Skip to content

เจฟฟ์ เบซอส ชี้ “AI อยู่ในช่วงฟองสบู่อุตสาหกรรม”

06 ต.ค. 2568 | 11:44น.
เจฟฟ์ เบซอส ชี้ “AI อยู่ในช่วงฟองสบู่อุตสาหกรรม”

เจฟฟ์ เบซอส (Jeff Bezos) มหาเศรษฐีผู้ก่อตั้ง Amazon และหนึ่งในผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในโลกเทคโนโลยี ออกมาเตือนอย่างชัดเจนว่า “ปัญญาประดิษฐ์” หรือ AI (Artificial Intelligence) กำลังอยู่ในช่วงของ “ฟองสบู่อุตสาหกรรม” (Industrial Bubble) ขณะเดียวกัน ก็ย้ำว่าเทคโนโลยีนี้จะสร้างประโยชน์ให้กับสังคมในระดับที่เรียกว่า “มหาศาล”

เจฟฟ์กล่าวระหว่างขึ้นเวทีเสวนาใหญ่ในงาน Italian Tech Week 2025 ที่เมืองตูริน ประเทศอิตาลี ร่วมกับ John Elkann ซีอีโอของ Exor และประธานกรรมการของ Ferrari โดยในเวทีนี้ เจฟฟ์ได้พูดถึงทั้งด้าน “โอกาส” และ “ความเกินจริง” ที่กำลังเกิดขึ้นในวงการ AI ทั่วโลก

เริ่มต้นด้วยการเปรียบเทียบสถานการณ์ปัจจุบันกับช่วงฟองสบู่เทคโนโลยีในอดีต โดยเขาระบุว่า AI ในวันนี้มีลักษณะหลายอย่างคล้ายกับฟองสบู่ครั้งใหญ่ในประวัติศาสตร์ เช่น “ฟองสบู่ดอทคอม” (Dot-Com Bubble) ในปี 2000 ที่ทำให้มูลค่าของบริษัทอินเทอร์เน็ตทั่วโลกพุ่งทะยาน ก่อนจะพังทลายลงอย่างรุนแรง

“นี่คือฟองสบู่อุตสาหกรรมรูปแบบหนึ่งแน่นอน” เจฟฟ์กล่าวบนเวที

เขาอธิบายว่า ฟองสบู่เกิดขึ้นเมื่อราคาหุ้นหรือมูลค่าธุรกิจ “หลุดออกจากพื้นฐานทางเศรษฐกิจจริง” ของบริษัท และผู้คนเริ่มหลงใหลในเทคโนโลยีใหม่โดยไม่ทันมองถึงความเป็นจริงของผลประกอบการ

“ทุกครั้งที่ฟองสบู่เกิดขึ้น ความตื่นเต้นจะเข้าครอบงำ นักลงทุนแห่ทุ่มเงินให้ทุกแนวคิด ทั้งดีและแย่ และในช่วงเวลาแบบนี้มันยากมากที่จะแยกได้ว่าอะไรคือ ‘ของจริง’” พร้อมเสริมว่า “และนั่นก็กำลังเกิดขึ้นกับ AI ตอนนี้”

“ของจริง” มาพร้อมพฤติกรรมลงทุนสุดโต่ง

เจฟฟ์ยกตัวอย่างถึงความร้อนแรงในปัจจุบันว่า “มีบางบริษัทที่มีพนักงานเพียง 6 คน แต่ได้รับเงินลงทุนระดับพันล้านดอลลาร์” ซึ่งเขาเรียกว่าเป็น “พฤติกรรมที่ผิดธรรมชาติ” แต่กลับกลายเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริงในยุคแห่ง AI ที่ทั่วโลกต่างหลงใหล

“AI เป็นของจริง และมันจะเปลี่ยนทุกอุตสาหกรรมอย่างไม่ต้องสงสัย” 

แม้จะเตือนถึงฟองสบู่ แต่เขายืนยันว่าเทคโนโลยีนี้ “ไม่ใช่ภาพลวงตา” เหมือนบางเทรนด์ในอดีต เพราะศักยภาพของ AI ในการเปลี่ยนโครงสร้างการทำงานของโลกนั้น “ลึกซึ้งและยั่งยืน” มากกว่าเทคโนโลยีใดในศตวรรษที่ผ่านมา

