สิริพงศ์ ยัน MOA ไม่เข้าข่ายยุบพรรค โต้ ‘จิรายุ’ ครม.หนู ดีกว่า 2 ปีก่อน
สิริพงศ์โต้ MOA กับ ปชน.ไม่มีผลกฎหมาย ไม่ล้มล้างการปกครอง ไม่เข้าข่ายยุบพรรค ส่วน ‘เพื่อไทย’ ก็เคยรับทุกเงื่อนไขพรรคประชาชน โต้ ‘จิรายุ’ ทีมเศรษฐกิจ ครม.หนูดีกว่า 2 ปีก่อน
นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนักกฎหมายยื่นคำร้องของพรรคเพื่อไทย ต่อประธานสภาเพื่อที่จะเอาผิดพรรคประชาชนและพรรคภูมิใจไทยเรื่องบันทึกข้อตกลง (Memorandum of Agreement) ว่า ตนคิดว่าเป็นเรื่องของความคิดเห็นที่อาจจะมองแตกต่างกัน เราคิดว่าลักษณะของ MOA นั้นเป็นความเข้าใจและข้อตกลงร่วมกัน ซึ่งอาจจะไม่ได้มีผลทางกฎหมาย แต่มีผลทางความรู้สึก และมีผลต่อความรับรู้ ก็เป็นสิทธิของแต่ละคนที่จะสามารถดำเนินการได้ และเป็นเรื่องธรรมดาที่เข้าใจว่าท่านไม่เห็นด้วยแล้ว แม้ว่าก่อนหน้านี้พรรคเพื่อไทย ยืนยันที่จะรับเงื่อนไข MOA ของพรรคประชาชนเช่นกัน
เมื่อถามว่าคำร้องดังกล่าวสะท้อนอย่างไรบ้าง นายสิริพงศ์กล่าวว่าแต่ละพรรคมีแฟนคลับของตนเอง และในสังคมก็เป็นเรื่องธรรมดาที่จะมีความคิดเห็นแตกต่างกันเป็นเรื่องปกติ
เมื่อถามว่าคำร้องที่ยื่นไปนั้นระบุว่าการเซ็น MOA ดังกล่าวนี้เข้าข่ายล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตย เพื่อเป็นสารตั้งต้นในการยุบพรรค การเซ็น MOA นั้นจะไปถึงขั้นนั้นได้หรือไม่ นายสิริพงศ์กล่าวว่าไม่ได้มีถ้อยคำอะไรที่จะเป็นการล้มล้างการปกครองอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เพราะทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอนของสภาผู้แทนราษฎร และไม่ได้มีการระบุถึงอะไรที่ศาลรัฐธรรมนูญระบุว่าทำไม่ได้ จึงไม่อาจเข้าข่าย และเราก็ไม่อาจก้าวล่วงองค์กรใด
รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยยังให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกรัฐบาล แสดงความเห็นถึงรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ระวังจะเป็นรัฐบาลเต้าหู้ยี้ว่า ยี้หรือไม่ยี้อยู่ที่สังคม ดูจากหน้าตารัฐมนตรีเศรษฐกิจ ตนคิดว่ารัฐบาลนี้ดีกว่า 2 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะทีมเศรษฐกิจเท่าที่รับฟังจากประชาชน
ส่วนหน้าตารัฐมนตรีเศรษฐกิจที่ดีขึ้นจะถูกนำไปเปรียบเทียบกับรัฐมนตรีที่มาจากพรรคการเมืองว่าจะทำงานเข้ากันได้หรือไม่ นายสิริพงศ์กล่าวว่ากระทรวงที่เป็นเศรษฐกิจเป็นโควตากลางทั้งหมด ส่วนที่เป็นโควตาของพรรคร่วมอื่นก็จะเห็นได้ว่า ภาพที่นายกรัฐมนตรีไปพูดคุย ก็จะพาทีมที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจไปด้วยทั้งหมด เพื่อให้ทำงานเข้าขากันได้
ซึ่งความสำคัญก็คือการพูดคุยกัน แชร์ประสบการณ์กัน และขับเคลื่อนนโยบายไปในทิศทางเดียวกัน ที่อาจจะต่างกัน เนื่องจากเราเป็นรัฐบาล 4 เดือน แต่ความต้องการร่วมกัน คือการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ไม่ใช่การหวังคะแนนของพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งเหมือนเช่น 2 ปีที่ผ่านมา
เมื่อถามว่าจะไม่ทำให้รัฐมนตรีที่มาจากพรรคการเมืองถูกด้อยค่าใช่หรือไม่ นายสิริพงษ์กล่าวว่าไม่มี เพราะทุกคนมีหน้าที่ ทั้งรัฐมนตรีจากพรรคการเมือง หรือแม้แต่ สส.ทุกคนก็มีความตื่นเต้น และยินดีที่จะทำงานกับคนเก่ง ๆ
เมื่อถามต่อว่า ขณะนี้สังคมจับตาเรื่องตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ว่าจะมีการเปลี่ยนตัวหรือไม่ จากปัญหาเรื่องการเปิดด่าน นายสิริพงษ์ ระบุว่า ณ วันนี้ยังไม่มี ซึ่งนายกรัฐมนตรียืนยันหนักแน่นว่าปัญหาชายแดนเป็นเรื่องเปราะบาง ต้องเอาคนที่รู้จักสถานการณ์ดีที่สุดอยู่แล้ว แต่บางครั้งคนก็อาจมีคำถามกับบทบาทหน้าที่ของว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
ก็ต้องเข้าใจว่านโยบายที่ประชาชนได้รับในช่วงรัฐบาลที่แล้วกับรัฐบาลนี้มีความแตกต่างกัน โดยรัฐบาลนี้มีแนวทางชัดเจนว่า หากกัมพูชาไม่ทำให้สถานการณ์เป็นปกติก็จะไม่มีการเปิดด่าน ซึ่งต่างจากรัฐบาลที่แล้วที่มีความพยายามจะเปิดด่าน