เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
Coca-Cola รีดีไซน์แบรนด์ทั่วโลก ใช้ AI ลดความต่างงานดีไซน์แต่ละตลาด
Business Coca-Cola รีดีไซน์แบรนด์ทั่วโลก ใช้ AI ลดความต่างงานดีไซน์แต่ละตลาด
EKA Global มองครึ่งหลังปี’69 ตลาดบรรจุภัณฑ์อาหารเริ่มฟื้น ชี้มาตรฐานโลกเปลี่ยนเกมแข่งขัน
Economic EKA Global มองครึ่งหลังปี’69 ตลาดบรรจุภัณฑ์อาหารเริ่มฟื้น ชี้มาตรฐานโลกเปลี่ยนเกมแข่งขัน
ฮูตีเปิดแนวรบใหม่ ‘ทะเลแดง’ จับตา ‘คลองสุเอซ’ บรรเทาวิกฤติน้ำมันเอเชียได้ไหม ?
World ฮูตีเปิดแนวรบใหม่ ‘ทะเลแดง’ จับตา ‘คลองสุเอซ’ บรรเทาวิกฤติน้ำมันเอเชียได้ไหม ?
กรมขนส่งเผยกว่า 1 แสนราย เข้าตรวจสอบข้อมูลทางทะเบียนรถ ‘บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ’
Economic กรมขนส่งเผยกว่า 1 แสนราย เข้าตรวจสอบข้อมูลทางทะเบียนรถ ‘บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ’
BDMS รุกตลาด Wellness ระดับเอ็กซ์คลูซีฟ ปักธง “Longevity Card” บัตรหรูดูแลสุขภาพ
Business BDMS รุกตลาด Wellness ระดับเอ็กซ์คลูซีฟ ปักธง “Longevity Card” บัตรหรูดูแลสุขภาพ
ราคาทองวันนี้ (23 ก.ค. 69) ร่วงลง 300 บาท รูปพรรณขายออก 66,400 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (23 ก.ค. 69) ร่วงลง 300 บาท รูปพรรณขายออก 66,400 บาท
SCBX เปิดตัว ‘CORA’ AI Analyst ที่องค์กรพัฒนาขึ้นเอง พร้อมยื่นจดสิทธิบัตรเทคโนโลยีหลัก
Finance SCBX เปิดตัว ‘CORA’ AI Analyst ที่องค์กรพัฒนาขึ้นเอง พร้อมยื่นจดสิทธิบัตรเทคโนโลยีหลัก
สแกน 5 โจทย์ใหญ่ SME ปี’69 “ยูโอบี” เตือนเร่งทำ Stress Test คุมสภาพคล่อง
Finance สแกน 5 โจทย์ใหญ่ SME ปี’69 “ยูโอบี” เตือนเร่งทำ Stress Test คุมสภาพคล่อง
คลังเคาะเพิ่มเงื่อนไขบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 3 เกณฑ์ คืนสิทธิคนจน ชง ครม. 27 ก.ค.นี้
Finance คลังเคาะเพิ่มเงื่อนไขบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 3 เกณฑ์ คืนสิทธิคนจน ชง ครม. 27 ก.ค.นี้
เครือข่ายกัญชาไทย ยื่น กมธ.การเมือง สภาฯ ถกข้อมูลจริงก่อนคลอดกฎหมายควบคุม
Politics เครือข่ายกัญชาไทย ยื่น กมธ.การเมือง สภาฯ ถกข้อมูลจริงก่อนคลอดกฎหมายควบคุม
ดูทั้งหมด

บาทเคลื่อนไหวในกรอบ จับตาแบงก์ชาติประชุมวันพรุ่งนี้

07 ต.ค. 2568 | 18:55น.
เงินบาท-กนง.

บาทเคลื่อนไหวในกรอบ จับตาแบงก์ชาติประชุมวันพรุ่งนี้ ขณะที่ครม.มีมติเห็นชอบไฟเขียวให้ดำเนินโครงการคนละครึ่งพลัส วงเงิน 4.4 หมื่นล้านแล้ว เริ่มใช้จ่าย 29 ตุลาคมนี้

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพรายงานว่า สภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันอังคารที่ 7 ตุลาคม 2568 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (07/10) 32.50/51 อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ (06/10) ที่ระดับ 32.45/46 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐเปิดตลาดเช้านี้ (07/10) ปรับตัวในกรอบจำกัดเทียบเงินสกุลหลัก หลัง Dollar Index เปิดตลาดปรับตัวขึ้นที่ 98.15 ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐประกาศเมื่อวันจันทร์ (6 ต.ค.) ว่า สหรัฐเตรียมเก็บภาษีนำเข้ารถบรรทุกขนาดกลางและขนาดใหญ่ทุกประเภทในอัตรา 25% ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย.นี้ เป็นต้นไป แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติม

ก่อนหน้านี้ ทรัมป์เคยระบุเมื่อเดือน ก.ย.ว่า สหรัฐจะเรียกเก็บภาษีสำหรับรถบรรทุกขนาดใหญ่ในอัตราเดียวกันที่ 25% โดยอ้างเหตุผลด้านความมั่นคงของชาติ และจะมีผลบังคับใช้ภายในเดือน ต.ค. แต่ภาษีดังกล่าวยังไม่เกิดขึ้นจริง โดยทำเนียบขาวไม่ได้ชี้แจงสาเหตุของความล่าช้า รวมทั้งทำเนียบขาวได้ระบุเมื่อวันจันทร์ว่ารัฐบาลยังไม่ได้เริ่มปลดพนักงานจากภาวะชัตดาวน์ แต่เตือนว่าอาจเกิดการสูญเสียงานหากการปิดหน่วยงานรัฐยืดเยื้อเข้าสู่วันที่ 7 ของวิกฤต

ทั้งนี้ภาวะชัตดาวน์ทำให้รายงานตัวเลขจ้างงานเดือนกันยายน ถูกเลื่อนออกไปและอาจส่งผลให้ข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญล่าช้าออกไปเช่นกัน ทั้งนี้ตลาดกำลังจับตาคำแถลงของเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) เพื่อหาสัญญาณเพิ่มเติมเกี่ยวกับจังหวะและขนาดของการปรับลดดอกเบี้ย โดยรองฝ่ายกำกับดูแล มิเชล โบว์แมน และผู้ว่าการคนใหม่ สตีเฟ่น มิแรน มีกำหนดกล่าวสุนทรพจน์ในคืนวันอังคารนี้ (7/10) ขณะที่วันพุธจะมีการเปิดเผยรายงานการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (FOMC) เดือนกันยายน

สำหรับปัจจัยภายในประเทศ วันนี้ (07/10) นายพิพัฒน์ รัชกิจปราการ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คมนาคม ยืนยันยังไม่ได้ดำเนินการยกเลิกสัญญาณโครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) มูลค่าลงทุน 224,544.36 ล้านบาท ระหว่างการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) กับ บริษัท เอเชีย เอราวัน จำกัด ของกลุ่มซีพี หลังการดำเนินโครงการดังกล่าวยังไม่มีความคืบหน้า แต่กระทรวงคมนาคมได้กำชับให้ทุกฝ่ายดำเนินงานตามกรอบสัญญาที่ร่างไว้ และทุกขั้นตอนจะต้องเป็นไปตามคำแนะนำของสำนักงานอัยการสูงสุดอย่างเคร่งครัด โดยกระทรวงคมนาคมจะเชิญภาคเอกชนมาหารือในสัปดาห์หน้า

ด้านนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง แถลงว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบโครงการคนละครึ่่ง พลัส ในวงเงินงบประมาณ 44,000 ล้านบาท สำหรับกลุ่มเป้าหมายจำนวนไม่เกิน 20 ล้านคน เพื่อสร้างรายได้ ลดรายจ่ายให้กับประชาชนในการใช้ชีวิตประจำวัน เพื่อให้มีกำลังในการจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น ซึ่งจะเริ่มใช้ 29 ต.ค. – 31 ธ.ค. 68 นี้

ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินดอลลาร์สหรัฐเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 32.44-32.55 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 32.52/53 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโรเปิดตลาดเช้าวันนี้ (07/10) ที่ระดับ 1.1703/05 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ (06/10) ที่ระดับ 1.1662/64 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ในวันจันทร์ (6/10) ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส ได้มอบมายให้นายเลอกอร์นู ซึ่งเพิ่งลาออกในวันเดียวกันป็นผู้เปิดการเจรจารอบสุดท้ายกับพรรคการเมืองต่าง ๆ เพื่อคลี่คลายวิกฤตการเมืองที่รุนแรงขึ้น

โดยตามรัฐธรรมนูญมาครงยังสามารถแต่งตั้งนายเลอกอร์นูกลับเข้ารับตำแหน่งได้อีกครั้ง โดยให้เวลา 48 ชั่วโมงในการเจรจาให้เสร็จภายในวันที่ 8 ต.ค. ขณะที่พรรคการเมืองต่าง ๆ เรียกร้องให้มาครงยุบสภาหรือลาออก ส่วนพรรคสังคมนิยมเสนอให้แต่งตั้งนายกฯจากฝ่ายซ้ายแทน

โดยผลสำรวจพบว่าชาวฝรั่งเศสส่วนใหญ่สนับสนุนการลาออกของนายเลอกอร์นูและมองว่ามาครงคือต้นเหตุของวิกฤต ขณะที่หนี้สาธารณะของประเทศพุ่งสูงถึง 113.9% ของ GDP และการขาดดุลงบประมาณก็เกือบสองเท่าของเพดานที่สหภาพยุโรป (EU) กำหนด

ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.1661-1.1716 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.1661/63 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (07/10) ที่ระดับ 150.43/44 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวในกรอบจากระดับปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ (06/10) ที่ระดับ 150.40/41 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ วันนี้ (7/10) กระทรวงกิจการภายในและการสื่อสารของญี่ปุ่นเปิดเผยว่าในเดือน ส.ค. ค่าใช้จ่ายภาคครัวเรือนปรับตัวเพิ่มขึ้น 2.3% เมื่อเทียบรายปี เป็นการเติบโตต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 จากการที่ผู้บริโภคหันมาซื้อรถยนต์และใช้จ่ายกับกิจกรรมสันทนาการมากขึ้น

โดยครัวเรือนที่มีสมาชิกตั้งแต่สองคนขึ้นไปใช้จ่ายเฉลี่ยครัวเรือนละ 313,977 เยน (2,100 ดอลลาร์สหรัฐ) หมวดคมนาคมโต 13.5% จากยอดซื้อรถยนต์ที่ฟื้นตัวหลังพายุปีที่แล้ว ส่วนหมวดสันทนาการเพิ่ม 12.2% จากการท่องเที่ยวและงานมหกรรมโลกที่โอซาก้า ขณะที่ค่าไฟและน้ำเพิ่มขึ้น 4.7% จากอากาศร้อนจัด ด้านอาหารลดลง 1.2% จากความต้องการอาหารสำรองที่ลดลง

นอกจากนี้รายได้เฉลี่ยต่อเดือนของครัวเรือนที่มีผู้รับเงินเดือนตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพิ่มขึ้น 2.8% มาอยู่ที่ 608,578 เยน (4,000 ดอลลาร์สหรัฐ) สะท้อนกำลังซื้อที่ฟื้นตัว ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 150.22-150.75 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ 150.74/75 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ดุลการค้าเดือน ส.ค.ของสหรัฐ (07/10), การคาดการณ์เงินเฟ้อของผู้บริโภคเดือน ก.ย. ของสหรัฐ (07/10), ดุลบัญชีเดินสะพัดเดือน ส.ค.ของญี่ปุ่น (08/10), การผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือน ส.ค. ของเยอรมนี (08/10), สต๊อกน้ำมันรายสัปดาห์จากสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) (08/10),

คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (FOMC) เปิดเผยรายงานการประชุมวันที่ 16-17 ก.ย. (09/10), ยอดนำเข้า ยอดส่งออก และดุลการค้าเดือน ส.ค.ของเยอรมนี (09/10), จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ของสหรัฐ (09/10), สต๊อกสินค้าคงคลังภาคค้าส่งเดือน ส.ค. ของสหรัฐ (09/10), ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือน ก.ย.ของญี่ปุ่น (10/10) และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคขั้นต้นเดือน ต.ค.จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน (10/10)

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -8.3/-8.0 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -4.5/-2.8 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