เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ยศชนัน กางพิมพ์เขียว “เศรษฐกิจอวกาศ”ดันโมเดล PPP ท่าอวกาศยานไทย
Politics ยศชนัน กางพิมพ์เขียว “เศรษฐกิจอวกาศ”ดันโมเดล PPP ท่าอวกาศยานไทย
SONY กับอนาคตของ Blu- Ray
Tech SONY กับอนาคตของ Blu- Ray
อย.เตรียมปลดล็อก ‘ยาสีฟันฟลูออไรด์ 5,000 ppm’ ใช้ภายใต้คำแนะนำทันตแพทย์
News อย.เตรียมปลดล็อก ‘ยาสีฟันฟลูออไรด์ 5,000 ppm’ ใช้ภายใต้คำแนะนำทันตแพทย์
เพาเวอร์บาย เปิดสาขาใหม่ ‘เซ็นทรัล นอร์ทวิลล์’ ชูค้าปลีกเทคโนโลยีเจาะ Gen Z
Biz Movement เพาเวอร์บาย เปิดสาขาใหม่ ‘เซ็นทรัล นอร์ทวิลล์’ ชูค้าปลีกเทคโนโลยีเจาะ Gen Z
วช.-ม.ทักษิณ ดันนวัตกรรมสังคมสร้างเศรษฐกิจใต้ ขนทัพนักวิจัยร่วมงานกว่า 5,000 คน
Biz Movement วช.-ม.ทักษิณ ดันนวัตกรรมสังคมสร้างเศรษฐกิจใต้ ขนทัพนักวิจัยร่วมงานกว่า 5,000 คน
ชาวฝรั่งเศส แย่งกันซื้อแอร์ เตรียมรับคลื่นความร้อนระลอกใหม่
Biz Movement ชาวฝรั่งเศส แย่งกันซื้อแอร์ เตรียมรับคลื่นความร้อนระลอกใหม่
เอ็มจี แจงกรณีรถอีวี ‘MG4’ ไฟไหม้ ยันไม่เกี่ยวคุณภาพผลิตภัณฑ์
EV เอ็มจี แจงกรณีรถอีวี ‘MG4’ ไฟไหม้ ยันไม่เกี่ยวคุณภาพผลิตภัณฑ์
ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนปรับสู่เกณฑ์ “ร้อนแรง” นักลงทุนจับตามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ-สงคราม-เฟด
Finance ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนปรับสู่เกณฑ์ “ร้อนแรง” นักลงทุนจับตามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ-สงคราม-เฟด
เส้นทางธุรกิจ ‘โน้ส อุดม’ กว่า 30 ปีสร้างอาณาจักรเดี่ยวไมโครโฟน
Business เส้นทางธุรกิจ ‘โน้ส อุดม’ กว่า 30 ปีสร้างอาณาจักรเดี่ยวไมโครโฟน
BYD SEAL 6 เพิ่มรุ่นย่อย ราคาเริ่มต้น 799,000 บาท 
EV BYD SEAL 6 เพิ่มรุ่นย่อย ราคาเริ่มต้น 799,000 บาท 
ดูทั้งหมด

กนง.หั่นจีดีพีปี’68-69 พร้อมติดตามราคาสินค้าประเมินความเสี่ยงภาวะเงินฝืด

08 ต.ค. 2568 | 14:33น.
สักกะภพ พันธ์ยานุกูล

กนง.ปรับจีดีพีปี 2568 เหลือ 2.2% จาก 2.3% และปี 2569 จาก 1.7% เหลือ 1.6% และปรับตัวเลขอัตราเงินเฟ้อทั่วไปลงมาอยู่ที่ 0.0% และ 0.5% ตามลำดับ พร้อมติดตามพัฒนาการราคาสินค้าและบริการ เพื่อประเมินความเสี่ยงของภาวะเงินฝืดในระยะต่อไป

นายสักกะภพ พันธ์ยานุกูล เลขานุการคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) กล่าวว่า คณะกรรมการมีมติ 5 ต่อ 2 เสียง ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.50% ต่อปี ทั้งนี้ 2 เสียงให้ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% จาก 1.50% เป็น 1.25% ทั้งนี้ เศรษฐกิจในปี 2568 และ 2569 มีแนวโน้มขยายตัวใกล้เคียงกับที่เคยประเมินไว้ โดยภาคส่งออกเริ่มได้รับผลกระทบจากมาตรการภาษีสหรัฐ

ขณะที่การท่องเที่ยวและอุปสงค์ในประเทศมีแนวโน้มชะลอลงก่อนจะทยอยฟื้นตัวในระยะข้างหน้า ด้านอัตราเงินเฟ้อทั่วไปต่ำกว่าที่ประเมินไว้จากราคาในหมวดพลังงานและอาหารสดเป็นสำคัญ แต่ยังไม่เห็นสัญญาณการปรับลดลงของราคาสินค้าเป็นวงกว้าง ด้านสินเชื่อรวมยังหดตัวและคุณภาพสินเชื่อกลุ่มเปราะบางยังด้อยลง

คณะกรรมการเห็นว่านโยบายการเงินควรอยู่ในระดับผ่อนคลายเพื่อเอื้อต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ซึ่งการลดอัตราดอกเบี้ยที่ผ่านมาอยู่ระหว่างการส่งผ่านไปยังภาคเศรษฐกิจ โดยกรรมการส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับจังหวะเวลาและประสิทธิผลของนโยบายการเงินภายใต้ขีดความสามารถของนโยบายการเงิน (Policy Space) ที่มีจำกัด จึงเห็นควรให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมครั้งนี้

