“เคทีซี-อบาคัส ดิจิทัล-แรบบิท แคช-จีฟิน เซอร์วิสเวส (ที)” จ่อลุยสินเชื่อส่วนบุคคลดิจิทัล
ธุรกิจ 4 ราย “เคทีซี-อบาคัส ดิจิทัล-แรบบิท แคช-จีฟิน เซอร์วิสเวส (ที)” จ่อลุยสินเชื่อส่วนบุคคลดิจิทัล “ธปท.” เผยปัจจุบันดำเนินการแล้ว 7 ราย มองเป็นสินเชื่อรากหญ้า ชี้คนแห่ใช้บริการเพิ่มขึ้นดันยอดสินเชื่อคงค้าง ณ สิ้นไตรมาส 2 ปีนี้เพิ่มขึ้น 2 เท่าจากช่วงเดียวปีก่อน ขณะที่หนี้เสียยังต่ำ ฟาก “วิจัยกสิกรไทย” ประเมินตลาดยังมีโอกาสโต หลังมีรายใหญ่จ่อเปิดให้บริการเพิ่ม
นางสาวสุวรรณี เจษฎาศักดิ์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายกำกับสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า สินเชื่อส่วนบุคคลดิจิทัล (Digital Personal Loan) มีจำนวนลูกค้าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด ณ ไตรมาส 2 ปี 2568 มีจำนวนลูกค้าทั้งสิ้น 5 ล้านราย ยอดสินเชื่อคงค้างประมาณ 10,600 ล้านบาท โดยวงเงินสินเชื่อต่อรายปรับเพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 1,300-1,500 บาทต่อราย ปัจจุบันเพิ่มขึ้นเป็น 2,100 บาทต่อราย และมีผู้ประกอบการเปิดให้บริการแล้ว 7 ราย ขณะที่อีก 4 ราย ธปท.รับทราบแล้ว แต่ยังไม่ได้เปิดให้บริการ
ทั้งนี้ แนวโน้มสินเชื่อประเภทนี้เติบโตขึ้นต่อเนื่อง ในขณะที่หนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) มีแนวโน้มลดลง ทั้งในแง่จำนวนและเปอร์เซ็นต์ โดยตัวเลขไตรมาส 2/2568 หนี้เอ็นพีแอลอยู่ที่ 5% ถือว่าไม่สูงมาก เนื่องจากเป็นสินเชื่อไม่มีหลักประกัน ซึ่งลดลงจากช่วงแรก ๆ ที่มีการเปิดบริการ
“สินเชื่อดิจิทัลพีโลน ถือเป็นสินเชื่อที่ลงไปถึงรากหญ้าจริง ๆ แบบกู้เร็ว ๆ และจ่ายคืนแบบเร็ว ๆ สะท้อนจากจำนวนลูกค้าจะเห็นว่าจำนวนลูกค้าเพิ่มขึ้นเป็น 5 ล้านราย หากเทียบไตรมาส 2 ปี 2567 จำนวนรายอยู่ที่ 3.4 ล้านราย และยอดสินเชื่อก็เพิ่มขึ้นมา 2 เท่า จากปีก่อนอยู่ที่ 4,500 ล้านบาท”
สำหรับบริษัทที่ให้บริการสินเชื่อส่วนบุคคลดิจิทัล จำนวน 7 ราย ได้แก่ 1.บริษัท ไมนี่ (แคปปิตอล) จำกัด 2.บริษัท แอสเซนด์ นาโน จำกัด 3.บริษัท อิออน ธนสินทรัพย์ (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) 4.ธนาคารกสิกรไทย 5.บริษัท อยุธยา แคปปิตอล เซอร์วิสเซส จำกัด 6.ธนาคารไทยพาณิชย์ และ 7.เครดีโว้ (ไทยแลนด์) จำกัด
ขณะที่อีก 4 รายที่เตรียมเปิดให้บริการ ได้แก่ 1.บริษัท จีฟิน เซอร์วิสเวส (ที) จำกัด 2.บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) 3.บริษัท อบาคัส ดิจิทัล จำกัด และ 4.บริษัท แรบบิท แคช จำกัด
ดร.กาญจนา โชคไพศาลศิลป์ ผู้บริหารงานวิจัย บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ภาพรวมสินเชื่อส่วนบุคคล (P/L) ของธนาคารพาณิชย์ และผู้ประกอบธุรกิจที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน (น็อนแบงก์) ณ ไตรมาส 2/2568 มีจำนวนบัญชีอยู่ที่ 18.7 ล้านบัญชี ซึ่งหากเทียบบัญชีสินเชื่อส่วนบุคคลดิจิทัลปัจจุบันที่มีอยู่ 5 ล้านราย เฉลี่ย 1 คน 1 บัญชี จะคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 27% ของจำนวนบัญชีสินเชื่อที่ไม่มีหลักประกันทั้งระบบ
