ไมโครซอฟท์ประกาศวิสัยทัศน์ปีงบฯ 2026 ขับเคลื่อน 3 กลยุทธ์ “Elevate-Enable-Govern” พาองค์กรไทยก้าวสู่การเป็น “Frontier Firms” ผสาน AI เข้ากับการทำงาน
นายธนวัฒน์ สุธรรมพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า สำหรับปีงบประมาณ 2026 (1 ก.ค. 2025-30 มิ.ย. 2026) ไมโครซอฟท์ ประเทศไทย มุ่งมั่นขับเคลื่อนประเทศสู่ยุคดิจิทัลไปอีกขั้น โดยเน้นการยกระดับองค์กรไทยในฐานะ “Frontier Firms” หรือองค์กรที่นำ AI มาผสานกับการทำงาน ทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อเสริมศักยภาพการแข่งขันของไทยในระดับโลก โดยอาศัยกลยุทธ์หลัก 3 ด้าน ได้แก่
1.ยกระดับ (Elevate)
ไมโครซอฟท์จะสานต่อความสำเร็จจากโครงการ THAI Academy โดยเพิ่มความเข้มข้นในการพัฒนาทักษะ AI ให้กับกลุ่มเป้าหมายที่จะสามารถสร้างผลกระทบและต่อยอดองค์ความรู้ได้อย่างทวีคูณ ผ่าน 4 โครงการ ประกอบด้วย
AI for Teachers – จัดอบรมทักษะ AI ให้แก่ครูและอาจารย์ในระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนต้นและตอนปลาย รวมถึงอาชีวศึกษา จำนวน 250,000 คน ให้มีความรู้เกี่ยวกับปัญญาประดิษฐ์ มีจริยธรรมและแนวปฏิบัติในการใช้ AI อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้สามารถจัดทำแผนจัดการเรียนรู้ พัฒนาสื่อการเรียนการสอน และสร้างเครื่องมือวัดและประเมินผลเรียนรู้ด้วยเครื่องมือ AI ที่เหมาะสมกับผู้เรียน เพื่อส่งเสริมการคิดวิเคราะห์และสร้างสรรค์
รวมทั้งใช้ AI ในการพัฒนาการเรียนการสอนของตนเอง โดยได้จัดทำข้อตกลงในการพัฒนางานของครูและอาจารย์ ร่วมกับสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.)
AI in Education – ร่วมกับกรุงเทพมหานครพัฒนาทักษะ AI ให้ครูและอาจารย์ 5,000 คน ให้สามารถใช้ AI ในการสร้างสื่อและเนื้อหาการเรียนรู้ และส่งเสริมการเรียนรู้ร่วมกันของนักเรียน รวมทั้งใช้แก้ไขปัญหาการเรียนการสอน เพื่อสร้างนักเรียนคุณภาพยุค 5.0 จำนวน 50,000 คน
AI Skills for Social Impact – จัดอบรมทักษะ AI ให้กับองค์กรภาคสังคมทั่วประเทศไทย จำนวน 15,000 คน เพื่อเสริมศักยภาพในการเขียนโครงการเพื่อขอทุนสนับสนุน จัดทำรายงานประจำปี ติดตามความก้าวหน้าของโครงการ และประชาสัมพันธ์ให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถใช้เวลากับงานที่สร้างคุณค่าทางสังคมได้มากขึ้น โดยร่วมมือกับคณะกรรมการเศรษฐกิจและสังคมแห่งเอเชียและแปซิฟิก (UNESCAP) สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล และศูนย์วิจัยและพัฒนาการจัดการความรู้ด้านการสื่อสารและการพัฒนา มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
AI Skills for Workforce – ต่อยอดความร่วมมือกับกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ในการพัฒนาแรงงานไทยให้มีทักษะ AI ที่มีคุณภาพและเป็นที่ต้องการของตลาด เพิ่มเติมอีก 100,000 คน ผ่านศูนย์ฝึกอบรมของกรมพัฒนาฝีมือแรงงานทั่วประเทศจำนวน 77 แห่ง และแพลตฟอร์ม DSD Online Training ที่ผู้ที่เข้าอบรมสามารถเรียนได้ด้วยตนเอง ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของแรงงานไทยในระดับสากล นอกจากนี้ยังอบรมทักษะ AI ให้กับข้าราชการของกรมพัฒนาฝีมือแรงงานทั่วประเทศ ด้วยหลักสูตรการเรียนการสอนที่เป็นภาษาไทยโดยผู้เชี่ยวชาญจากไมโครซอฟท์
“ไมโครซอฟท์จะทำงานร่วมกับภาครัฐเพื่อให้มั่นใจว่าโครงการเหล่านี้สอดคล้องกับแผนแม่บท AI แห่งชาติของประเทศไทยและกรอบการทำงานระหว่างประเทศด้าน AI ที่มีความรับผิดชอบ ตลอดจนสนับสนุนเป้าหมายของประเทศไทยในการพัฒนาทักษะ AI ให้กับคนไทยกว่า 10 ล้านคนภายในปี 2027 เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และความพร้อมของแรงงานสำหรับเศรษฐกิจดิจิทัล”
2.เสริมพลัง (Enable)
