ที่กัมพูชาละเมิดข้อตกลงหยุดยิงและการใช้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคล ขณะเดียวกัน ได้อธิบายถึงสิ่งที่ไทยประสบปัญหากับกัมพูชาโดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชน การบิดเบือนข้อมูลข่าวสาร และวันนี้มาใช้ข้อมูลเพิ่มเติมกรณีที่กัมพูชาใช้พลเรือนเป็นโล่มนุษย์กดดันประเทศไทย ซึ่งเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศทุกอย่าง

นายมาริษได้ย้ำต่อประธาน ICRC ว่า ไทยดำเนินมาตรการทุกอย่าง ทั้งมาตรการทางต่างประเทศและมาตรการทางทหาร สอดคล้องกับกฎบัตรสหประชาชาติและกฎหมายระหว่างประเทศทุกประการ และการเดินทางมาครั้งนี้เป็นเครื่องยืนยันว่าประเทศไทยใช้วิธีตอบสนองกับช่องทางในการสื่อสารที่เป็นทางการเท่านั้น ซึ่งประธาน ICRC ได้ชื่นชมที่ไทยใช้ความอดทนอดกลั้น

นายมาริษกล่าวว่า จากสิ่งต่าง ๆ ที่ไทยทำ ทำให้การเดินทางมากรุงเจนีวาในครั้งนี้ได้รับการยอมรับว่าไทยยึดมั่นในกรอบจารีตประเพณีของประชาคมโลก

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศยังเปิดเผยว่า ได้เล่าให้ประธาน ICRC ว่ากัมพูชายังคงละเมิดข้อตกลงหยุดยิงและมีการใช้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคลซึ่งขัดต่ออนุสัญญาออตตาวา โดยล่าสุดเมื่อวาน (27 ส.ค.) ก็เกิดเหตุขึ้นครั้ง ทำให้ทหารไทย 1 นายต้องบาดเจ็บสูญเสียขา แม้ว่าไทยพยายามให้กัมพูชาร่วมมือ แต่หากกัมพูชายังคงละเมิดกฎระเบียบทุกอย่าง จึงจำเป็นต้องประท้วงและประนามผ่านองค์กรต่างๆ ทั้งที่เจนีวาไปทั้งหมดแล้ว รวมถึงกระทรวงการต่างประเทศและกองทัพได้ประท้วงกัมพูชาในกรณีดังกล่าวอีกครั้ง เชื่อว่าทุกฝ่ายเข้าใจ ดังนั้น ถือว่าการเดินทางเยือนกรุงสตอกโฮล์ม ประเทศสวีเดน และนครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ในครั้งนี้ ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี

“ในหลักการ ICRC ชื่นชม และพูดว่าสิ่งที่รัฐบาลไทยทำในขณะนี้ ในการรณรงค์ชี้แจงทุกอย่างโดยใช้ข้อเท็จจริง (Fact) เป็นตัวสู้กับข้อมูลข่าวสารที่บิดเบือน เป็นสิ่งที่นานาอารยประเทศให้การสนับสนุนและส่งเสริมในสิ่งที่เราทำอยู่ตลอดเวลา” นายมาริษกล่าว

 

ส่วนพื้นที่บ้านหนองจานที่ ICRC เคยมีบทบาทจัดตั้งศูนย์อพยพของกัมพูชาในช่วงสงครามกลางเมืองนั้น นายมาริษกล่าวว่า ได้บอกกับ ICRC ว่าหน้าที่ของตนตั้งแต่ได้เข้ามาในกระทรวงการต่างประเทศคือเรื่องศูนย์อพยพของกัมพูชา จึงเข้าใจเรื่องสิทธิมนุษยชนเป็นอย่างดี และเป็นหนึ่งในหลายคนของกระทรวงที่ผลักดันให้ความช่วยเหลือกับกัมพูชามาโดยตลอด ทั้งปัญหาสันติภาพในกัมพูชา เพื่อไม่ให้เกิดสงครามกลางเมือง ให้ความช่วยเหลือชาวกัมพูชาที่หลบหนีภัยสงครามเข้ามาในไทย สิ่งต่างๆ เหล่านี้เป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ในสายตาทุกประเทศว่าไทยเป็นประเทศที่รักสันติจริง โดยดูจากการกระทำ ไม่ใช่โฆษณาชวนเชื่อ

