ถอดสูตร “การตลาดที่จริงใจ” ฉบับร้านเนื้อ ‘เนื้อแท้’
ถอดสูตร-แนวคิด “การตลาดที่จริงใจ” แบบฉบับ ‘เนื้อแท้’ ผลิตภัณฑ์ต้องจริงใจ ไม่โกหกลูกค้า สื่อสารให้เป็น และสนุก
หากพูดถึง “เนื้อแท้” ร้านขายเนื้อวัวชื่อดังของไทย นับเป็นแบรนด์ที่มีความน่าสนใจ ตั้งแต่จุดเริ่มต้นที่คนไทยยังไม่นิยมทานเนื้อวัว จนถึงวันนี้ที่หลาย ๆ คนรู้จักการบริโภคและวิธีการทำเนื้อวัวมากขึ้น และมุมของธุรกิจเอง “เนื้อแท้” เติบโตเป็นอย่างมากจนปัจจุบันมีอยู่ราว 40 สาขา และกระโดดสู่สนามผลิตภัณฑ์พร้อมทาน (Ready-to-Eat)
ในขณะเดียวกัน จะเห็นได้ว่าการทำการตลาดของผลิตภัณฑ์กลุ่มพร้อมทาน มีความน่าสนใจทั้งการเล่าเรื่อง และการสื่อสาร รวมถึงยังมีเบื้องหลังของโปรดักต์ที่ผลิตและสื่อสารออกมาอย่าง “จริงใจ”
“ประชาชาติธุรกิจ” ชวนมองแนวคิดการตลาดและการสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ของ “Company B” จากคำบอกเล่าของ บังโต-วีรชน ศรัทธายิ่ง และตาล-นภศูล รามบุตร บนเวที SCALE FAST Summit & Expo 2025
“จริงใจ” คือสิ่งสำคัญ
ผู้บริหารของ Company B เล่าถึงเบื้องหลังของการพัฒนาโปรดักต์ต่าง ๆ โดยหนึ่งในนั้นคือ “ลูกชิ้นเนื้อ” ซึ่งใช้เวลาในการพัฒนานานกว่า 7-8 ปี เนื่องจากสูตรและรสชาติที่ยังไม่ลงตัว
หลักคิดหนึ่งที่ถูกใช้ในการพัฒนาสินค้า คือ การต่อยอดจากสิ่งที่มีอยู่เดิม สิ่งที่พัฒนาขึ้นต้องดีจริง มีคุณภาพจริง และไม่โกหกผู้บริโภค และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ทุกชนิดเริ่มต้นจากความชอบและความเชื่อมั่นอย่างแท้จริงของผู้ก่อตั้ง หากทีมงานยังไม่รู้สึกว่า “อร่อย” หรือ “ดีพอ” ผลิตภัณฑ์นั้นจะไม่ถูกนำเสนอสู่ตลาด
“ถ้าไม่อร่อยสำหรับเรา อย่าบอกคนอื่นว่าไม่อร่อย”
สื่อสารให้โดน ถึงคนรุ่นใหม่
จากประสบการณ์ในวงการเพลงของบังโต ที่มีมากว่า 10 ปี ซึ่งผ่านความท้าทายในการทำให้แนวเพลงที่เขาทำ เป็นที่ชื่นชอบของผู้บริโภค และจากประสบการณ์กว่า 10 ปีนี้ ก็ถูกนำมาประยุกต์ในการทำธุรกิจ โดยเฉพาะการสื่อสาร ทำให้คนไทยที่เดิมไม่ค่อยกินเนื้อ หันมาสนใจและรับประทานเนื้อมากขึ้น
กลายเป็นความคิดหลักว่า “จะทำอะไรก็ได้ในโลกใบนี้ แต่ต้องสื่อสารให้เป็น ถูกต้อง และสนุก”
ในเชิงการตลาดนั้น บังโตเล่าว่า ปัจจุบันมีการตั้งบริษัท “คำโตโต” ที่เป็นเอเจนซี่โฆษณา ดูแลทั้งแบรนด์ของ Company B และแบรนด์อื่น ๆ ที่สนใจ รวมถึงบังโตเอง ถอยจากงานด้านบริหาร มาดูแลเรื่องการนำเสนอ การสื่อสารของแบรนด์เป็นหลัก
ไฮไลท์หนึ่งที่บังโตเล่าถึงการทำการตลาดและโฆษณาต่าง ๆ คือ การให้เด็กรุ่นใหม่ เป็นผู้ออกแบบการสื่อสารให้เข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ เพราะกลุ่มคนเหล่านี้จะเข้าใจวิธีการและเครื่องมือที่ทำให้สื่อสารถึงกลุ่มคนดังกล่าวได้ดี
ขณะที่บังโตเอง จะทำหน้าที่ในการช่วยกำกับเนื้อหา แก่นสารของการสื่อสารเพื่อให้ใช่และตรงกับความเป็นแบรนด์ รวมถึงการใส่กิมมิค ความเป็นยุค 90s เข้ามาช่วย เพราะสำหรับคนรุ่นเก่าคือความทรงจำ แต่สำหรับคนรุ่นใหม่ คือความแปลกใหม่และเล่นได้ทันที