Skip to content

รวมธุรกิจวอดวายในกองไฟ “มือเพลิง Gen Z” ลุกฮือเผากรุงกาฐมาณฑุ ?

11 ก.ย. 2568 | 17:11น.
รวมธุรกิจวอดวายในกองไฟ “มือเพลิง Gen Z” ลุกฮือเผากรุงกาฐมาณฑุ ?

สถานที่สำคัญทางเศรษฐกิจในประเทศเนปาล ไม่ว่าโรงแรม บริษัทสื่อ ธุรกิจขนาดเล็กตามถนนหนทาง เสียหายจากเปลวเพลิงที่ปะทุขึ้นจากความไม่พอใจ สั่งสมเรื้อรังของคนหนุ่มสาวที่มีต่อรัฐบาล จากการประท้วงหลายวันที่ผ่านมา การเผาทำลายครั้งนี้คือเพลิงแผดเผาโค่นล้มความเหลื่อมล้ำที่ฝังรากลึกภายในประเทศ 

ประเทศเนปาลมีประชากรกว่า 30 ล้านคน โดยมีกลุ่มอายุ 15-40 ปี เป็นกลุ่มประชากรส่วนใหญ่ คิดเป็นเกือบ 43% ของประชากรทั้งหมดในประเทศ แต่จากข้อมูลของธนาคารโลกพบว่า ในปี 2024 อัตราการว่างงานของหนุ่มสาวคนรุ่นใหม่อยู่ที่ประมาณ 20% และหนุ่มสาวมากกว่า 2,000 คน เดินทางออกจากประเทศทุกวัน เพื่อหางานทำในต่างประเทศแถบตะวันออกกลางและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อย่างมาเลเซีย

(AP Photo/Niranjan Shrestha)

แม้จะมีการปฏิรูปเป็นระบอบประชาธิปไตยแล้วในปี 2008 แต่ความเหลื่อมล้ำและปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่นยังคงเป็นปัญหาหลักของประเทศที่ตั้งอยู่บนเทือกเขาหิมาลัยแห่งนี้ การเปลี่ยนรัฐบาลมาหลายชุดไม่ได้ช่วยให้การเอื้อผลประโยชน์ต่อกลุ่มอีลิตและนายทุนหายไป กลุ่มคนจนในประเทศมีมากถึง 40% จากประชากรทั้งหมด ในขณะที่กลุ่มคนรวยกระจุกตัวอยู่เพียง 10% จากทั้งประเทศ

ประชาชนประท้วงเพื่อแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำมาอย่างยาวนาน แต่การประกาศแบนโซเชียลมีเดีย 26 แพลตฟอร์มของรัฐบาลเนปาล ถือเป็นการข้ามเส้นที่ยอมไม่ได้ ซึ่งกลุ่มหนุ่มสาวนิยมใช้เป็นช่องทางสื่อสาร จนลงมือเผาทำลายแหล่งทุนที่สร้างความมั่งคั่งให้กลุ่มอีลิต

แม้ทางการเร่งยกเลิกคำสั่งแบนหลังจากเหตุการณ์ความรุนแรงปะทุขึ้นเมื่อวันที่ 8 ก.ย. แต่การประท้วงยังคงลุกลาม บ้านของครอบครัวที่ร่ำรวยและมีอิทธิพลบางครอบครัวในกาฐมาณฑุถูกเผา ความโกรธแค้นส่วนใหญ่มุ่งเป้าไปที่ “เด็กเนโป” ซึ่งเป็นคุณหนู ลูกหลานที่มีสิทธิพิเศษ และมีเส้นสายของชาวเนปาลผู้มั่งคั่ง โพสต์อวดไลฟ์สไตล์หรูหราบนโซเชียลมีเดีย

อย่างไรก็ดี กลุ่ม “Gen Z Nepal, Hami Nepal และ How to Desh Bikas” และคอนเทนต์ครีเอเตอร์หนุ่มสาวหลายคนออกแถลงการณ์ว่า การปล้นทำลายทรัพย์สินและความรุนแรงนี้ไม่ได้เป็นฝีมือของตน แต่เกิดจากกองกำลังที่ฉวยโอกาส

