Skip to content

เปิดใจ ‘ขนุน’ อ่านหนังสือ ‘ห้วงแห่งความงียบงัน’ ไม่จบ เจ็บปวดเกินรับไหว เผยชีวิตในเรือนจำเหมือนถูกล่ามโซ่

06 ต.ค. 2568 | 22:09น.
เปิดใจ ‘ขนุน’ อ่านหนังสือ ‘ห้วงแห่งความงียบงัน’ ไม่จบ เจ็บปวดเกินรับไหว เผยชีวิตในเรือนจำเหมือนถูกล่ามโซ่

‘สิรภพ’ นักกิจกรรมรุ่นใหม่ เปิดใจกลางเวทีเสวนา 6 ตุลา เผยอ่านหนังสือ ห้วงแห่งความเงียบงัน ไม่จบ เจ็บปวดเกินรับไหว หลังเคยผ่านชีวิตในเรือนจำ ซัดรัฐใช้กฎหมายจองจำคนรุ่นใหม่ กดความทรงจำไม่ให้พูดถึงอดีต พร้อมย้ำ-เมื่อไหร่ที่ใจพร้อม จะอ่านจนจบแน่นอน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ห้อง ร.103 คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ สำนักพิมพ์มติชน ร่วมกับคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จัดเสวนาหัวข้อ “6 ตุลา ห้วงแห่งความเงียบงัน” เนื่องในโอกาสเปิดตัวหนังสือ “ห้วงแห่งความเงียบงัน ภาวะลืมไม่ได้จำไม่ลง หลัง 6 ตุลา 2519” ผลงาน ศ.กิตติคุณ ดร. ธงชัย วินิจจะกูล แปลโดย สุภัตรา ภูมิประภาส จากต้นฉบับภาษาอังกฤษ “MOMENTS of SILENCE: The Unforgetting of the October 6, 1976, Massacre in Bangkok”

ภายในกิจกรรมมีการเสวนาหัวข้อ “เหตุการณ์ 6 ตุลา ในการรับรู้ของคนรุ่นใหม่” โดยมีนายสิรภพ พุ่มพึ่งพุทธ หรือ “ขนุน” นักกิจกรรมที่เคยถูกคุมขัง พร้อมด้วย น.ส.รติศา วิเชียรพิทยา หรือ “เนม” เจ้าของช่องยูทูบ “nailname” ร่วมแลกเปลี่ยนความเห็น ดำเนินรายการโดย ผศ.อัครพงษ์ ค่ำคูณ อดีตคณบดีวิทยาลัยนานาชาติปรีดี พนมยงค์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ในช่วงหนึ่งของเสวนา “ขนุน” เล่าถึงความรู้สึกต่อการอ่านหนังสือเกี่ยวกับเหตุการณ์ 6 ตุลา ที่เป็นเหตุการณ์สะเทือนใจและบาดลึกในใจคนไทยหลายคนว่า “ผมอ่านหนังสือเล่มนี้ไม่จบ แค่พูดก็รู้สึกแล้ว” เขาอธิบายว่าการอ่านเล่มนี้ทำให้ระลึกถึงความรุนแรงที่สืบเนื่องมายาวนาน แม้ว่าในยุคของเขาจะไม่ได้เจอความรุนแรงที่รุนแรงเท่าในอดีต

“ยุคของผม อาจจะเบากว่า เหตุการณ์ในปี 2519 มาก เพราะเราไม่เห็นเพื่อนเสียชีวิตต่อหน้า หรือความรุนแรงในระดับที่ไม่เหมือนมนุษย์เหมือนเหตุการณ์นั้น สิ่งที่ผมเจอมากสุดก็แค่ถูกเสื้อเหลืองไล่ทำร้าย หรือถูกยิงไล่ แต่ไม่มีการเสียชีวิตจำนวนมากแบบนั้น” ขนุนกล่าว

เขายังเปิดเผยประสบการณ์ชีวิตในเรือนจำที่เคยถูกกักขังไว้สองครั้ง โดยครั้งแรกเข้าไปตอนอายุ 20 ปี เป็นเวลา 3 วัน ซึ่งเขาบอกว่า “เหมือนทัศนศึกษา” เพราะยังไม่รู้สึกหนักหน่วงมากนัก แต่ครั้งที่สองตอนอายุ 23 ปี กลับต้องเผชิญกับความจริงอันโหดร้ายที่ไม่เคยลืม

“ตอนนั้น คุณตื่นขึ้นมาในห้องขัง ทุกทิศทางถูกล้อมรอบด้วยกำแพง ไม่มีอิสระภาพ มีแค่ท้องฟ้าเป็นสิ่งเดียวที่เห็นได้เต็มตา” ขนุนเล่าด้วยน้ำตา พร้อมเสริมว่า “คุณไม่มีวันเข้าใจชีวิตที่แค่นอนก็มีคนดูคุณอยู่ตลอดเวลา”

นายสิรภพ พุ่มพึ่งพุทธ

นอกจากความยากลำบากในเรื่องสถานที่และการถูกจับตามองแล้ว ขนุนยังพูดถึงความหวังของผู้ต้องขังทุกคนที่อยากได้รับนิรโทษกรรมและมีชีวิตที่ดีขึ้น รวมถึงการเห็นภาพการเมืองปัจจุบันผ่านมุมมองของคนในเรือนจำ

“ทุกคนในนั้นมีความหวังว่าชีวิตจะดีขึ้น แต่หลายคนถูกตัดสิทธิ์การเรียนต่อหรือมีโอกาสถูกจำกัด เพราะกฎหมาย ซึ่งมันเกินกว่าที่คนคนหนึ่งควรต้องเจอ มันทำลายชีวิตและอนาคตของคนหนุ่มสาวหลายคน” ขนุนระบุ

เขายังยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า “ในตอนนี้ ผมยังอ่านหนังสือเล่มนี้ไม่จบ เพราะมันทำให้เจ็บปวดเกินกว่าจะรับไหว แต่เมื่อไหร่ที่พร้อม ผมจะอ่านให้จบ”

ในส่วนของน.ส.รติศา หรือ “เนม” เจ้าของช่องยูทูบ “nailname” ได้ร่วมแลกเปลี่ยนความเห็นในฐานะคนรุ่นใหม่ที่สนใจเรียนรู้และสะท้อนเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ผ่านสื่อออนไลน์

การเสวนาครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามที่จะรักษาความทรงจำเกี่ยวกับเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 ที่ยังคงเป็นบทเรียนและข้อคิดทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญสำหรับสังคมไทย โดยมีการแลกเปลี่ยนความเห็นระหว่างผู้มีประสบการณ์ตรงกับคนรุ่นใหม่ที่ยังคงพยายามเข้าใจและต่อยอดเรื่องราวเหล่านี้ต่อไป

นายสิรภพ พุ่มพึ่งพุทธ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

6 ตุลา