ภูมิธรรม แจงดีลพรรค ปชน. ฝากให้คิด ภูมิใจไทย คุมได้จริงหรือ อุบยุบสภา
ภูมิธรรมร่ายยาวรายละเอียดเจรจาพรรคประชาชนตั้งรัฐบาล ฝากไว้ให้คิด แน่ใจภูมิใจไทยคุมได้จริงหรือ อุบยุบสภา แย้มมีกระบวนการตามรัฐธรรมนูญ เตือน ปชน. ร่วม ภท.คิดให้ดี ชี้ต้องเร่งตั้งรัฐบาลปล่อยเป็นเป็ดง่อยไม่ได้
นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการพูดคุยกับพรรคประชาชนเมื่อวานนี้ (31 ส.ค.) ว่าสถานการณ์ปัจจุบันยังอยู่ในจุดที่พรรคเพื่อไทยได้รับมอบหมายจากพรรคร่วมรัฐบาลในการดำเนินการจัดตั้งรัฐบาล และเมื่อวานนี้ได้พบกับพรรคประชาชน จริง ๆ แล้วตนไม่ต้องเดินทางไป แต่เมื่อมีการถามหาตนจึงต้องลาการประชุม ก.ตร.ไป
นายภูมิธรรมกล่าวว่า ที่พรรคประชาชนได้รับการตอบรับอย่างอบอุ่นมาก ก่อนที่จะเข้าไป และหลังจากที่เดินเข้าไปแล้ว ก็รออยู่ไม่มีผู้บริหารรับ และได้เดินเข้าไปพบ 4-5 คนในห้องประชุม ซึ่งไปกับตัวแทนพรรคร่วมหลายคน ซึ่งในการพูดคุยตนได้ขอบคุณที่ให้โอกาสมานั่งประชุม ซึ่งในฐานะตัวแทนที่ทุกคนมอบหมาย แม้ว่าจะไม่มีหน้าที่ในพรรคเพื่อไทยโดยตรง
แต่ก็ทำหน้าที่ในการปฏิบัติงานแทนนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นประธานของ ครม. และเมื่อมีการถามหา ตนก็จึงเดินทางไป ซึ่งการพูดคุยตนได้มีการเสนอว่าพรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรครับในข้อเสนอทั้งหมดของพรรคประชาชนเป็นเรื่องที่ตรงกัน
เพราะว่าวันนี้ประเทศวิกฤต ถึงเวลาที่จะต้องรีเซตการเมืองใหม่ ฉะนั้น การเสนอให้ดำเนินการตามข้อเสนอพรรคประชาชนเป็นเรื่องที่ดี ควรจะทำ และสิ่งที่พรรคประชาชนได้เสนอถามกลับมาประเด็นแรกคือ รัฐธรรมนูญปี 2540 ไม่มีเจตนาอะไร หัวใจสำคัญคือการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ผ่านกลไกของสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ซึ่งเป็นสิ่งที่พรรคเพื่อไทยและพรรคร่วมรัฐบาลเห็นด้วย
นายภูมิธรรมยังกล่าวอีกว่า ที่ผ่านมาพรรคภูมิใจไทยไม่ได้สนับสนุน ตนก็ไม่ได้จิตใจที่จะใช้รัฐธรรมนูญปี 2540 เพื่อประกอบใช้ในระหว่างการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ หากพรรคประชาชนติดใจเรื่องนี้ก็สามารถถอนออกได้ ก็ไม่มีปัญหาอะไร เพราะเรายอมรับอยู่แล้วว่าจะร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
ขณะที่เรื่อง MOU 43-44 นายภูมิธรรมกล่าวว่า เห็นว่าเรื่องนี้เป็นประเด็น ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลนี้หรือรัฐบาลใหม่ ยืนยันไม่มีอะไรติดใจหากจะดำเนินการในเรื่องนี้ และไม่มีประโยชน์อะไรแอบแฝง จึงเห็นควรแนบไปกับประชามติถ้าประชาชนเห็นอย่างไร รัฐบาลใหม่จะได้ดำเนินการตามนั้น วิกฤตเรื่องนี้จะได้จบลง
ส่วนประเด็นที่ดินเขากระโดงและคดีฮั้ว สว. นายภูมิธรรมกล่าวว่า จริง ๆ เป็นกระบวนการยุติธรรม จะบอกให้เป็นกระบวนการยุติธรรมก็ได้ และไม่ว่าจะเป็นคดีจากพรรคใด ทั้งที่ดินอัลไพน์ ตนคิดว่าทำได้ทั้งนั้น เพราะว่าอยู่ในกระบวนการ ซึ่งทั้งหมดนี้ตนไม่ได้ตอบไปยังพรรคประชาชน แต่ตนตอบว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงที่สุด
