บาทเคลื่อนไหวในกรอบ จับตาแบงก์ชาติประชุมวันพรุ่งนี้ ขณะที่ครม.มีมติเห็นชอบไฟเขียวให้ดำเนินโครงการคนละครึ่งพลัส วงเงิน 4.4 หมื่นล้านแล้ว เริ่มใช้จ่าย 29 ตุลาคมนี้
ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพรายงานว่า สภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันอังคารที่ 7 ตุลาคม 2568 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (07/10) 32.50/51 อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ (06/10) ที่ระดับ 32.45/46 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐเปิดตลาดเช้านี้ (07/10) ปรับตัวในกรอบจำกัดเทียบเงินสกุลหลัก หลัง Dollar Index เปิดตลาดปรับตัวขึ้นที่ 98.15 ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐประกาศเมื่อวันจันทร์ (6 ต.ค.) ว่า สหรัฐเตรียมเก็บภาษีนำเข้ารถบรรทุกขนาดกลางและขนาดใหญ่ทุกประเภทในอัตรา 25% ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย.นี้ เป็นต้นไป แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติม
ก่อนหน้านี้ ทรัมป์เคยระบุเมื่อเดือน ก.ย.ว่า สหรัฐจะเรียกเก็บภาษีสำหรับรถบรรทุกขนาดใหญ่ในอัตราเดียวกันที่ 25% โดยอ้างเหตุผลด้านความมั่นคงของชาติ และจะมีผลบังคับใช้ภายในเดือน ต.ค. แต่ภาษีดังกล่าวยังไม่เกิดขึ้นจริง โดยทำเนียบขาวไม่ได้ชี้แจงสาเหตุของความล่าช้า รวมทั้งทำเนียบขาวได้ระบุเมื่อวันจันทร์ว่ารัฐบาลยังไม่ได้เริ่มปลดพนักงานจากภาวะชัตดาวน์ แต่เตือนว่าอาจเกิดการสูญเสียงานหากการปิดหน่วยงานรัฐยืดเยื้อเข้าสู่วันที่ 7 ของวิกฤต
ทั้งนี้ภาวะชัตดาวน์ทำให้รายงานตัวเลขจ้างงานเดือนกันยายน ถูกเลื่อนออกไปและอาจส่งผลให้ข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญล่าช้าออกไปเช่นกัน ทั้งนี้ตลาดกำลังจับตาคำแถลงของเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) เพื่อหาสัญญาณเพิ่มเติมเกี่ยวกับจังหวะและขนาดของการปรับลดดอกเบี้ย โดยรองฝ่ายกำกับดูแล มิเชล โบว์แมน และผู้ว่าการคนใหม่ สตีเฟ่น มิแรน มีกำหนดกล่าวสุนทรพจน์ในคืนวันอังคารนี้ (7/10) ขณะที่วันพุธจะมีการเปิดเผยรายงานการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (FOMC) เดือนกันยายน
สำหรับปัจจัยภายในประเทศ วันนี้ (07/10) นายพิพัฒน์ รัชกิจปราการ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คมนาคม ยืนยันยังไม่ได้ดำเนินการยกเลิกสัญญาณโครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) มูลค่าลงทุน 224,544.36 ล้านบาท ระหว่างการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) กับ บริษัท เอเชีย เอราวัน จำกัด ของกลุ่มซีพี หลังการดำเนินโครงการดังกล่าวยังไม่มีความคืบหน้า แต่กระทรวงคมนาคมได้กำชับให้ทุกฝ่ายดำเนินงานตามกรอบสัญญาที่ร่างไว้ และทุกขั้นตอนจะต้องเป็นไปตามคำแนะนำของสำนักงานอัยการสูงสุดอย่างเคร่งครัด โดยกระทรวงคมนาคมจะเชิญภาคเอกชนมาหารือในสัปดาห์หน้า
ด้านนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง แถลงว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบโครงการคนละครึ่่ง พลัส ในวงเงินงบประมาณ 44,000 ล้านบาท สำหรับกลุ่มเป้าหมายจำนวนไม่เกิน 20 ล้านคน เพื่อสร้างรายได้ ลดรายจ่ายให้กับประชาชนในการใช้ชีวิตประจำวัน เพื่อให้มีกำลังในการจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น ซึ่งจะเริ่มใช้ 29 ต.ค. – 31 ธ.ค. 68 นี้
ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินดอลลาร์สหรัฐเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 32.44-32.55 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 32.52/53 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโรเปิดตลาดเช้าวันนี้ (07/10) ที่ระดับ 1.1703/05 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ (06/10) ที่ระดับ 1.1662/64 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ในวันจันทร์ (6/10) ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส ได้มอบมายให้นายเลอกอร์นู ซึ่งเพิ่งลาออกในวันเดียวกันป็นผู้เปิดการเจรจารอบสุดท้ายกับพรรคการเมืองต่าง ๆ เพื่อคลี่คลายวิกฤตการเมืองที่รุนแรงขึ้น