จากข้อมูลของ BBC ระบุว่า กลุ่ม Gen Z คือกลุ่มผู้ที่เกิดระหว่างปี 1995-2009 (หรืออายุตั้งแต่ 16-30 ปี ในปี 2025)

 

 

(REUTERS/Navesh Chitrakar TPX IMAGES OF THE DAY)

โรงแรมฮิลตัน กาฐมาณฑุ (Hilton Hotel Kathmandu)

โรงแรม 5 ดาว แลนด์มาร์กสำคัญของเมืองกาฐมาณฑุ เมืองหลวงประเทศเนปาล เป็นสัญลักษณ์แห่งความมุ่งมั่นและความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจของประเทศ โดยเป็นโรงแรมที่สูงที่สุดในเนปาล ที่ 64 เมตร มีห้องพักหรู 172 ห้อง กระจายอยู่ 15 ชั้น ทุกห้องสามารถเห็นทิวทัศน์ของเทือกเขาหิมาลัยในหุบเขาลางตัง (Langtang Valley) ได้ นอกจากนี้ยังมีร้านอาหาร สปา และพื้นที่จัดงานกว่า 600 ตารางเมตร

โรงแรมฮิลตันดำเนินการสร้างโดย Shanker Group กลุ่มบริษัทที่ใหญ่ที่สุดของเนปาล ซึ่งมีส่วนแบ่งใน GDP ของประเทศสูงกว่า 3.5% โดยโรงแรมฮิลตันใช้เวลาสร้างนานถึง 7 ปี มีมูลค่าการลงทุนประมาณ 8 พันล้านรูปีเนปาล (ประมาณ 2,800 ล้านบาท) เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในเดือน ก.ค. 2024

เมื่อวันที่ 9 ก.ย.ที่ผ่านมา กลุ่มผู้ประท้วงได้จุดไฟเผาโรงแรมฮิลตัน โดยเชื่อว่าโรงแรมดังกล่าวเป็นสัญลักษณ์ของทุนนิยมที่เหลื่อมล้ำและกระบวนการทุจริต ซึ่งเอื้อประโยชน์ต่อกลุ่มนายทุนอีลิตที่ใกล้ชิดกับรัฐบาล โดยเชื่อกันว่า นายชัยวีร์ เดอูบา (Jayveer Deuba) เด็กเนโป บุตรชายของอดีตนายกรัฐมนตรีเชอร์ บาฮาดูร์ เดอูบา (Sher Bahadur Deuba) ถือหุ้นในโรงแรมฮิลตัน

แม้ Shanker Group จะออกมาปฎิเสธข้อกล่าวหานี้ก็ตาม แต่ความโกรธแค้นของประชาชนทะลุออกมาผ่านเปลวเพลิงที่เผาไหม้โรงแรม 5 ดาวแห่งนี้ พื้นที่ส่วนใหญ่ถูกเผาจนเหลือแต่ซาก โครงสร้างพื้นฐานและทรัพย์สินส่วนใหญ่ถูกทำลายเสียหายเกือบทั้งหมด

 

ขอบคุณภาพจาก X @dkjain1308

คันติปุระ มีเดีย กรุ๊ป (Kantipur Media Group หรือ KMG)

บริษัทสื่อเอกชนที่ใหญ่ที่สุดและมีอิทธิพลมากที่สุดในประเทศเนปาล ก่อตั้งขึ้นในปี 1993 มีบทบาทสำคัญในการเป็นผู้บุกเบิกและพัฒนาสื่ออิสระในประเทศ ภายหลังการสิ้นสุดระบอบกษัตริย์ ซึ่งลิดรอนเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น โดยบริษัท คันติปุระ มีเดีย กรุ๊ป มีสื่อทั้งในรูปแบบของวิทยุ โทรทัศน์ และสื่อสิ่งพิมพ์ เช่น หนังสือพิมพ์รายวัน The Kathmandu Post

