ทูลเกล้าฯ สัปดาห์นี้ ‘ครม. อนุทิน 1’ นายกฯถก ส.อ.ท. ฟื้นเศรษฐกิจ
นายกฯ แจ้งข่าวสภาอุตสาหกรรมฯ ทูลเกล้าฯ รายชื่อ ครม. สัปดาห์นี้ ย้ำสไตล์รัฐบาลทำงานเร็ว เน้น แก้ไขเศรษฐกิจระยะสั้น วางรากฐานเพื่อการต่อยอด
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ประชุมหารือกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ในประเด็น แนวทางการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมไทย, การเตรียมความพร้อมรับมือมาตรการภาษีนำเข้าสหรัฐและสงครามการค้า, การรับมือปัญหาสินค้านำเข้าที่ไม่ได้มาตรฐาน, การส่งเสริมสภาพคล่องทางการเงินและเข้าถึงแหล่งทุนของ SMEs รวมถึงการรับมือผลกระทบจากปัญหาการค้าชายแดน เป็นต้น
โดยมี นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ว่าที่รองนายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง, นายสุชาติ ชมกลิ่น ว่าที่รองนายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์, นายธนกร วังบุญคงชนะ ว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และนายวรภัค ธันยาวงษ์ ว่าที่รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ร่วมด้วย

ทันทีที่นายกรัฐมนตรีเดินทางมาถึงได้แนะนำ นายสุชาติ และนายธนกร ให้กับนางศุภจี พร้อมกล่าวว่า ให้ทำความรู้จักกันไว้ เพราะนี่คือรัฐมนตรีของเรา จากนั้นเมื่อถึงห้องประชุม บรรดาผู้ร่วมประชุมได้ปรบมือต้อนรับนายกรัฐมนตรี

ขณะที่ประธาน ส.อ.ท. ได้มอบกระเช้าแสดงความยินดีและอวยพรวันเกิดให้กับนายอนุทินที่ได้รับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี พร้อมกล่าวให้การต้อนรับ โดยระบุว่าในนามของสภาอุตสาหกรรมฯ ผมและทีมงานทุกท่านรู้สึกเป็นเกียรติและดีใจเป็นอย่างมาก ที่ได้รับเกียรติจากนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีที่มาร่วมหารือกับ ส.อ.ท. ในวันนี้ ซึ่งเมื่อสักครู่ก่อนเข้าห้องประชุม ได้แนะนำผู้บริหาร ส.อ.ท.ให้รู้จักเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จึงขอแนะนำบางท่านที่ยังเหลืออยู่

จากนั้นนายกรัฐมนตรีได้กล่าวเปิดการประชุมว่า ในวงหารือวันนี้เป็นพี่น้องกันทั้งนั้นรู้จักกันมานาน หลังจากนี้เป็นช่วงเวลาที่ประเทศต้องขับเคลื่อนให้ปัญหาที่เกิดขึ้นต้องได้รับการแก้ไข และจะมีการนำรายชื่อคณะรัฐมนตรีขึ้นทูลเกล้าฯ ภายในสัปดาห์นี้ แต่เราคงไม่ปล่อยเวลาให้เสียประโยชน์ ได้ประสาน กับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย รัฐบาลกับผู้นำทางเศรษฐกิจต้องไปคู่กัน เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทย ให้เกิดความมั่นคงแข็งแรงในมิติอื่น ๆ เช่น หากเศรษฐกิจดีคุณภาพชีวิตก็จะดี สังคมก็จะมีความสงบสุข
นายอนุทินกล่าวว่า จริง ๆ วันนี้ต้องการมารับฟังข้อกังวลข้อเสนอแนะจากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สุดสัปดาห์ที่ผ่านมาพวกเราได้ประชุม ร่างการแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา เนื่องจากเวลามีจำกัด ซึ่งแม้ยังไม่ได้ทำงานแต่หลังไมค์แล้วทำทุกอย่าง เพราะสไตล์ของพวกเราคือต้องทำงานเร็ว นโยบายของรัฐบาลที่จะเกิดขึ้นนั้นมุ่งเน้น แก้ไขเศรษฐกิจระยะสั้น วางรากฐานเพื่อการต่อยอด ให้มีความมั่นคงต่อไปในระยะยาว ปัญหาเฉพาะหน้า ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา โดยเฉพาะปัญหาของผู้ประกอบการ

