Skip to content

ต้นยางพารา ใช้ค้ำประกันเงินกู้ได้จริง กยท. เร่งตามความคืบหน้าโครงการ

30 ส.ค. 2568 | 12:59น.
ต้นยางพารา ใช้ค้ำประกันเงินกู้ได้จริง กยท. เร่งตามความคืบหน้าโครงการ

“ต้นยางพารา” ใช้ค้ำประกันเงินกู้ได้จริง กยท. ติดตามความคืบหน้าโครงการฯ หนุนสร้างโอกาสทางการเงินแก่ชาวสวนยาง

รายงานข่าว ระบุว่า เมื่อวันที่ (29 ส.ค. 68) การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) นำโดย นายสุขทัศน์ ต่างวิริยกุล รองผู้ว่าการด้านปฏิบัติการ พร้อมคณะผู้บริหาร กยท. ได้รับมอบหมายจาก ดร.เพิก เลิศวังพง รักษาการผู้ว่าการ กยท. เข้าพบผู้บริหารระดับสูง ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ติดตามความคืบหน้าโครงการนำไม้ยืนต้นยางพารามาใช้เป็นหลักประกัน

นายสุขทัศน์ ต่างวิริยกุล รองผู้ว่าการด้านปฏิบัติการ การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) กล่าวว่า ปัจจุบัน กยท. และ ธ.ก.ส. ได้เริ่มดำเนินการนำร่องโครงการฯ แล้วในพื้นที่ จ.หนองบัวลำภู โดยมีเกษตรกรชาวสวนยาง 4 รายแรกที่ได้รับสินเชื่อสำเร็จเป็นที่เรียบร้อย โดยการดำเนินโครงการฯ นี้ แสดงให้เห็นว่าต้นยางพาราสามารถใช้เป็นหลักประกันทางการเงินได้จริง ซึ่งเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการเพิ่มสภาพคล่องทางการเงิน ควบคู่กับการช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรอย่างยั่งยืน สอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ต้องการมุ่งขยายโอกาสให้เกษตรกรเข้าถึงสินเชื่อได้มากขึ้น

“กยท. เชื่อมั่นว่าโครงการฯ นี้เป็นอีกก้าวสำคัญในการยกระดับต้นยางพาราจากพืชเศรษฐกิจที่สร้างรายได้ สู่การเป็นสินทรัพย์ที่ช่วยเพิ่มโอกาสและความมั่นคงทางการเงินให้ชาวสวนยางอย่างแท้จริง” นายสุขทัศน์ กล่าวทิ้งท้าย

สำหรับเกษตรกรชาวสวนยาง ที่สนใจเข้าร่วมโครงการฯ ต้องมีคุณสมบัติ อาทิ ต้องเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ต้นยางที่ปลูกในที่ดินมีเอกสารสิทธิ โดยต้นยางพาราต้องมีอายุตั้งแต่ 7 ปีขึ้นไป และมีขนาดเส้นรอบวงของลำต้นไม่น้อยกว่า 48 ซม. ที่ความสูง 170 ซม. จากพื้นดิน (เหนือรอยกรีด) เป็นต้น ทั้งนี้ ธ.ก.ส. ได้กำหนดวงเงินกู้ไม่เกินร้อยละ 50 ของวงเงินจดทะเบียนสัญญาหลักประกันทางธุรกิจไม้ยืนต้นที่ธนาคารรับเป็นหลักประกัน