บทเรียน Biotech ยุค’90

เจฟฟ์กล่าวว่า “ฟองสบู่อุตสาหกรรม” ไม่ได้เป็นสิ่งเลวร้ายเสมอไป ตรงกันข้าม มันอาจเป็น “ตัวเร่งนวัตกรรม” ที่สำคัญของมนุษยชาติ

เขายกตัวอย่างฟองสบู่ในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีชีวภาพ (Biotech Bubble) ช่วงทศวรรษ 1990 ที่มีบริษัทจำนวนมากล้มเหลวหลังฟองสบู่แตก แต่ในขณะเดียวกันกลับทำให้เกิดการค้นพบทางการแพทย์ครั้งสำคัญ และพัฒนายารักษาโรคร้ายที่ช่วยชีวิตผู้คนนับล้าน

“ฟองสบู่ประเภทอุตสาหกรรมไม่ได้เลวร้ายเหมือนฟองสบู่ทางการเงิน เพราะแม้หลายบริษัทจะพังทลาย แต่สิ่งที่เหลืออยู่คือเทคโนโลยีที่สร้างประโยชน์ต่อสังคม เมื่อฝุ่นจางลง ผู้ชนะจะถูกค้นพบ และมนุษย์จะได้รับประโยชน์จากสิ่งที่พวกเขาสร้างขึ้น”

เขาเชื่อว่าเหตุการณ์ลักษณะเดียวกันจะเกิดขึ้นกับ AI บางบริษัทอาจหายไปจากตลาด แต่ผู้ที่อยู่รอดจะเป็นผู้สร้าง “นวัตกรรมระดับปฏิวัติ” ที่เปลี่ยนโลกอย่างแท้จริง

นักลงทุนระดับโลกเห็นตรงกัน

ไม่เพียงแค่เจฟฟ์ เบซอส ที่มองเห็นสัญญาณอันตรายของความร้อนแรงในตลาด AI ก่อนหน้านี้ แซม อัลต์แมน (Sam Altman) ซีอีโอของ OpenAI ผู้พัฒนา ChatGPT ก็เคยกล่าวว่า “ตลาด AI กำลังอยู่ในฟองสบู่แน่นอน” ขณะที่ David Solomon ซีอีโอของ Goldman Sachs กล่าวในงานเดียวกันว่า นักลงทุนจำนวนมากกำลังมองโลกด้านเดียวเกินไป

“เมื่อผู้คนตื่นเต้น พวกเขาจะมองเห็นแต่สิ่งดี ๆ ที่อาจเกิดขึ้น และละเลยสิ่งที่อาจผิดพลาด… สุดท้ายจะมีการรีเซตเกิดขึ้นแน่นอน เพียงแค่ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่และแรงแค่ไหน” David Solomon, Goldman Sachs

ด้าน Karim Moussalem ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนของ Selwood Asset Management ก็เตือนว่า “การเก็งกำไรในตลาด AI เริ่มคล้ายกับหนึ่งในกระแสฟองสบู่ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ตลาดทุน”

เจฟฟ์เชื่อ AI คือ “พลังปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งใหม่ของโลก”

แม้จะมองเห็นความเสี่ยงของฟองสบู่ แต่เจฟฟ์ เบซอส ยังคงแสดงความเชื่อมั่นอย่างเต็มเปี่ยมว่า AI จะเป็นเทคโนโลยีที่ทรงอิทธิพลที่สุดในศตวรรษนี้

เขาเปรียบเทียบว่า AI จะมีอิทธิพลต่อโลก “ในระดับเดียวกับไฟฟ้าและอินเทอร์เน็ต” โดยจะเข้าไปเปลี่ยนแปลงทุกอุตสาหกรรม ตั้งแต่การผลิต การแพทย์ ไปจนถึงการศึกษา และธุรกิจสร้างสรรค์

“สิ่งนี้เป็นของจริง และประโยชน์ที่สังคมจะได้รับจาก AI จะมีขนาดมหาศาล”

เจฟฟ์ยังย้ำว่า แม้ฟองสบู่จะทำให้เกิดความสูญเสียในระยะสั้น แต่สิ่งที่ตามมาคือ “โครงสร้างใหม่ของโลกเศรษฐกิจและนวัตกรรม” ที่จะยืนยาวไปอีกหลายทศวรรษ