โดยตามรัฐธรรมนูญมาครงยังสามารถแต่งตั้งนายเลอกอร์นูกลับเข้ารับตำแหน่งได้อีกครั้ง โดยให้เวลา 48 ชั่วโมงในการเจรจาให้เสร็จภายในวันที่ 8 ต.ค. ขณะที่พรรคการเมืองต่าง ๆ เรียกร้องให้มาครงยุบสภาหรือลาออก ส่วนพรรคสังคมนิยมเสนอให้แต่งตั้งนายกฯจากฝ่ายซ้ายแทน
โดยผลสำรวจพบว่าชาวฝรั่งเศสส่วนใหญ่สนับสนุนการลาออกของนายเลอกอร์นูและมองว่ามาครงคือต้นเหตุของวิกฤต ขณะที่หนี้สาธารณะของประเทศพุ่งสูงถึง 113.9% ของ GDP และการขาดดุลงบประมาณก็เกือบสองเท่าของเพดานที่สหภาพยุโรป (EU) กำหนด
ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.1661-1.1716 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.1661/63 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร
สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (07/10) ที่ระดับ 150.43/44 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวในกรอบจากระดับปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ (06/10) ที่ระดับ 150.40/41 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ วันนี้ (7/10) กระทรวงกิจการภายในและการสื่อสารของญี่ปุ่นเปิดเผยว่าในเดือน ส.ค. ค่าใช้จ่ายภาคครัวเรือนปรับตัวเพิ่มขึ้น 2.3% เมื่อเทียบรายปี เป็นการเติบโตต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 จากการที่ผู้บริโภคหันมาซื้อรถยนต์และใช้จ่ายกับกิจกรรมสันทนาการมากขึ้น
โดยครัวเรือนที่มีสมาชิกตั้งแต่สองคนขึ้นไปใช้จ่ายเฉลี่ยครัวเรือนละ 313,977 เยน (2,100 ดอลลาร์สหรัฐ) หมวดคมนาคมโต 13.5% จากยอดซื้อรถยนต์ที่ฟื้นตัวหลังพายุปีที่แล้ว ส่วนหมวดสันทนาการเพิ่ม 12.2% จากการท่องเที่ยวและงานมหกรรมโลกที่โอซาก้า ขณะที่ค่าไฟและน้ำเพิ่มขึ้น 4.7% จากอากาศร้อนจัด ด้านอาหารลดลง 1.2% จากความต้องการอาหารสำรองที่ลดลง
นอกจากนี้รายได้เฉลี่ยต่อเดือนของครัวเรือนที่มีผู้รับเงินเดือนตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพิ่มขึ้น 2.8% มาอยู่ที่ 608,578 เยน (4,000 ดอลลาร์สหรัฐ) สะท้อนกำลังซื้อที่ฟื้นตัว ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 150.22-150.75 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ 150.74/75 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ดุลการค้าเดือน ส.ค.ของสหรัฐ (07/10), การคาดการณ์เงินเฟ้อของผู้บริโภคเดือน ก.ย. ของสหรัฐ (07/10), ดุลบัญชีเดินสะพัดเดือน ส.ค.ของญี่ปุ่น (08/10), การผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือน ส.ค. ของเยอรมนี (08/10), สต๊อกน้ำมันรายสัปดาห์จากสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) (08/10),
คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (FOMC) เปิดเผยรายงานการประชุมวันที่ 16-17 ก.ย. (09/10), ยอดนำเข้า ยอดส่งออก และดุลการค้าเดือน ส.ค.ของเยอรมนี (09/10), จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ของสหรัฐ (09/10), สต๊อกสินค้าคงคลังภาคค้าส่งเดือน ส.ค. ของสหรัฐ (09/10), ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือน ก.ย.ของญี่ปุ่น (10/10) และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคขั้นต้นเดือน ต.ค.จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน (10/10)
สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -8.3/-8.0 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -4.5/-2.8 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