พงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นประธานในพิธีมอบเกียรติบัตร พร้อมเงินรางวัลแก่เยาวชน และโล่ขอบคุณผู้สนับสนุน การแข่งขันฝีมือแรงงานอาเซียน ครั้งที่ 14 ที่สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ พร้อมชื่นชมตอกย้ำศักยภาพแรงงานไทย
พงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า ขอแสดงความยินดีกับผู้เข้าแข่งขันฝีมือแรงงานอาเซียน ครั้งที่ 14 ณ สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ ที่สามารถคว้า 22 เหรียญ ได้แก่ เหรียญทอง 5 เหรียญ เหรียญเงิน 4 เหรียญ เหรียญทองแดง 3 เหรียญ และเหรียญฝีมือยอดเยี่ยม 10 เหรียญ กลับมาให้ประเทศไทย และขอชื่นชมเยาวชนทั้ง 34 คน ผู้เชี่ยวชาญ 29 คน ที่ได้ทำหน้าที่อย่างเต็มความสามารถ
“นี่คือความสำเร็จในการแสดงความสามารถและศักยภาพของเยาวชนไทยที่มีทักษะฝีมือไม่แพ้ชาติใดในโลก และขอเป็นกำลังใจให้เยาวชนที่พลาดเหรียญรางวัลในครั้งนี้”

เหนือสิ่งอื่นใด ตัวแทนเยาวชนทุกคน จะได้รับประสบการณ์ที่มีค่าและหาจากที่ไหนไม่ได้ นอกจากในสนามแข่งขัน รวมไปถึงขอขอบคุณผู้สนับสนุนทุกท่านที่ให้การสนับสนุนตลอดมาทั้งด้านงบประมาณ สถานที่ บุคลากร วัสดุ อุปกรณ์ เครื่องมือ และเครื่องจักรที่ทันสมัยในการเก็บตัวฝึกซ้อม จนประสบความสำเร็จในครั้งนี้
ในวันนี้ทางกระทรวงแรงงาน โดยกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน จัดพิธีมอบเกียรติบัตร และเงินรางวัลให้แก่เยาวชน เหรียญทอง จะได้รับเงินรางวัลจำนวน 150,000 บาท เหรียญเงิน จะได้รับเงินรางวัล จำนวน 75,000 บาท เหรียญทองแดง จะได้รับเงินรางวัลจำนวน 40,000 บาท และเหรียญฝีมือยอดเยี่ยม (รางวัลชมเชย) จะได้รับเงินรางวัลจำนวน 20,000 บาท
ในส่วนของน้อง ๆ ที่พลาดเหรียญรางวัล จะได้รับรางวัลทุ่มเทเสียสละ เป็นทุนการศึกษา รายละ 10,000 บาท เพื่อเป็นกำลังใจ พร้อมทั้งมีการมอบโล่ขอบคุณและเกียรติบัตรให้แก่ผู้สนับสนุนทั้ง 47 แห่ง ที่ทำให้การส่งเยาวชนเข้าร่วมแข่งขันสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี

พงศ์กวินกล่าวต่อว่า เวทีการแข่งขันฝีมือแรงงานอาเซียน นับเป็นเวทีแรกในต่างประเทศที่ให้เยาวชนไทยได้แสดงความสามารถ ศักยภาพ ทักษะฝีมือแรงงานของไทย ถือเป็นเครื่องมือสำคัญในการวัดระดับความสำเร็จ ในการพัฒนาฝีมือแรงงาน ผลการแข่งขันเป็นตัวบ่งบอก สถานการณ์กำลังแรงงานในอนาคต และปริมาณความต้องการของตลาดแรงงานได้ ว่าต้องการแรงงานที่มีความรู้ ทักษะ ด้านใด
โดยเฉพาะในปัจจุบันจะต้องเน้นพัฒนาทักษะในสาขาที่เกี่ยวกับระบบอัตโนมัติ ดิจิทัล การวิเคราะห์ข้อมูลให้มากยิ่งขึ้น แต่ก็ต้องไม่ทิ้งสาขาที่มีทักษะด้านงานฝีมือ ทักษะด้านงานบริการ ที่ถือเป็นจุดเด่นของประเทศไทย สำหรับเยาวชนที่ได้เหรียญรางวัล นับเป็นเครื่องหมายการันตี ที่สามารถนำไปใช้ในการสมัครเข้าศึกษาต่อในสถาบันที่ต้องการ การรับทุนการศึกษาจากสถานศึกษาต้นสังกัด รวมถึงการสมัครงาน

ที่ผ่านมามีเยาวชนหลายคนที่ผ่านเวทีการแข่งขันในระดับต่าง ๆ เป็นที่ต้องการของสถานประกอบกิจการเป็นจำนวนมาก บางสถานประกอบกิจการมีแผนการบรรจุเยาวชนที่ผ่านเวทีการแข่งขันในระดับนานาชาติเป็นพนักงานทันทีหลังเรียนจบ อาทิ บริษัท เด็นโซ่ อินเตอร์เนชั่นแนล เอเชีย จำกัด
นายเดชา พฤกษ์พัฒนรักษ์ อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กล่าวเสริมว่า การแข่งขันฝีมือแรงงานอาเซียน ครั้งที่ 13 นี้ จะประสบความสำเร็จไม่ได้เลย หากไม่มีพันธมิตรที่ดีทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชนทั้ง 47 แห่ง ในการสนับสนุนด้านงบประมาณ สถานที่ บุคลากร วัสดุอุปกรณ์ที่ทันสมัยในการฝึกซ้อมของเยาวชน
ขอขอบคุณทุกท่านกับความสำเร็จนี้เป็นอย่างยิ่ง และหลังจากนี้ขอให้ชาวไทย ร่วมส่งแรงใจให้กับน้อง ๆ เยาวชนที่ได้รับรางวัลในครั้งนี้ต่อไป เพื่อเข้าแข่งขันฝีมือแรงงานเอเชีย ครั้งที่ 3 ช่วงเดือนพฤศจิกายน 2568 ณ ไทเป ไต้หวัน และไปแข่งขันฝีมือแรงงานนานาชาติ ครั้งที่ 48 ในปี 2569 ณ เมืองเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน
