Skip to content

YADEA ปักหมุดไทยฐานผลิตอาเซียน ลั่นขึ้นแท่นเบอร์หนึ่งมอเตอร์ไซค์อีวี

07 ต.ค. 2568 | 11:40น.
YADEA ปักหมุดไทยฐานผลิตอาเซียน ลั่นขึ้นแท่นเบอร์หนึ่งมอเตอร์ไซค์อีวี

‘ยาเดีย’ รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า เดินหน้าลุยปั้นไทยเป็นฐานผลิต หลัง คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) อนุมัติบัตรส่งเสริมฯ เล็งขยายการผลิต เป็น 600,000 คันภายใน 3 ปี 

นายแจ็ค หยาง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ยาเดีย เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด (YADEA Thailand) ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าแบรนด์ ยาเดีย (YADEA) เปิดเผยว่า ล่าสุดบริษัทได้รับใบรับรองส่งเสริมการลงทุน (Investment Promotion Certificate) จาก สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) อย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้ว โดยมีนายสุทธิเกตติ์ ทัดพิทักษ์กุล รองเลขาธิการ BOI เป็นผู้มอบ

ทั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญด้านกลยุทธ์การลงทุนและขยายฐานการผลิตของยาเดีย ในประเทศไทย ที่และเป็นการตอกย้ำให้ผู้บริโภคมั่นใจได้ว่า รถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้ายาเดียสามารถจดทะเบียนได้ตามกฎหมายในไทย และรับสิทธิประโยชน์ด้านภาษี เบื้องต้นบริษัทตั้งเป้าขึ้นเป็นแบรนด์มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าอันดับ 1 ของไทย

YADEA
แจ็ค หยาง : ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ยาเดีย เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด

สำหรับประเทศไทยนั้น บริษัทตั้งเป้าต้องการให้โรงงานไทยตั้งอยู่ที่อำเภอบางเสาธง จังหวัดสมุทรปราการ เป็นศูนย์กลางการผลิตอาเซียนภายใต้กำลังการผลิต 500,000 คันต่อปี และจะขยายกำลังการผลิตรวม 600,000 คันภายใน 3 ปี มีสัดส่วนพนักงานไทยมากกว่า 80% และสร้างงานให้คนไทยมากกว่า 500 ตำแหน่ง และในเชิงกลยุทธ์ยังตั้งเป้าให้เป็นศูนย์นวัตกรรมและการผลิตอัจฉริยะสำหรับตลาดอาเซียน

“การได้รับ BOI Certification เป็นก้าวสำคัญของเรา เราไม่เพียงแค่สร้างโรงงาน แต่ยังผสานนวัตกรรมระดับโลกกับการวิจัยเชิงลึกที่ใช้ระบบการผลิตอัจฉริยะเหมือนกับ Super Factory หรือโรงงานอัจฉริยะในจีน เพื่อนำเสนอมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าอัจฉริยะที่สร้างสรรค์มาเพื่อคนไทยโดยเฉพาะ”

หลังจากได้รับ BOI Certification มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าของ YADEA ที่ผลิตในไทยทุกคัน สามารถจดทะเบียนได้ตามกฎหมายและรับสิทธิประโยชน์ด้านภาษี จึงมั่นใจได้ในคุณภาพและบริการ รุ่นเด่น เช่น Velax, VoltGuard, RS20, Ova ตอบโจทย์การเดินทางทั่วไป และในเมือง

ปัจจุบันยาเดียมีตัวแทนจำหน่ายมากกว่า 70 สาขา และภายในปีนี้จะมีสาขาครอบคลุมกว่า 100 แห่ง เพื่อให้ผู้บริโภคทั่วประเทศสามารถเข้าถึงร้านค้าและบริการหลังการขายได้อย่างสะดวกและทั่วถึง