สส.เพื่อไทย ขยี้ “ธรรมนัส-สุชาติ” ทั้งประวัติอื้อฉาว-ผลงานด่างพร้อย ลือลั่น “มันคือแป้ง-SKYY9” ถามคือรบ.ที่โปร่งใส มีหลักนิติรัฐนิติธรรมแล้วใช่หรือไม่
จากนั้นเวลา 13.20 น. นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย อภิปรายการแถลงนโยบายรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ ว่า จากการที่ได้อ่านและฟังคำแถลงของท่านนายกฯ นโยบายไม่ได้เด่น ไม่ได้มีอะไรใหม่ มีแต่บอกว่าจะทำอะไร แต่ไม่บอกว่าจะทำอย่างไร จึงไม่ได้ว้าว แต่สิ่งที่มีมากกว่าคือ เอ๊ะในคุณสมบัติของท่านรัฐมนตรีที่ได้แต่งตั้ง ที่ไม่เพียงแต่ขาดความเชี่ยวชาญในวิชาชีพ
แต่ยังกระทบความน่าเชื่อถือ ที่บกพร่องและจะทำงานได้อย่างไร ทั้งนี้ รัฐบาลได้กล่าวว่ารัฐบาลนี้ตั้งขึ้นมาเพื่อมาแก้ความเสียหายที่เกิดจากรัฐบาลที่แล้ว จึงไม่แน่ใจว่ารวมถึงการตั้งรัฐมนตรีที่รัฐบาลที่แล้วไม่กล้าตั้ง เลยแก้ปัญหาด้วยการลุยไฟตั้งเสียเองหรือไม่
นายอนุสรณ์ อภิปรายว่า ดังนั้นในการอภิปรายครั้งนี้จึงขอมุ่งไปยังคุณสมบัติของรัฐมนตรี 2 คน โดยตั้งชื่อเรื่องว่า “รางวัลแด่คนช่างหัก รอยด่างพร้อยที่ยากจะลบเลือน” คนแรก ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ที่ประวัติมีเงื่อนงำ พัวพันคดีความและข้อสงสัยในอดีตที่เกิดขึ้นในต่างประเทศ จนถูกศาลตัดสินจำคุก และถ้าไปหาอ่านตามจะพบคลิปข่าว คลิปดังข้ามปี จะมีข้อความว่าสิ่งที่เจ้าหน้าที่ตำรวจปราบปรามยาเสพติดรัฐนิวเซาท์เวลส์ อ้างว่าเป็นเฮโรอีน 3.2 กิโลกรัมนั้น “มันคือแป้ง”
ซึ่งแม้ศาลรัฐธรรมนูญ จะวินิจฉัยว่าท่านไม่ขาดคุณสมบัติการเป็นรัฐมนตรีตามกฎหมายไทย แต่ย่อมนำมาซึ่งข้อสงสัย และการตั้งคำถามอย่างรุนแรงถึงคุณธรรมและจริยธรรมของบุคคลที่ดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือไม่
นายอนุสรณ์ อภิปรายต่อว่า นอกจากนี้ยังมีประเด็นการปกปิดทรัพย์สินและการใช้ชื่อบุคคลอื่นถือครองหุ้น และการให้คู่สมรสถือครองหุ้นในบริษัทเกิน 5 เปอร์เซ็นต์โดยท่านไม่ได้แจ้งต่อ ป.ป.ช.ซึ่งอาจจะผิดกฎหมายหรือไม่ รวมถึงการมีรายได้ลึกลับจากธุรกิจสลากฯ ซึ่งน่าแปลกใจตรงที่ท่านแจ้งรายได้จากการขายสลากกินแบ่งรัฐบาลแต่ไม่ได้มีชื่อเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัทขายสลากใดๆ ก็เป็นอีกหนึ่งประเด็นที่สร้างความคลุมเครือสงสัย ข้อกังขาเหล่านี้ไม่ได้เพิ่งเกิด และคนที่ตั้งข้อสงสัยเหล่านี้ก็คือรัฐบาลในอดีตที่เคยทำงานร่วมกับท่านมา
