หนุ่มเมืองจันท์โพสต์ ยกสถานการณ์เกาะพะงันคล้าย “ปาย” หลังเพจดังร้องเรียนทั้งเกาะเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวอิสราเอลมาตั้งรกราก ใช้นอมินีซื้อที่ติดทะเล ซื้อภูเขา ติดสินบนเจ้าหน้าที่ ก่อสร้างผิดกฎหมาย เปรยเห็นนายกฯจะลงใต้ แวะเกาะพะงันหน่อยไหม
จากกรณีเพจเฟซบุ๊ก สื่อเถื่อน ผู้ติดตามกว่า 1.9 แสนคน เปิดเผยประเด็นสถานการณ์นักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาปักหลักตั้งถิ่นฐานบนเกาะพะงันจำนวนมาก และสร้างปัญหาให้กับชุมชนเกาะพะงัน “-Kaii Kpg-” ใจความว่า ผมได้มีโอกาสได้ย้ายถิ่นฐานมาอยู่ที่เกาะพงันหลายปีแล้ว รักในความสงบ ธรรมชาติ ชุมชนโยคะ ความหลากหลายผสมผสานของหลากหลายเชื้อชาติ และหลากหลายวัฒนธรรม
แต่ในตลอดช่วง 3 ปีทีผ่านมาเกาะพงันอันเป็นที่รักและหวงแหนของพวกเรา และลูกหลานเราทุกคน ได้มีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างมากมาย โดยเฉพาะชาวอิสราเอลที่ได้เข้ามาตั้งรกราก มาอยู่บนเกาะของเรา นับหลายร้อยครอบครัว หลายพันคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากเหตุการณ์สงครามที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน
แต่ในขณะเดียวกัน เราได้ยินเสียงบ่นจากหลากหลายภาคส่วน เกี่ยวกับพฤติกรรมและทัศนคติโดยส่วนใหญ่ของนักท่องเที่ยวจากชาตินี้ แต่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ปัจจุบันคนอิสราเอลได้เข้ามาในเกาะพะงัน แบบที่เรียกได้ว่าแทบจะยึดครอง ใช้นอมินีซื้อที่ติดทะเล ซื้อภูเขาเป็นลูก ๆ ตัดต้นไม้ ติดสินบนเจ้าหน้าที่ ก่อสร้างผิดกฎหมาย ขายคนชนชาติเดียวกันเอง ทำลายป่าหลายสิบไร่ติดกับอุทยานแห่งชาติ เพื่อสร้างลานปาร์ตี้ สร้างธุรกิจกันเอง ทำกันเอง อุดหนุนกันเอง
ในบ้านศรีธนู ได้กลายเป็น Tel Aviv ย่อม ๆ มี Chabad ศูนย์กลางชุมชนวัดยิว ที่ทำเป็นกระบวนการ มาแจกอาหารและทำพิธีสำหรับยิวโดยเฉพาะ ซึ่งแหล่งนี้ ได้เป็นศูนย์กลางของชุมชนชาวยิวที่ย้ายมาใหม่ รวมไปถึงบริษัททัวร์ที่ตั้งมาเพื่อพาคนอิสราเอลใหม่ ๆ เข้ามาที่เกาะโดยเฉพาะ รวมไปถึงการช่วยเหลือในการโยกย้ายเข้ามาในเกาะพะงัน
ปัญหานี้ได้เกิดหนักขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่หินกอง-ศรีธนู-โฉลกหลำ และไม่มีทีท่าที่จะชะลอขึ้นแต่อย่างใด ในขณะที่การเมืองโลกรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ นักท่องเที่ยวจากชาติอื่น ๆ หลาย ๆ ชาติได้เริ่มที่จะย้ายออกจากเกาะพะงัน และไม่มาท่องเที่ยวที่เกาะพะงันอีกต่อไป จากเหตุผลดังกล่าว จะเป็นผลเสียอันใหญ่ยิ่งสำหรับธุรกิจการท่องเที่ยวในเกาะพะงัน
เราไม่มีปัญหาอะไร หากมีนักท่องเที่ยวมาที่เกาะพะงัน ย่อมดีต่อเศรษฐกิจบนเกาะและวิถีผู้คนบนเกาะ แต่ในขณะเดียวกัน เราต้องห้าม “ขายชาติ” รับเงิน รับกำไรในระยะสั้น ๆ แต่ไม่เป็นผลดีต่อเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของเกาะ และลูกหลานของเราในระยะยาว
พื้นที่เกาะของเรานี้ไม่ใหญ่มาก เป็นพื้นที่ที่มีคุณค่า นักจาริกจากทั่วโลกเดินทางมายังที่แห่งนี้มากว่า 30 ปี เราควรจะอนุรักษ์เอาไว้เป็นพื้นที่อยู่ พื้นที่ทำกินของลูกหลานของเรา อย่าให้ถูกกลืนชาติ และถูกทำลายไปต่อหน้าต่อตา จึงมีความคิดในการทำแบบฟอร์มสำรวจข้อคิดเห็น เพื่อหาวิธีการในการจัดการแก้ไข และสะท้อนปัญหานี้ไปยังผู้มีอำนาจต่อไป
สถานการณ์คล้าย “ปาย”
ล่าสุดนายสรกล อดุลยานนท์ นักเขียนและที่ปรึกษาด้านธุรกิจ นามปากกา “หนุ่มเมืองจันท์” แชร์เรื่องราวนี้พร้อมข้อความระบุว่า น่ากลัวมากถ้าเป็นจริง ผมเคยไปเกาะพะงันครั้งหนึ่ง เพื่อไปดูฟูลมูนปาร์ตี้ อยากรู้มานานว่า ทำไมจึงเป็นงานที่เรียกคนทั้งโลกมาเที่ยวที่นี่ได้
คุณอนุทิน ชาญวีรกูล ตอนนั้นเป็นแค่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ยังไม่ได้เป็นนายกฯ เคยไปที่ “ปาย” ไปพร้อมกับทูตอิสราเอล ก่อนสรุปว่า “ไม่มีปัญหา” ตามที่เป็นข่าว และถ้ามีปัญหาผู้ว่าฯแม่ฮ่องสอนต้องรับผิดชอบ แล้วเรื่องก็จบลง
แต่คนที่ “ปาย” บอกว่าทุกอย่างตอนนี้กลับมาเหมือนเดิมอีกแล้ว วันนี้เรื่องแบบเดียวกันเกิดขึ้นที่เกาะพะงันแล้วครับ แต่ตอนนี้คุณอนุทินไม่ใช่เป็นแค่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย หากเป็นนายกรัฐมนตรีด้วย เห็นว่ากำลังจะบินไปประชุมที่ใต้ จะแวะดูเกาะพะงันหน่อยไหมครับ