นายภูมิธรรมยังระบุว่า เห็นแกนนำพรรคประชาชนหลายคนพูดว่า หัวใจสำคัญ ของการตัดสินใจเรื่องนี้อยู่ที่การจะดูว่าใครจะอยู่ในความควบคุมได้มากที่สุด ตนมองว่าไม่น่าจะเป็นการควบคุม ว่าอยู่ที่ว่าสิ่งที่เขาเสนอสามารถเป็นไปตามข้อตกลงได้หรือไม่ ดูเหมือนว่าจะสนใจพรรคภูมิใจไทย
แต่ตนคิดว่าเรื่องการควบคุมว่ามีเสียงน้อยเสียงมาก หรือจะไปจับมือกับเขา ตนคิดว่าการพิจารณาไม่ใช่เรื่องของการควบคุมได้ เพราะตอนนี้หากพูดกันตามความจริง ก็ไม่มีใครสามารถควบคุมใครได้ หากคิดว่าไม่ซื่อตรงแล้วจะตัดสินใจก็ตัดสินใจได้
แต่สิ่งสำคัญคือการที่จะปล่อยให้พรรคภูมิใจไทยมาเป็นหัวหน้ารัฐบาลในเวลาอีก 4 เดือน ก่อนจะมีการเลือกตั้ง ขอถามว่าคดีเขากระโดงจะกลับไปเป็นแบบเดิมหรือไม่ ในการตีความของพรรคภูมิใจไทย เพราะขณะนี้อยู่ในกระบวนการที่จะนำที่ของหลวงกลับมาในช่วงสิ้นเดือนนี้
เช่นเดียวกับเรื่องการฮั้ว สว.ที่กำลังเข้าสู่การเปิดประเด็นจับกุม ขณะนี้ติดอยู่ที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตนเชื่อว่า 2 เรื่องนี้เป็นหัวใจสำคัญ แต่ตนได้บอกไปว่า หากติดใจเรื่องนี้ก็ไม่เป็นไร แต่ขออย่าให้มีกระบวนการแทรกแซง และไม่ว่าจะตัดสินใจอย่างไร ตนก็เคารพการตัดสินใจของพรรคประชาชน
แต่เรื่องการแก้รัฐธรรมนูญที่เป็นหัวใจสำคัญ ใครจะทำเต็มที่ได้มากกว่ากัน ซึ่งพรรคเพื่อไทยยืนยันในเรื่องนี้มาตลอด สิ่งที่เคยเป็นปัญหาในเรื่องบางมาตราที่มีความแตกต่างกัน แต่ในเรื่องการยกมือโหวตตรงกัน คือให้มีการตั้ง ส.ส.ร. จึงถามว่าใครคือผู้มีบทบาทในการควบคุม สว. ฝากให้ไปคิด
นายภูมิธรรมยังระบุต่อว่า หากให้พรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล จะมีหลักประกันอะไรที่พรรคประชาชนสามารถทำให้เกิดขึ้น ในเมื่อตัวเองก็ไม่ได้เข้าไปเป็นรัฐมนตรี เพราะพรรคพรรคภูมิใจไทยสามารถทำได้ง่าย จะรอให้อภิปรายไม่ไว้วางใจตนบอกว่าไม่ทัน
เชื่อว่าจะดำเนินการไปก่อน เพราะอำนาจในการยุบสภารัฐบาลพรรคภูมิใจไทย เป็นผู้มีอำนาจในการยื่นเรื่อง และสิ่งสำคัญขออย่าเบี่ยงประเด็นว่าใครจะได้มากได้น้อย หรือพรรคภูมิใจไทยมีน้อยกว่า 100 เสียงสามารถควบคุมได้ โดยการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ
ส่วนพรรคเพื่อไทยยอมรับว่าเคยบาดหมางกัน แต่เรายืนยันในข้อตกลงมาตลอด การที่บอกว่าพรรคเพื่อไทยบิดพลิ้ว หรือตระบัดสัตย์ 2 ครั้ง ที่มีการเสนอชื่อนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรคก้าวไกล ล้วนเป็นคนของพรรคเพื่อไทย ที่เป็นผู้เสนอชื่อทั้ง 2 ครั้ง และทุกเสียงของพรรคเพื่อไทยยกมือให้หมด แต่สิ่งที่บอกคือ สว.จะโหวตให้ แต่สุดท้ายไม่เลือก
และประเด็นสุดท้ายขอเวลา 10 เดือน ซึ่งได้ประกาศไปชัดเจนตั้งแต่แรก ว่ารอการตัดสินใจของพรรคประชาชนไม่ได้ และวันนี้อยากจะร่วมมือกัน ลืมเรื่องเก่า ๆ และอยากจะร่วมมือกัน สิ่งที่เกิดขึ้นขณะนี้ทุกคนยอมรับว่าปล่อยประเทศให้พรรคเพื่อไทยและพรรคประชาชนที่มี 360 เสียงเป็นฝ่ายค้านไม่ได้ ในขณะที่รัฐบาลมีเพียง 143 เสียง ไม่มีประเทศไหนมาเจรจาด้วย เพราะไม่มีความเชื่อมั่นเกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดนี้อยู่ในอำนาจของพรรคประชาชนที่จะเป็นผู้ตัดสินใจ