นายอนุสรณ์ อภิปรายว่า กรณีนายสุชาติ ชมกลิ่น เป็นรัฐมนตรีเพียงไม่กี่คน ที่พรรคฝ่ายค้ำตั้งเงื่อนไขไม่ให้ตั้ง ด้วยภูมิหลังที่อาจทำให้มีความกังวลเรื่องความโปร่งใส โดยเฉพาะประเด็น อาคาร SKYY9 เมื่อคราวดำรงตำแหน่งรมว.แรงงาน ที่สำนักงานประกันสังคมเข้าซื้อทรัพย์สินในราคาเกินจริง ซื้อในราคาสูงถึง 61,000 – 68,000 บาทต่อตารางเมตร ตัวเลขนี้เป็นตัวเลขที่สูงกว่ามาตรฐานของสมาคมผู้ประเมินค่าทรัพย์สินฯ ที่ประเมินราคาอาคารสำนักงานระดับสูงไว้เพียง 38,900 บาทต่อตารางเมตร หรือสูงกว่าถึง 75%
ซึ่งเป็นการประเมินราคาที่เกินจริง อาจไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่เป็นผลมาจากกระบวนการที่มีข้อกังขา กล่าวคือการประเมินที่อ้างอิงข้อมูลผิดจากความเป็นจริง คือบริษัทประเมินทั้ง 2 แห่งได้ใช้ราคาที่ดินในทำเลพรีเมียมอย่างถนนอโศกมนตรีและถนนพระราม 9 มาเป็นฐานในการประเมิน ทั้งที่ควรใช้ทำเลที่ตั้งจริงทำให้ราคาสูงเกินจริง
นายอนุสรณ์ อภิปรายอีกว่า นอกจากนี้การละเลยข้อบกพร่องของอาคาร แม้อาคารจะขาดคุณสมบัติพื้นฐานที่กฎหมายกำหนด เช่น ขาดถนนกว้าง 6 เมตรรอบโครงการ และมีที่จอดรถไม่เพียงพอตามมาตรฐานใหม่ ข้อบกพร่องเหล่านี้กลับถูกละเลยไป เอกสารการซื้อขายระบุว่าอาคารได้รับการรับรอง มาตรฐานอาคารเขียว TREES ทั้งที่ความจริงยังไม่ได้รับการรับรองหรือไม่
สำนักงานประกันสังคมได้อนุมัติและลงนามในข้อตกลงดังกล่าวในวันเดียวกับที่ กองทรัสต์ Prime Asset Equity Trust ก่อตั้งขึ้น ซึ่งเป็นกระบวนการที่รวบรัดมีเงื่อนงำ ข้ามขั้นตอนการตรวจสอบอย่างถี่ถ้วน และขาดการพิจารณาอย่างรอบด้าน ซ้ำร้ายยังไปฟ้องปิดปากเสียงวิจารณ์ เลือกใช้การฟ้องร้องปิดปากผู้ที่วิพากษ์วิจารณ์ การปิดข้อความในโซเชียลมีเดียของหน่วยงาน สะท้อนถึงการขาดความเชื่อมั่นอย่างรุนแรงจากประชาชน
“ความรับผิดชอบทางการเมืองย่อมเหนือความรับผิดชอบทางกฎหมาย เส้นแบ่งการเป็นรัฐมนตรี เป็นได้หรือไม่ ขาดคุณสมบัติหรือไม่นั้นเป็นเส้นแบ่งทางกฏหมาย แต่คุณธรรมจริยธรรมทางการเมือง ซึ่งบุคคลผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองควรมีสูงกว่ามาตรฐานทางกฎหมายหรือไม่ เราไม่อาจไม่วางใจ ไม่อาจเชื่อมั่นกับบุคคลที่ตั้งไปรับตำแหน่ง ซึ่งเป็นบุคคลที่มีรอยด่างพร้อยในอดีต เมื่อมีรอยด่างพร้อยแล้วจะไปดูแลประเทศให้มีอนาคตสดใสได้อย่างไร” นายอนุสรณ์ ระบุ