ผอ.สลาก เดินหน้าวาระ 2 เสริมรายได้รัฐ-พัฒนาสังคม
สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล (GLO) นำคณะสื่อมวลชนเยี่ยมเยือนวิสาหกิจชุมชนเกษตรสรรค์สร้าง ตำบลปากพูน อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นหนึ่งในชุมชนจากโครงการสลากสรรค์สร้างเพื่อชุมชน ที่สำนักงานให้การสนับสนุน เมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา
นำทีมโดย “พันโท หนุน ศันสนาคม” ผู้อำนวยการ สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ที่เพิ่งได้รับการต่อวาระการทำงานอีก 1 วาระ เมื่อเร็ว ๆ นี้ พร้อมด้วย “รศ.ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย” กรรมการและโฆษกคณะกรรมการสลาก
โดย “พันโทหนุน” กล่าวว่า แนวทางการบริหารจัดการสลากในตลาด ยังคงเน้นไปที่การเพิ่มช่องทางดิจิทัล เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคเลือกซื้อได้อย่างสะดวก ขณะเดียวกันก็มีความพยายามเพิ่มจำนวนตัวแทนจำหน่าย ที่ล่าสุดมีประมาณ 4,000 ราย กระจายสลากรวมได้ราว 6 ล้านฉบับต่องวด ซึ่งตัวเลขนี้มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง
ทั้งนี้ ปัจจุบันสลากในตลาด ยังคงประกอบด้วย สลากใบจำนวน 78 ล้านใบ และสลากดิจิทัล 27 ล้านใบ คิดรวมทั้งสิ้น 105 ล้านใบ โดยทางสำนักงานสลากต้องการพัฒนาให้เป็นดิจิทัลมากขึ้น แต่การจะทำได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับความต้องการของประชาชนด้วย
“ตอนนี้แต่ละงวดยังมีสลากเหลืออยู่ เช่น งวดล่าสุดเหลือประมาณ 30,000 ใบ ส่วนก่อนหน้านี้เคยเหลือมากถึง 600,000 ใบ ซึ่งตั้งแต่เพิ่มจำนวนสลากดิจิทัลเป็น 27 ล้านใบ ขายหมดแค่ 2-3 งวดเท่านั้น แม้สลากดิจิทัลจะราคาต่ำกว่าและสะดวกกว่า แต่ยังมีผู้ซื้อจำนวนไม่น้อยที่คงเลือกซื้อสลากใบ”
ส่วนสลาก N3 “พันโทหนุน” กล่าวว่า N3 ถูกออกแบบมาเพื่อ “ปิดช่องว่าง” กับสลากแบบ L6 ซึ่งไม่ได้ตั้งใจให้เป็นผลิตภัณฑ์หลักในการสร้างรายได้ แต่ช่วยเปิดโอกาสให้ผู้ขายรายใหม่เข้ามามีส่วนร่วมในตลาดมากขึ้น
นอกจากนี้ อีกประเด็นที่น่าสนใจ คือเรื่องเงินรางวัลที่ไม่มีผู้มาเบิก แต่ละปีอยู่ที่ประมาณ 100-200 ล้านบาท ซึ่งเงินในส่วนนี้จะต้องส่งคืนคลัง อย่างไรก็ตาม แนวโน้มดังกล่าวลดลง เนื่องจากสลากดิจิทัลเข้ามามีบทบาทมากขึ้น เมื่อถูกรางวัล
“ระบบจะมีการแจ้งเตือนและสามารถรับเงินได้ทันทีผ่านแอปเป๋าตัง หรือบัญชีธนาคารกรุงไทย ทำให้ลดปัญหาเงินรางวัลค้างทิ้งและสร้างความสะดวกผู้ซื้อด้วย”
พันโทหนุนกล่าวด้วยว่า นอกจากพันธกิจ การผลิต จำหน่าย ออกรางวัล และจ่ายรางวัล เพื่อเสริมรายได้รัฐ สำนักงานสลากยังส่งเสริมสนับสนุนกิจกรรมสาธารณประโยชน์เพื่อช่วยเหลือสังคมอย่างยั่งยืน ซึ่งการดำเนินโครงการสลากการกุศลถือเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่รัฐบาลใช้เพื่อระดมงบประมาณนำไปสนับสนุนโครงการด้านสาธารณสุข การศึกษา และการพัฒนาสังคม โดยมีกรอบวงเงินถึง 1 หมื่นล้านบาท

ทั้งนี้ คณะรัฐมนตรี (ครม.) เป็นผู้กำหนดการจัดสรรให้แต่ละโครงการ เช่น โครงการทุนการศึกษา 1 อำเภอ 1 ทุน (One District One Scholarship : ODOS) ที่ได้รับเงินสนับสนุนกว่า 50% ของวงเงินหลัก
