นางสาวนพรัตน์ มาลัยวงค์ ผู้ก่อตั้งและกรรมการบริษัท 88(Thailand) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา 88TH เติบโตอย่างแข็งแกร่งและต่อเนื่อง โดยปี 2566 บริษัทมีรายได้ 365.08 ล้านบาท กำไร 25.91 ล้านบาท
ปี 2567 รายได้เพิ่มเป็น 479.08 ล้านบาท กำไรเพิ่มเป็น 55.77 ล้านบาท ล่าสุด ในช่วงครึ่งปีแรก 2568 บริษัทสามารถทำรายได้ 307.41 ล้านบาท และมีกำไร 50.45 ล้านบาท
“ช่วง 6 เดือนแรกปีนี้ กำไรก็เกือบเท่าทั้งปีของปีก่อน สะท้อนความมั่นคงและศักยภาพในการขยายธุรกิจที่ยั่งยืน”
ล่าสุด จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญเกิดขึ้นอีกครั้งเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2568 บริษัท 88(Thailand) Public Company Limited (88TH) เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai อย่างเป็นทางการ
ด้วยการเสนอขายหุ้น IPO 59.5 ล้านหุ้น ราคา 5.45 บาทต่อหุ้น รวมมูลค่ากว่า 324 ล้านบาท
มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดวันแรกสูงถึง 1,158 ล้านบาท
แผนธุรกิจในช่วง 3-5 ปี (2569-2571) นางสาวนพรัตน์มองว่า ธุรกิจที่ยั่งยืนต้องมีทั้งหัวใจและระบบที่แข็งแรง บริษัทโฟกัสการสร้างธรรมาภิบาลที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ ลงทุนต่อเนื่องในการวิจัยและพัฒนา และนวัตกรรมใหม่ ๆ ศึกษาลู่ทางเปิดตลาดต่างประเทศ โดยเริ่มจาก CLMV และจีน
“ความสำเร็จของ 88TH ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา เกิดขึ้นจากการลงมือทำในทุกวันจริง ๆ สิ่งที่พาเรามาถึงวันนี้ ไม่ใช่โชค แต่คือความตั้งใจและความจริงใจต่อผู้บริโภค”
สวยตั้งแต่ตื่นยันเข้านอน จาก ver.88 สู่ LYO และ HONE
นางสาวนพรัตน์ ผู้ก่อตั้งและผู้ขับเคลื่อนองค์กร 88(Thailand) เจ้าของแบรนด์ LYO กล่าวว่า ความสำเร็จในวันนี้ สร้างเส้นทางการเติบโตจากธุรกิจเล็ก ๆ สู่การเป็นบริษัทมหาชนภายใต้ชื่อหุ้น 88TH และเป็นเจ้าของแบรนด์ดูแลเส้นผมชื่อดัง LYO “…ดิฉันไม่ใช่คนเก่งที่สุด แต่เป็นคนที่ไม่เคยยอมแพ้”
จุดเริ่มต้นก่อนปี 2558 เริ่มทำธุรกิจนำเข้าเครื่องสำอางจากเกาหลี เพราะมองเห็นช่องว่างในตลาดชัดเจน ผู้หญิงไทยต้องการของดีในราคาที่จับต้องได้ ก็เลยตัดสินใจก่อตั้งบริษัท 88(Thailand) และสร้างแบรนด์ของตัวเองชื่อ ‘ver.88’
ผลิตภัณฑ์แรก คือ แป้งดินน้ำมัน ที่โด่งดังทันที ตามมาด้วยลิปสติก รองพื้น และบลัชออน ver.88 สะท้อนความเชื่อของผู้หญิงยุคใหม่ว่าความสวยไม่จำเป็นต้องแพง แต่ต้องใช้แล้วมั่นใจได้จริง
อาจกล่าวได้ว่าปี 2563 สถานการณ์โควิดที่มีความท้าทายและยากลำบาก แต่เป็นจุดเปลี่ยนสู่ LYO เพราะมีมุมมองแบบคิดนอกกรอบ ในช่วงโควิด-19 ที่ธุรกิจเครื่องสำอางทั่วโลกได้รับผลกระทบหนัก แต่กลับมองเห็นโอกาสในวิกฤตนั้น
“ยุคโควิดเราไม่รอให้สถานการณ์ดีขึ้น เราเริ่มผลิตเจลแอลกอฮอล์ภายใต้ ver.88 เพื่อให้บริษัทยังเดินต่อได้”
ปรากฏการณ์คนจะรวยช่วยไม่ได้ เกิดขึ้นแต่ในช่วงนั้นเองจากการได้รู้จักแบรนด์ LYO ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมและหนังศีรษะจากสมุนไพรไทย เมื่อลองใช้ด้วยตัวเองและรู้ทันทีว่าสูตรดีมาก แต่ยังไม่ถูกสื่อสารให้คนรู้จักในวงกว้าง