เมื่อถามว่า หากพรรคประชาชนไม่ร่วมรัฐบาล พรรคเพื่อไทยพร้อมที่จะเป็นฝ่ายค้านหรือตัดสินใจยุบสภา นายภูมิธรรมกล่าวว่ายังไม่ต้องตัดสินใจว่าจะเป็นฝ่ายค้านหรือยุบสภา เราเสนอประเด็นให้พรรคประชาชนตัดสินใจ ถ้าเขาเลือกพรรคภูมิใจไทยก็เป็นสิทธิที่ทำได้
ส่วนพรรคเพื่อไทยจะทำอย่างไร ก็มีกระบวนการตามรัฐธรรมนูญอยู่แล้ว ที่จะต้องหาทางออกในหลาย ๆ ทางที่เป็นไปได้ อันนั้นอยู่ที่ดุลยพินิจ ขอให้สถานการณ์ชัด ตอบให้ชัดว่าจะสนับสนุนพรรคภูมิใจไทยหรือพรรคเพื่อไทย และมีข้อกังวลอะไรบอกมาให้ชัด และข้อกังวลนั้นจะหาทางป้องกันอย่างไร
เมื่อถามถึงกระบวนการของพรรคเพื่อไทย ว่าปลายทางจะไม่เป็นฝ่ายค้านใช่หรือไม่ นายภูมิธรรมกล่าวว่าเปล่าครับ ยังไม่มีการตัดสินใจ มีแต่เพียงว่าอยากจะร่วมการตั้งรัฐบาล โดยให้พรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำ แล้วจะดำเนินการตามนั้น บอกแล้วว่านโยบายมีเยอะ รวมถึงวาระแห่งชาติ คือต้องเปลี่ยนแปลงสภาพการเมืองที่ผิดเพี้ยนแบบนี้ให้มีการรีเซตใหม่ คือต้องไปแก้รัฐธรรมนูญ
เมื่อถามอีกว่า ในฐานะที่เป็นรัฐบาลเดิมและยังรักษาการอยู่ คิดว่าการจับขั้วเพื่อให้ได้นายกรัฐมนตรีคนใหม่ควรจะใช้เวลาเร็วที่สุดเมื่อใด นายภูมิธรรม กล่าวว่าเมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น อยากได้เร็วที่สุด เพราะหากปล่อยสภาพแบบนี้ไว้ก็เป็นรัฐบาลเป็ดง่อย ทำอะไรไม่ได้ ตอนนี้ทั้งหมดอยู่ที่พรรคประชาชนตัดสินใจ อยากให้รอบคอบ เพราะการตัดสินใจครั้งนี้เป็นครั้งสำคัญ พรรคประชาชนยังไม่เคยเลือกนายกรัฐมนตรีจากนอกพรรค ครั้งนี้เป็นครั้งแรก ถ้าจะประเดิมด้วยพรรคภูมิใจไทยต้องมีหลักประกันว่าประเทศจะไม่เสียหาย
เมื่อถามว่าพรรคเพื่อไทยจะสร้างหลักประกันหรือความมั่นใจอะไรให้กับพรรคประชาชน นายภูมิธรรมกล่าวว่าเป็นหน้าที่ที่พรรคประชาชนต้องถามตน ก็รอให้สิ่งนั้นเกิด
เมื่อถามว่าวันนี้พรรคประชาชนจะมีคำตอบที่ชัดเจนมาให้กับพรรคเพื่อไทยหรือไม่ นายภูมิธรรมกล่าวว่าไม่ทราบครับ เพราะเขาบอกว่ากลไกโครงสร้างเยอะ ต้องถามจากส่วนต่าง ๆ ตนก็บอกว่าไม่เป็นไร แต่วันนี้ที่มีประชุมและจะมีคำตอบหรือไม่ อาจจะไม่แน่ใจจะมีหรือไม่มีก็ได้ไม่เป็นไร ขอให้พรรคประชาชนใช้เวลาเต็มที่ แต่เมื่อเสร็จแล้วให้แจ้งเราด้วย เพื่อให้เราดำเนินการขั้นต่อไป
เมื่อถามว่า นอกจากพรรคประชาชนแล้ว พรรคร่วมรัฐบาลที่ยังอยู่ด้วยกันยังเหมือนเดิมหรือไม่ เพราะอย่างพรรคประชาธิปัตย์ก็ยังไม่ชัดว่าจะไปต่อ และการที่มาร่วมแถลงข่าวอาจเป็นเพียงมารยาททางการเมืองเท่านั้น นายภูมิธรรม กล่าวว่าเขาไม่ได้พูดคำนี้ เขาพูดเพียงว่าขณะนี้เรายังร่วมกันอยู่ ทั้งหมดจะตัดสินใจอย่างไรขึ้นกับสถานการณ์ ซึ่งเราเคารพอยู่แล้ว ทุกพรรคต้องพิจารณาตามสถานการณ์การเมือง