แต่ไทย-กัมพูชาก็ต้องมีการค้าขายกันอยู่ แต่ด้วยความขัดแย้งที่เกิดขึ้นมาถึงปัจจุบันนี้ เงื่อนไขข้อจำกัดต่าง ๆ การที่เราจะต้องรักษาอธิปไตย เกียรติภูมิของประเทศ การเปิดด่านจะไม่เกิดขึ้นในระยะสั้นนี้ ซึ่งก่อนจะเกิดสิ่งเหล่านั้นก็ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไข ที่เราเป็นผู้กำหนด เพราะเราไม่ได้เป็นฝ่ายเริ่มก่อน ต้องพูดให้ชัดเจนเพื่อไม่ให้เกิดความกังวล อย่างไรก็ตามเราต้องใช้ทุกวิธี เช่นการทหาร การทูตและหารือกับฝ่ายกัมพูชา ใช้องคาพยพทุกอย่างเพื่อแก้ปัญหาของ 2 ประเทศ โดยเร็วที่สุด
นายอนุทินกล่าวว่า ในเรื่องของผู้ประกอบการที่อยู่ในโครงการ Thailand Plus One ในส่วนของกลุ่มประเทศ CLMV มีแนวคิดที่จะต้อง Matching กับเรา โดยเฉพาะ Local Content ที่เราเคยทำกับประเทศเพื่อนบ้านจะต้องลงทุนผลิตในประเทศไทยแทน

ดังนั้น คำว่า Local Content เป็นคำที่พวกเราต้องให้การสนับสนุน และให้ความสำคัญมาก ด้วยการเจรจากับประเทศคู่ค้าที่ใหญ่ที่สุดของเรา ว่าเขามีข้อกำหนดมา ถือว่าประเทศไทยเรา ไม่ได้ด้อยไปกว่าประเทศอื่น แต่ยังมีเงื่อนไข โดยเฉพาะพวกแปลงร่าง Local Content ที่กำหนดเงื่อนไขมา ตนมองว่านี่เป็นโอกาสที่ดี ทำให้เราสามารถผลิตสินค้าส่งไปสหรัฐอเมริกาได้
และหากมีปัญหาก็ควรต้องส่งเสริมการลงทุนเพิ่มมากขึ้น ตนมองว่าเรื่องนี้ไม่แปลก เพราะเมื่อ 20-30 ปีก่อน ที่ไทยเราเริ่มอุตสาหกรรม OEM แต่ครั้งนี้อย่าให้เป็นการรับจ้างทำของ หรือจ้างประกอบ เราต้องเริ่มตั้งแต่ เปิดช่องทางเศรษฐกิจ ถือเป็นโอกาส ให้ไทยขยายตัวทางเศรษฐกิจ ซึ่งเรื่องนี้รัฐบาลเมื่อ 10 ปีที่ผ่านมาได้วางรากฐานเอาไว้ ของการขยายตัวอุตสาหกรรมของประเทศไทย
เรายังไม่ได้ใช้ประโยชน์ตรงนี้อย่างเต็มที่ ทำให้เกิดการชะลอตัว ซึ่งตอนนี้เราต้องพึ่งพาตัวเองมากขึ้น เพราะคู่แข่งข้างนอกเกิดมากขึ้น เช่น เวียดนาม และกัมพูชา ก็เป็นคู่แข่งที่น่ากลัว ในภาคอุตสาหกรรม ซึ่งต้องหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไปด้วย
นายอนุทินกล่าวอีกว่า บางครั้งต้องยอมรับว่ามีเรื่องการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง แม้รัฐบาลชุดนี้เข้ามาในการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า แต่จะทำให้เห็นว่า จะทำให้เป็นตัวอย่าง ให้เห็นว่าเป็นหนึ่งเดียวของรัฐบาล ที่สามารถฟันฝ่าอุปสรรคเหล่านี้ไปได้
“ที่ผ่านมาผมอยู่มา 6 ปี เห็นปัญหาเยอะแยะ ที่สำคัญการหวาดระแวงซึ่งกันและกัน เอาตรงนี้เสนอขึ้นมา เช่น พรรคนี้คุมกระทรวงอุตสาหกรรม แต่นายกฯเป็นคนละพรรคกัน ก็ไม่สนับสนุนอย่างเต็มที่ เพราะกลัวคะแนนตก ไปที่พรรคอื่น ซึ่งขอเรียนว่าสิ่งเหล่านี้จะไม่เกิดขึ้นในรัฐบาลของตน เพราะถือคติ คนละพรรคแต่พวกเดียวกันสำคัญกว่า พรรคเดียวกันคนละพวก” นายอนุทินกล่าว
นายอนุทินกล่าวว่า ผมอยู่ภาคเอกชนมาก่อน มีความเชื่อมั่น ถ้าเศรษฐกิจดี ประเด็นอื่นเป็นเรื่องเล็ก จะบอกว่าคนมีกินมีใช้ หรือมีเกียรติ มีศักดิ์ศรีด้วยก็ได้ ซึ่งจังหวะนี้ทำให้ผู้ร่วมประชุมหัวเราะขึ้นมา
ผมและทีมงานจะเร่งให้เกิดการวางรากฐาน ให้ได้มากที่สุดด้วยสไตล์การทำงานยึดภาพรวมเป็นหลัก ไม่ยึดภาพตัวเองเป็นหลัก ขอให้มั่นใจอะไรที่ดีต่อส่วนรวมจะใช้อำนาจหน้าที่ ของตนในฐานะนายกรัฐมนตรี ช่วยผลักดันความคาดหวังของพวกท่านให้เกิดความสำเร็จ