ไมโครซอฟท์มุ่งมั่นที่จะสร้างอีโคซิสเต็มสำหรับการสร้างสรรค์ในยุคดิจิทัล ด้วยเทคโนโลยีและเครื่องมือ AI ระดับโลก ที่เปิดกว้างให้กับทั้งนักพัฒนาและผู้ใช้งานทั่วไป
Microsoft Azure และ GitHub – แพลตฟอร์มสำหรับนักพัฒนาทั่วโลก รวมถึง GitHub Copilot ที่พัฒนาเป็น Coding Agent เต็มตัว ซึ่งสามารถช่วยในการทำงานและนำเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหา พร้อมทั้งอธิบายขั้นตอนการทำงานเพื่อช่วยให้มนุษย์สามารถตรวจสอบและทำความเข้าใจได้ง่ายขึ้น
Windows และ Copilot+ PC – Windows เป็นแพลตฟอร์มชั้นนำสำหรับ AI ที่มีผู้ใช้งานกว่า 1,400 ล้านเครื่องทั่วโลก และเป็นแพลตฟอร์มที่นักพัฒนาใช้งานและให้การสนับสนุนมากที่สุด โดย Windows 11 มอบประสบการณ์การใช้งาน Windows ที่ทุกคนคุ้นเคยและเชื่อมั่น พร้อมด้วยการใช้งานที่ทันสมัยและปลอดภัยยิ่งขึ้น อัดแน่นด้วยคุณสมบัติเด่น ดังนี้
- ประสิทธิภาพที่เร็วขึ้นและความปลอดภัยที่มากขึ้น
- ประสบการณ์ Windows ที่คุ้นเคยพร้อมฟีเจอร์ทันสมัย
- เครื่องมือที่ครอบคลุมสำหรับการทำงานแบบไฮบริด
- มีโซลูชั่นหลากหลายสำหรับผู้ใช้ทุกกลุ่ม
- เสริมประสิทธิภาพการทำงานด้วย AI ผ่าน Copilot+ PC
ขณะเดียวกัน Copilot+ PC ซึ่งเป็นมาตรฐานใหม่ของพีซี Windows 11 ที่เร็ว และฉลาดที่สุดเท่าที่เคยมีมา โดดเด่นด้วยคุณสมบัติด้าน AI ที่นำ Copilot เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการใช้งาน Windows ผ่าน CPU รุ่นใหม่ล่าสุดที่สนับสนุนหน่วยประมวลผลด้าน AI โดยเฉพาะอย่าง NPU ที่ช่วยปลดล็อกคุณสมบัติเฉพาะสำหรับ Copilot+ PC ไม่ว่าจะเป็น Recall, Click to Do, Improved Windows Search, Super Resolution และ Relight ใน Photos
Windows AI Foundry – เปิดให้นักพัฒนาเข้าถึงพลังของ AI ได้เต็มที่ ทั้งในระดับซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ สามารถนำโมเดล AI มาใช้งานบนดีไวซ์ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Windows แบบออฟไลน์ได้ และรองรับการทำงานร่วมกับ AI Agent ตัวอื่น ๆ ในอนาคต
3.ร่วมกำหนดกรอบการใช้ AI อย่างมีธรรมาภิบาล (Govern)
ไมโครซอฟท์เป็นหนึ่งในผู้นำด้าน AI ที่ยึดมั่นหลักธรรมาภิบาลในการพัฒนาเครื่องมือและเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์มาโดยตลอด ได้มีส่วนร่วมในการนำเสนอกรอบความคิดและทิศทางเชิงนโยบายให้กับประเทศไทย โดยประสานความร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพื่อให้ประเทศไทยได้รับประโยชน์จาก AI อย่างเต็มที่
รวมถึงทำงานอย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานภาครัฐของไทย อาทิ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม สํานักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ และธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่อให้คำแนะนำด้านความปลอดภัย การใช้บริการคลาวด์ และการใช้ AI อย่างมีจริยธรรมและมีความรับผิดชอบต่อสังคม
เหนือสิ่งอื่นใด ความปลอดภัยยังคงเป็นหัวใจสำคัญในทุกผลิตภัณฑ์และบริการของไมโครซอฟท์ โดยเฉพาะในยุค AI ที่เทคโนโลยีมีความสามารถมากขึ้น และมีโอกาสถูกนำไปใช้ในทางที่ผิดได้มากขึ้นเช่นกัน โดยไมโครซอฟท์มีหลักพื้นฐานและโครงการริเริ่มมากมายในด้านนี้ เริ่มตั้งแต่ขั้นตอนการพัฒนาด้วยแนวคิด Secure Future Initiative ที่ครอบคลุมหลักการความปลอดภัย 3 ประการ ได้แก่ Secure by Design, Secure by Default และ Secure Operations เพื่อให้มั่นใจว่า AI ที่พัฒนาขึ้นมีความปลอดภัย รวมถึงมาตรการ AI Guardrail เพื่อปกป้องไม่ให้ AI ถูกนำไปใช้ในทางที่ผิด
“ไมโครซอฟท์พร้อมทำงานร่วมกับทุกภาคส่วนเพื่อวางรากฐานที่แข็งแกร่ง และผลักดันประเทศไทยให้ก้าวหน้าอย่างยั่งยืน ยกระดับองค์กรไทยไปสู่ Frontier Firms รวมถึงการสร้างอีโคซิสเต็มที่รองรับการใช้ AI อย่างรอบด้าน ด้วยแพลตฟอร์มและเครื่องมือระดับโลกที่มีความปลอดภัยสูงสุด”