“แนวโน้มสินเชื่อส่วนบุคคลดิจิทัลในระยะข้างหน้า ยังคงมีอัตราการเติบโตต่อเนื่อง ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากส่วนบุคคลดิจิทัล เป็นตลาดใหม่ และเทียบกับฐานที่ต่ำ ประกอบกับมีผู้ให้บริการที่ได้รับการอนุญาตจาก ธปท. อยู่ระหว่างรอดำเนินการ ทยอยเปิดให้บริการอยู่ ซึ่งหากดูรายชื่อจะพบว่ามีผู้ประกอบการรายใหญ่ที่มีความเชี่ยวชาญในธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลอยู่แล้ว จะช่วยสนับสนุนการเติบโตได้”
อย่างไรก็ดี แม้ว่าตลาดสินเชื่อส่วนบุคคลดิจิทัลยังมีโอกาสเติบโตอีกมาก ทั้งในแง่จำนวนรายลูกค้า และยอดสินเชื่อคงค้างสะสม แต่ยอมรับว่า การเติบโตยังเป็นไปอย่างระมัดระวัง เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจที่ยังฟื้นตัวไม่ดีนัก และมีปัจจัยความไม่แน่นอนสูง ขณะที่การปล่อยสินเชื่อประเภทนี้จะใช้ข้อมูลทางเลือก (Alternative Data) ดังนั้น จะขึ้นกับโมเดลความแม่นยำของข้อมูลผู้ให้บริการด้วย
ส่วนเอ็นพีแอล หากตามข้อมูลสินเชื่อส่วนบุคคลดิจิทัลอยู่ที่ราว 5% ซึ่งปรับลดลงจากช่วงที่เปิดให้บริการในช่วงต้น มองว่า ถือว่าแนวโน้มดีขึ้น และหนี้เสียต่ำกว่าสินเชื่อรายย่อยประเภทอื่น แต่หากเทียบหนี้เอ็นพีแอลในส่วนของสินเชื่อส่วนบุคคล ณ ไตรมาส 2 ปี 2568 อยู่ที่ 3.45% ถือว่าสินเชื่อส่วนบุคคลดิจิทัลสูงกว่าเล็กน้อย
แต่เนื่องจากสินเชื่อส่วนบุคคล เน้นกลุ่มที่มีรายได้ประจำและใช้เอกสารประกอบในการพิจารณา ทำให้หนี้เสียน้อยกว่า เมื่อเทียบกับสินเชื่อส่วนบุคคลดิจิทัล จะเน้นใช้ข้อมูลทางเลือก ดังนั้น มองไปข้างหน้าแนวโน้มหนี้เสียของสินเชื่อส่วนบุคคลดิจิทัลจะปรับเพิ่มขึ้นหรือลดลงจะขึ้นกับโมเดลในการวิเคราะห์สินเชื่อของแต่ละแห่ง
“ตอนนี้ยังมีผู้ประกอบการที่กำลังเตรียม Operate ธุรกิจรออยู่อีก 4 ราย และเป็นเจ้าที่เก่งในตลาดสินเชื่อส่วนบุคคล ทำให้ตลาดสินเชื่อส่วนบุคคลดิจิทัลน่าจะเติบโตได้อีก แต่ในภาวะเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอน คนที่จะเข้ามาเล่นตลาดนี้จะอยู่ที่ความแม่นยำของข้อมูลว่า Alternative Data ซึ่งแต่ละเจ้าก็มีโมเดลและฐานข้อมูลที่เลือกใช้แตกต่างกัน”
นายอธิศ รุจิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่ด้านกรุงศรี คอนซูมเมอร์ และประธานชมรมธุรกิจบัตรเครดิต สมาคมธนาคารไทย (TBA) กล่าวว่า สินเชื่อส่วนบุคคลดิจิทัลของ บริษัท อยุธยา แคปปิตอล เซอร์วิสเซส ยังได้รับความสนใจจากลูกค้า และมียอดสินเชื่อปล่อยใหม่ค่อนข้างจำกัด โดยมียอดปล่อยสินเชื่อในสัดส่วนที่น้อยเมื่อเทียบกับตลาดสินเชื่อบุคคลปกติ
“สินเชื่อบุคคลดิจิทัลมีข้อจำกัด เรื่องระยะเวลาการผ่อนชำระที่ค่อนข้างสั้น สูงสุดแค่ 5 เดือน ซึ่งจะไม่ตอบโจทย์ของลูกค้า ที่ต้องการรักษาสภาพคล่องทางการเงินในสภาพเศรษฐกิจที่ซบเซาเช่นนี้”