อย่างไรก็ดี ในปัจจุบันคันติปุระ มีเดีย กรุ๊ป ถูกประชาชนโดยเฉพาะผู้ประท้วง Gen Z มองว่าเป็นหนึ่งในกลุ่มอีลิตที่มีความใกล้ชิดกับรัฐบาล และเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการทุจริตภายในประเทศ จากผู้บุกเบิกสื่ออิสระในประเทศหลังระบอบกษัตริย์ ได้กลายมาเป็นตัวแทนของระบบผูกขาดซึ่งเชื่อมโยงสื่อเข้ากับอำนาจของภาครัฐเสียเอง

ทำให้เมื่อวันที่ 10 ก.ย. กลุ่มผู้ประท้วงพยายามบุกรุกเข้าไปในอาคารสำนักงานใหญ่ของบริษัทในเมืองกาฐมาณฑุ อีกทั้งยังเผารถยนต์และทรัพย์ในบริเวณอาคาร ส่งผลให้เกิดความเสียหายในบางพื้นที่บริเวณชั้น 1 ชั้น 8 ชั้น 9 และโรงอาหารของอาคาร อีกทั้งห้องเซิร์ฟเวอร์ในชั้น 7 ก็ได้รับความเสียหาย ส่งผลให้เว็บไซต์ของ The Kathmandu Post ต้องปิดให้บริการชั่วคราว

สื่อกลายเป็นอีกหนึ่งเป้าหมายการโจมตีของกลุ่มผู้ประท้วง ภายหลังการแบนโซเชียลมีเดีย ทำให้นอกจากคันติปุระ มีเดีย กรุ๊ปแล้ว ผู้ประท้วงยังทำลายสำนักงานของ Annapurna Post และห้องข่าวของ ThahaKhabar.com อีกด้วย นายอนุป คาฟเล (Anup Kaphle) บก.ของ Rest of World (ROW) ซึ่งเป็นสื่อข่าวอิสระ ได้โพสต์บนโซเชียลมีเดีย X ว่า “คุณสามารถเผาห้องข่าวได้ แต่คุณไม่สามารถทำลายจิตวิญญาณได้”

 

ขอบคุณภาพจากอินสตาแกรม @Praffulgarg

โรงแรมในเมืองโปขรา (Pokhara)

วันที่ 10 ก.ย. นายประฟุล การ์ก (Prafful Garg) นักข่าวอิสระชาวอินเดีย ได้โพสต์คลิปวิดีโอลงบนแพลตฟอร์มอินสตาแกรม โดยเป็นคลิปที่นางสาวอุปัสธา กิลล์ (Upastha Gill) นักท่องเที่ยวชาวอินเดีย ซึ่งติดอยู่ในเมืองโปขรา เมืองใหญ่อันดับ 2 ของเนปาล รองจากกาฐมาณฑุ ส่งต่อให้นายประฟุลโพสต์เพื่อขอความช่วยเหลือ

“ฉันชื่ออุปัสธา กิลล์ ฉันขอความช่วยเหลือจากสถานทูตอินเดีย ทุกท่านที่สามารถช่วยเราได้ โปรดช่วยด้วย ฉันติดอยู่ที่โปขรา ประเทศเนปาล ฉันมาที่นี่เพื่อจัดการแข่งขันวอลเลย์บอล และตอนนี้โรงแรมที่ฉันพักถูกไฟไหม้หมด กระเป๋าเดินทางและข้าวของทั้งหมดของฉันอยู่ในห้อง โรงแรมทั้งหมดถูกไฟไหม้ ฉันอยู่ในสปา มีคนวิ่งตามฉันมา ในมือถือไม้ท่อนใหญ่มาก ฉันแทบจะเอาชีวิตไม่รอด”