ขณะที่กรรมการ 2 ท่าน เห็นว่านโยบายการเงินสามารถผ่อนคลายเพิ่มเติมได้เพื่อให้ภาวะการเงินสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ และมีส่วนช่วยบรรเทาปัญหาด้านสภาพคล่องและภาระหนี้ โดยเฉพาะกลุ่ม SMEs และครัวเรือนกลุ่มเปราะบาง

เศรษฐกิจไทยในปี 2568 และ 2569 โดยในปี 2568 มีแนวโน้มขยายตัว 2.2% จาก 2.3% และในปี 2569 จาก 1.7% เหลือ 1.6% ตามลำดับ โดยเศรษฐกิจในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ขยายตัวดีตามที่ประเมินไว้ ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการเร่งผลิตและส่งออกไปยังสหรัฐ อย่างไรก็ดี เศรษฐกิจในช่วงครึ่งหลังของปี 2568 และปี 2569 มีแนวโน้มชะลอลงจากผลกระทบของมาตรการภาษีสหรัฐ

ขณะที่ภาคการท่องเที่ยวจะทยอยฟื้นตัว อีกทั้งการบริโภคภาคเอกชนขยายตัวได้ในระดับหนึ่ง โดยได้รับแรงส่งเพิ่มเติมจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ รวมถึงการส่งออกหมวดสินค้าอิเล็กทรอนิกส์มีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง ทั้งนี้ คณะกรรมการเห็นควรให้ติดตามผลกระทบที่ชัดเจนของมาตรการภาษีสหรัฐ ความต่อเนื่องของการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ และการปรับตัวของธุรกิจ SMEs ที่ยังเผชิญปัญหาด้านการแข่งขัน การเข้าถึงสินเชื่อ และต้นทุนทางการเงิน

อัตราเงินเฟ้อทั่วไปในปี 2568 และ 2569 มีแนวโน้มลดลง โดยในปี 2568 มาอยู่ที่ 0.0% จาก 0.5% และในปี 2569 เหลือ 0.5% จาก 0.8% ตามลำดับ แต่คาดว่าจะทยอยกลับเข้าสู่กรอบเป้าหมายในช่วงต้นปี 2570 โดยเงินเฟ้อที่ปรับลดลงเป็นผลจากปัจจัยด้านอุปทานเป็นสำคัญ โดยเฉพาะจากราคาน้ำมันดิบโลกและมาตรการลดราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศ รวมถึงราคาอาหารสดที่ปรับลดลงจากผลผลิตที่เพิ่มขึ้นตามสภาพอากาศที่เอื้ออำนวย

ทั้งนี้ ความเสี่ยงด้านเงินฝืดยังอยู่ในระดับต่ำสะท้อนจากราคาสินค้าและบริการส่วนมากที่ยังปรับเพิ่มขึ้นหรือไม่เปลี่ยนแปลง ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานในปี 2568 จาก 1.0% เหลือ 0.9% และ 2569 อยู่ที่ 0.9% และอัตราเงินเฟ้อคาดการณ์ (Headline Inflation Expectations) ในระยะปานกลางของภาคเอกชนยังยึดเหนี่ยวในกรอบเป้าหมาย คณะกรรมการเห็นควรให้ติดตามพัฒนาการของราคาสินค้าและบริการเพื่อประเมินความเสี่ยงของภาวะเงินฝืดในระยะต่อไป

อัตราดอกเบี้ยในระบบสถาบันการเงินและตลาดการเงินปรับลดลง สอดคล้องกับการลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายในช่วงที่ผ่านมา แต่สินเชื่อยังหดตัวจากความต้องการสินเชื่อของธุรกิจขนาดใหญ่ที่ปรับลดลงตามความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจ การชำระคืนหนี้ของลูกหนี้ และความระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อให้กับลูกหนี้ที่มีความเสี่ยงด้านเครดิตสูง โดยเฉพาะ SMEs และครัวเรือนรายได้ต่ำ

ด้านอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทเทียบดอลลาร์สหรัฐเคลื่อนไหวแข็งค่าขึ้นในบางจังหวะ ซึ่งส่งผลกระทบต่อธุรกิจส่งออกบางกลุ่ม คณะกรรมการเห็นควรให้ติดตามการขยายตัวของสินเชื่อและค่าเงินบาท ซึ่งอาจมีนัยต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจ และสนับสนุนให้มีมาตรการทางการเงินเฉพาะจุดเพื่อดูแลกลุ่มเปราะบาง ภายใต้กรอบการดำเนินนโยบายการเงินที่มีเป้าหมายรักษาเสถียรภาพราคา ควบคู่กับดูแลเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน และรักษาเสถียรภาพระบบการเงิน

คณะกรรมการเห็นว่านโยบายการเงินควรอยู่ในระดับผ่อนคลายเพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจ โดยจะติดตามพัฒนาการและความเสี่ยงเศรษฐกิจการเงินและพร้อมปรับนโยบายการเงินให้เหมาะสมกับแนวโน้มเศรษฐกิจและเงินเฟ้อที่เปลี่ยนแปลงไป