กรุงไทยการไฟฟ้าประกาศเจตนารมณ์ครั้งสำคัญ
กรุงไทยการไฟฟ้าประกาศเจตนารมณ์ครั้งสำคัญ
กรุงไทยการไฟฟ้าประกาศเจตนารมณ์ครั้งสำคัญ รักษามาตรฐานองค์กรที่ตระหนักถึงความรับผิดชอบต่อประเทศ หลังก้าวสู่รางวัลระดับเอเชีย ARE2025
ปัจจุบันองค์กรธุรกิจของไทยต่างรักษาศักยภาพและแสดงให้สาธารณชนรับทราบถึงการเป็นส่วนหนึ่งที่จะรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม เพื่อก่อให้เกิดเป็นพลังแห่งความยั่งยืน (Power of Sustainability) แต่การรักษาและคงไว้ของเจตนารมณ์เพื่อสังคมและดำเนินการผ่านกาลเวลาเป็นสิ่งที่หาไม่ง่ายนักท่ามกลางกระแสการแข่งขันทางธุรกิจ ขณะที่ “กรุงไทยการไฟฟ้า” ได้เลือกที่จะทำ!! ซึ่งผลงานที่องค์กรได้ดำเนินงานเพื่อสังคมมาอย่างเงียบๆ นับเป็นเวลา 41 ปี แล้ว และครั้งนี้ยังเป็นการยกระดับการทำงานซีเอสอาร์ขององค์กรให้กลายเป็นความยั่งยืนในระดับประเทศและในระดับสากล
ล่าสุด กรุงไทยการไฟฟ้า จัดงานประกาศเจตนารมณ์ครั้งสำคัญของการเป็นองค์กรที่รักษามาตรฐานการดำเนินงานเพื่อสังคม และถือเป็นการขอบคุณผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ที่ผลักดันและส่งเสริมให้องค์กรได้รับรางวัลชนะเลิศ AREA 2025 (Asia Responsible Enterprise Awards) สาขา การลงทุนทรัพยากรมนุษย์ (Investment in People) โดยสถาบัน “Enterprise Asia” ภายในงาน ได้รับเกียรติสูงสุดจาก ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์เกษม วัฒนชัย องคมนตรี และที่ปรึกษากิตติมศักดิ์โครงการทุนการศึกษาฯ ได้ให้เกียรติมาเป็นประธานในวาระพิเศษ และได้ฝากข้อคิดให้กับภาคีเครือข่ายสำคัญของประเทศที่มาร่วมงาน เพื่อช่วยกันคิด และพิจารณาทำประโยชน์ให้กับประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งได้ฝากความห่วงใยต่อเยาวชน คุณภาพครู คุณภาพการศึกษา ซึ่งส่งผลต่อการพัฒนาประเทศ

ด้าน คุณศุภชัย สุทธิพงษ์ชัย ประธานกรรมการ บริษัท กรุงไทยการไฟฟ้า จำกัด ได้กล่าวและประกาศเจตนารมณ์ที่สำคัญขององค์กร ว่า “ ขอบคุณผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ทั้งท่านคณะกรรมการ ผู้บริหารและพนักงานบริษัททุกบริษัท สื่อมวลชนที่ให้การสนับสนุน การดำเนินงานเพื่อสังคมของโครงการทุนการศึกษา บริษัท กรุงไทยการไฟฟ้า จำกัด ผมขอแสดงเจตจำนงค์ เราจะ สร้าง “คน” เพื่อให้เป็นการสร้างประโยชน์ไว้แก่สังคม ประเทศชาติ และโลกของเรา เพราะเราเชื่อว่า “คน” คือทรัพยากรที่มีคุณค่าสูงสุด และกรุงไทยการไฟฟ้าจะยังคงมุ่งมั่นในปณิธานในการพัฒาทรัพยากรมนุษย์ให้ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น เพื่อให้เป็นความ “ยั่งยืน” ที่ได้ผลเป็นรูปธรรมและชัดเจนครบทุกมิติของความยั่งยืน”

นอกจากนี้ คุณสงวนศรี สุทธิพงษ์ชัย ประธานคณะดำเนินงาน โครงการทุนการศึกษาฯ ผู้ที่เข้าใจการทำงานพัฒนาคนอย่างลึกซึ้ง ได้กล่าวถึงเส้นทางสำคัญของการเข้าสู่รางวัลระดับสากล เพื่อเป็นการสะท้อนการดำเนินงานและเผยแพร่แนวคิด SEED Model ให้เป็นตัวอย่างแก่องค์กรอื่นๆ เราขอยกข้อความสำคัญที่ได้กล่าวถึงคุณค่าและความหมายที่ลึกซึ้งของการจัดงานในครั้งนี้ว่า “ความรับผิดชอบต่อสังคม เป็นสิ่งที่เราต้องตระหนัก เราไม่ได้ทำงานมาทั้งหมดเพื่อที่จะได้รับรางวัล มันเป็นแค่ปลายทางของผลลัพธ์ที่เราดำเนินงานมา และทุกอย่างมาบรรจบกันในระยะเวลาที่พอดี ทั้งในสถานะของผู้ประกอบการ และในสถานะบุคคลๆหนึ่งที่จะส่งต่อสิ่งดีงามเหล่านี้ เพื่อช่วยและสร้างสรรค์สิ่งที่เป็นประโยชน์แก่ประเทศและโลกของเรา เพราะทุกสิ่งที่เราทำ สุดท้ายก็จะสะท้อนกลับมาส่งผลต่อโลกที่เราเป็นส่วนหนึ่งเสมอ (Return Value in Sustainability)”
นับเป็นความภาคภูมิใจขององค์กรและยังถือว่าประเทศไทยมีภาคธุรกิจด้านอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เป็นของคนไทยรายแรกและรายเดียวที่ ได้ปรากฏผลงานด้านความยั่งยืน อยู่บน Hall of fame 2025 สถาบัน “Enterprise Asia” และเชื่อว่าจะกลายเป็นตัวอย่างให้หลายองค์กรที่ทำงานด้านการพัฒนา “คน” ได้ถอดบทเรียนและนำไปใช้ประโยชน์ต่อไป