นายมาริษกล่าวว่า การกระทำที่ผ่านมาโดยตลอดยืนยันได้ดีที่สุดว่าเราคือประเทศรักสันติและมีบทบาทความช่วยเหลือกัมพูชามาตั้งแต่มีปัญหาอยู่ และการที่กัมพูชาได้เข้าเป็นสมาชิกกลุ่มอาเซียนก็เป็นอีกหนึ่งบทบาทของไทย ซึ่งเหล่านี้คือข้อเท็จจริง (Fact) ที่ทั่วโลกรับรู้ จึงเป็นการยืนยันว่าไทยให้ความช่วยเหลือด้านสิทธิมนุษยชนต่อกัมพูชามาอย่างต่อเนื่อง

ทูตไทย หารือเลขา UN

ในวันเดียวกัน นายเชิดชาย ใช้ไววิทย์ เอกอัครราชทูต ผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ ณ นครนิวยอร์ก ได้เข้าพบหารือกับนายอันโตนิอู กุแตร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ เกี่ยวกับสถานการณ์ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา

ประเด็นสำคัญของการหารือครั้งนี้ คือการขอรับคำชี้แจงอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการใช้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคลโดยกัมพูชา ซึ่งประเทศไทยดำเนินการตามข้อบทที่ 8 วรรค 2 ของอนุสัญญาห้ามทุ่นระเบิดสังหารบุคคล หรืออนุสัญญาออตตาวา เอกอัครราชทูตได้มอบหลักฐานเชิงประจักษ์และเอกสารประกอบ นอกเหนือจากเอกสารดังกล่าว

คณะผู้แทนไทยได้แสดงหลักฐานภาพเคลื่อนไหวของทหารกัมพูชาที่แสดงวิธีการใช้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคลและลักลอบฝังทุ่นระเบิดสังหารบุคคลในเขตแดนไทย

เอกอัครราชทูตแสดงความห่วงกังวลอย่างยิ่งต่อสถานการณ์ด้านมนุษยธรรม สืบเนื่องจากเหตุการณ์ทุ่นระเบิดในเขตแดนไทย โดยครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2568 ส่งผลให้มีจำนวนทหารที่พิการถาวร จำนวน 6 นาย

นอกจากนี้ ไทยได้หยิบยกสถานการณ์ภายหลังการบรรลุความตกลงหยุดยิง พร้อมแสดงความขอบคุณประธานอาเซียนสำหรับการอำนวยความสะดวกดังกล่าว และยืนยันความยึดมั่นในการดำเนินการตามข้อตกลงหยุดยิง เอกอัครราชทูตฯ ได้กล่าวถึงความท้าทายหลายประการ รวมถึงการยั่วยุและเผยแพร่ข้อมูลเท็จที่บ่อนทำลายความมั่นคง แต่ท่ามกลางความท้าทาย ยังมีพัฒนาการเชิงบวกจากการประชุมคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค (Regional Border Committee : RBC) ครั้งล่าสุด 1 วันก่อนหน้า ซึ่งนำมาสู่ข้อตกลง 11 ข้อ เพื่อลดความตึงเครียดทางการทหารและส่งเสริมการติดต่อสื่อสารระหว่างกัน สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของไทยในการขับเคลื่อนกลไกการหารือทวิภาคี

เลขาธิการสหประชาชาติได้รับทราบหลักฐานที่ไทยนำเสนอและให้ความมั่นใจว่าจะดำเนินการเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างเหมาะสม โดยหน่วยงานด้านการเก็บกู้ทุ่นระเบิดของสหประชาชาติ (United Nations Mine Action Service : UNMAS) พร้อมให้การสนับสนุนการเก็บกู้ทุ่นระเบิด อีกทั้งยังชื่นชมการแก้ไขปัญหาอย่างสันติของประเทศไทยผ่านช่องทางทวิภาคีและพหุภาคีอย่างต่อเนื่อง และขอให้ทั้งสองฝ่ายหารืออย่างสร้างสรรค์ต่อไป

ในโอกาสเดียวกันนี้ เอกอัครราชทูตได้แจ้งเลขาธิการสหประชาชาติถึงมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2568 อนุญาตให้ผู้หนีภัยการสู้รบจากเมียนมาทำงานในประเทศไทยได้อย่างถูกกฎหมาย โดยเลขาธิการสหประชาชาติชื่นชมการตัดสินใจของประเทศไทย ซึ่งสะท้อนความยึดมั่นในหลักการสิทธิมนุษยชน

ประเทศไทยคงความมุ่งมั่นแก้ไขปัญหาอย่างสันติผ่านกลไกทางการทูต บนพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศ และเพื่อสันติภาพและความมั่งคั่งของภูมิภาค

ที่มา : มติชน1, มติชน2