แม้จะมีการจัดสรรงบประมาณแล้ว แต่การเบิกจ่ายขึ้นอยู่กับจังหวะและความพร้อมของแต่ละโครงการ บางโครงการสามารถใช้ต่อเนื่องได้ยาวไปจนถึงปี 2574 โดยมีคณะกรรมการติดตามการใช้งบประมาณ ทำหน้าที่กำกับให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่ ครม.กำหนด เช่น การสนับสนุนทุนการศึกษาต่างประเทศ หรือโครงการพัฒนาสังคมต่าง ๆ ซึ่งจนถึงขณะนี้หลายโครงการยังอยู่ระหว่างเริ่มประชุม ยังไม่มีการเบิกจ่ายเป็นชิ้นเป็นอัน
“การออกสลากกุศลนั้น อาศัยอำนาจจาก ครม. โดยกำหนดให้ออกงวดละ 11 ล้านฉบับ และต้องใช้เวลาประมาณ 2 ปีครึ่ง จึงจะสามารถระดมเงินครบตามเป้าหมาย 1 หมื่นล้านบาท รายได้จากแต่ละงวดจะทยอยเข้าสู่กองกลาง และจัดสรรไปยังโครงการต่าง ๆ ตามที่ได้รับอนุมัติิ”
ทั้งนี้ สำนักงานสลากมีเป้าหมายในการหารายได้นำส่งเข้ารัฐ เพื่อไปใช้ในการพัฒนาประเทศ โดยโครงการสลากสรรค์สร้างเพื่อชุมชน พบว่า หลายชุมชนที่ได้รับโอกาสมีความเข้มแข็งและมีรายได้มากขึ้น ขณะเดียวกัน สำนักงานมุ่งหวังสร้างรายได้และคุณภาพชีวิตที่ดีให้ชุมชน ผ่านการสนับสนุนอาชีพ การส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่นจากรุ่นสู่รุ่น และดึงชุมชนเก่ามาต่อยอดเป็นพี่เลี้ยงให้ชุมชนใหม่
“สำนักงานสลาก มุ่งหวังที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนชุมชนให้สามารถยกระดับ สร้างคุณค่า ส่งเสริมอาชีพ และเชื่อมต่อภูมิปัญญาท้องถิ่นจากรุ่นสู่รุ่นให้กับชุมชน สู่การสร้างรายได้และสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว เพราะเชื่อว่าความเข้มแข็งของชุมชนคือรากฐานสำคัญของความมั่นคงของประเทศ”

ฟาก “รศ.ดร.ธนวรรธน์” เสริมว่า โครงการสลากสรรค์สร้างเพื่อชุมชน มุ่งเน้นการเป็น “สะพานแห่งการให้” เชื่อมโยงผู้ให้และผู้รับ สร้างความยั่งยืนทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมชุมชน พร้อมสร้างความภาคภูมิใจในถิ่นฐานบ้านเกิด โดยเริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2562 จนถึงปัจจุบัน มีชุมชนได้รับการพัฒนาทั่วประเทศรวม 67 ชุมชน
ซึ่งโครงการมุ่งเน้นพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชน บริการท้องถิ่น การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม รวมถึงการประชาสัมพันธ์และจัดจำหน่ายสินค้า ผ่านกิจกรรมหลากหลาย เช่น การออกแบบโลโก้และสโลแกนชุมชน, พัฒนาอาหารและผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น, บรรจุภัณฑ์, การตลาดออนไลน์, จัดแสดงนิทรรศการ และทำ e-Catalog รวมถึงเว็บไซต์ประชาสัมพันธ์สินค้าและบริการของชุมชน
“โครงการสลากสรรค์สร้างเพื่อชุมชน ตลอด 7 ปี ที่ผ่านมา คือความภาคภูมิใจของสำนักงานสลาก ที่ได้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในการส่งต่อโอกาส และเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กว่า 67 ชุมชน ยังคงรักษา สืบสาน และต่อยอดอัตลักษณ์ ภูมิปัญญา วิถีชีวิตที่งดงามต่อไปได้ ภายใต้บริบทของเศรษฐกิจและสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป นอกเหนือจากเม็ดเงินรายได้ของสมาชิกชุมชนจะดีขึ้น เศรษฐกิจมีการหมุนเวียนตามเป้าประสงค์แล้ว การที่จะทำให้ลูกหลานไม่ทิ้งถิ่นฐาน ต้องทำให้เขาเชื่อได้ว่า สิ่งที่เขามีเป็นสิ่งที่มีคุณค่า มีเรื่องราว และสามารถนำมาต่อยอดหาเลี้ยงชีพได้ และต้องเป็นสิ่งที่สังคมทุกภาคส่วนมองเห็นความสำคัญร่วมกัน”