“สถานการณ์ที่นี่ย่ำแย่มาก มีไฟเผาถนนไปทั่ว แม้แต่นักท่องเที่ยวก็ยังไม่เว้น พวกเขาไม่สนใจว่าใครเป็นนักท่องเที่ยวหรือมาทำงานที่นี่” เธอกล่าวเสริม

 

(AP Photo/Niranjan Shrestha)

อื่น ๆ

การประท้วงที่สะสมและเริ่มรุนแรงมากขึ้น ส่งผลให้เกิดความเสียหายกระจายตัวเป็นวงกว้าง

  • ธุรกิจขนาดเล็กหลายเจ้า ในเมืองกาฐมาณฑุต้องปิดตัวลงชั่วคราว กระทบต่อภาคเศรษฐกิจเป็นวงกว้าง
  • สนามบินนานาชาติตริภูวัน (Tribhuvan International Airport หรือ TIA) ต้องปิดทำการชั่วคราวเมื่อวันที่ 9 ก.ย. ก่อนจะกลับมาเปิดทำการอีกครั้งในวันที่ 10 ก.ย. แต่สายการบินจำนวนมากจำเป็นต้องยกเลิกเที่ยวบินชั่วคราว

 

(REUTERS/Navesh Chitrakar TPX IMAGES OF THE DAY)

สถานที่ราชการ

สถานที่ราชการและบ้านพักของกลุ่มอีลิตสำคัญจำนวนมากที่ได้รับความเสียหายจากเปลวเพลิงความโกรธแค้นของประชาชน ดังนี้

  • อาคารรัฐสภา
  • ทำเนียบนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นบ้านพักของอดีตนายกรัฐมนตรี เค.พี. ชาร์มา โอลี ที่เพิ่งลาออกจากตำแหน่ง
  • บ้านพักของอดีตนายกรัฐมนตรีหลายคน เช่น นายเชอร์ บาฮาดูร์ เดอูบา ซึ่งลูกชายถูกกล่าวอ้างว่าเป็นหนึ่งในหุ้นส่วนของโรงแรมฮิลตัน และบ้านพักของนายจาลา นาถ คานาล (Jhala Nath Khanal) ซึ่งภรรยาของเขา นางราชียา ลักษมี คานาล (Rajiya Laxmi Khanal) ถูกเผาทั้งเป็นอยู่ในบ้านพักและเสียชีวิตในเวลาต่อมา
  • อาคารสิงห์ดูร์บาร์ (Singha Durbar) หรือพระราชวังสิงโต วังเก่าแก่หรูหรา ถูกสร้างขึ้นในปี 1908 โดยผสมผสานสถาปัตยกรรมปัลลาเดียน โครินเธียน และบาโรก เข้าไว้ด้วยกันจนเป็นเอกลักษณ์ ภายหลังการล่มสลายของระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ อาคารสิงห์ดูร์บาร์ถูกใช้เป็นที่ตั้งของหน่วยงานราชการหลายแห่ง รวมถึงสำนักงานนายกรัฐมนตรี กระทรวงต่าง ๆ กลุ่มผู้ประท้วงถือเป็นสัญลักษณ์ของระบอบการเมืองที่ฉ้อฉล

“เราไม่เพียงสูญเสียอิฐและปูน แต่ยังรวมถึงบันทึกความทรงจำ และเศษเสี้ยวสุดท้ายของประวัติศาสตร์ที่ไม่อาจทดแทนได้ ซึ่งถูกเผาเป็นเถ้าถ่านไปแล้ว” Hrishav Raj Joshi นักอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมกล่าว

การประท้วงครั้งนี้สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินเป็นมูลค่าหลายพันล้านรูปีเนปาล สมาคมผู้ประกันภัยแห่งเนปาล (NIA) เตรียมรับมือกับการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนที่อาจสูงกว่า 50,000 ล้านรูปีเนปาล (ราว 1.1 หมื่นล้านบาท)

 

อ้างอิง : Times Now News, Al Jazeera, The Times of India, CBS News, NewsLaundry

แท็กที่เกี่ยวข้อง

Gen Z การประท้วง เนปาล