ด้วยความที่มองทะลุศักยภาพของแบรนด์และมั่นใจคุณภาพผลิตภัณฑ์ จึงติดต่อขอซื้อมาพัฒนาและต่อยอดต่อจากเจ้าของเดิม เพื่อคงสิ่งที่ดีไว้ และเสริมสิ่งที่ขาดให้สมบูรณ์ จากนั้น

เริ่มปรับแบรนด์ใหม่ทั้งระบบ ตั้งแต่สูตร โลโก้ บรรจุภัณฑ์ ไปจนถึงกลยุทธ์การตลาด โดยยังคงทำงานร่วมกับเภสัชกรเจ้าของสูตรเดิม เพื่อรักษาคุณภาพและเพิ่มเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้าไป
“หนุ่ม-กรรชัย” พาร์ตเนอร์ตัวจริงของ LYO
หนึ่งในจุดเปลี่ยนสำคัญของ LYO เกิดขึ้นเมื่อได้ร่วมงานกับ “หนุ่ม-กรรชัย กำเนิดพลอย” ผู้ประกาศข่าวและพิธีกรชื่อดัง
“ตอนที่ติดต่อคุณหนุ่มครั้งแรก แค่คิดว่าอยากได้คนที่สะท้อนภาพลักษณ์ความจริงใจและคุณภาพ แต่คุณหนุ่มบอกตรง ๆ ว่าอยากลองใช้ก่อน ถ้าใช้แล้วดีจริง ค่อยร่วมงานกัน หลังจากทดลองใช้แล้วเห็นผลจริง คุณหนุ่มพูดเพียงประโยคเดียวว่าผมไม่อยากเป็นพรีเซ็นเตอร์ แต่อยากเป็นพาร์ตเนอร์”
นับแต่นั้นมา หนุ่ม-กรรชัยจึงกลายเป็นพาร์ตเนอร์ตัวจริง มีส่วนร่วมตั้งแต่การพัฒนาสูตร การสื่อสารแบรนด์ ไปจนถึงการทำตลาดร่วมกัน ซึ่งช่วยให้ LYO เติบโตอย่างรวดเร็วและกลายเป็นหนึ่งในแบรนด์ Hair Care ที่แข็งแรงที่สุดของไทย
ยุคต่อยอดและขยายพอร์ต ปี 2564-2567
หลังจาก LYO ประสบความสำเร็จในกลุ่ม Anti-Hair Loss บริษัทขยายสินค้าอย่างต่อเนื่อง บริษัทมีการพัฒนาไลน์สินค้าใหม่ ๆ เพื่อให้สามารถตอบโจทย์ลูกค้าทุกกลุ่มมากยิ่งขึ้น
ประกอบด้วย LYO Hair Color Shampoo ผลิตภัณฑ์แชมพูปิดผมขาวพร้อมบำรุงในปี 2565 ถัดมา LYO Herbal Series สูตรสมุนไพรไทยแท้ เช่น อัญชัน มะกรูด ใช้ได้ทุกวันในปี 2567 มีผลตอบรับเกินคาด และ LYO ตอนนี้กลายเป็นแบรนด์ที่มีสินค้าครอบคลุมครบทุกความต้องการของผู้ใช้ในตลาด

นางสาวนพรัตน์กล่าวว่า ความสำเร็จของ LYO บริษัทจึงได้ต่อยอดสู่แบรนด์สกินแคร์ภายใต้ชื่อ HONE (โฮน) ต่อเนื่องทันที
“HONE คืออีกด้านหนึ่งของความงาม เป็นแบรนด์ที่ต่อยอดจากสิ่งที่เราทำได้ดีอยู่แล้ว พัฒนาร่วมกับคุณหนุ่ม-กรรชัยเช่นกัน ใช้สารสกัดธรรมชาติจากเกาหลี เน้นสูตร Anti-Aging สำหรับผู้หญิงที่อยากดูแลตัวเองครบทั้งผมและผิว”
เคล็ดลับ ธุรกิจความงามต้องเดินพร้อมกัน 2 ขา
สำหรับกลยุทธ์การตลาดและช่องทางการขาย มองว่าธุรกิจความงามต้องเดินพร้อมกันสองขา ทั้งในเรื่องคุณภาพของสินค้าและความเข้าใจผู้บริโภค
“เราไม่เคยสร้างแบรนด์จากกระแส แต่สร้างจากข้อมูลจริง เราศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สินค้าใช้ได้จริง เห็นผลจริง และทำให้ลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำ”
88TH ใช้กลยุทธ์การตลาดแบบ 360 องศา ครอบคลุมทั้งสื่อหลัก สื่อออนไลน์ และสื่อดิจิทัลกว่า 19,000 จุดทั่วประเทศ รวมถึงช่องทางขายแบบครบทุกมิติ ทั้งห้างสรรพสินค้า ร้านขายยา ร้านทำผม ร้านค้าปลีก ไปจนถึงแพลตฟอร์มออนไลน์อย่าง Shopee, Lazada, TikTok Shop, TV Shopping และ Live Commerce
“ลูกค้าสามารถเข้าถึงเราได้ทุกที่ ทุกเวลา เพราะเราเชื่อว่าโอกาสในการขายเกิดขึ้นได้ตลอด 24 ชั่วโมง”
การตัดสินใจแบบคิดถูก ทำถูก ในปี 2565 บริษัทได้เข้าซื้อโรงงาน DOK SKIN เพื่อควบคุมคุณภาพทุกขั้นตอน ตั้งแต่สูตร การทดสอบ ไปจนถึงบรรจุภัณฑ์ นับเป็นการลงทุนเชิงรุกเพราะการมีโรงงานทำให้เพิ่มขีดความสามารถพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ ๆ ได้ต่อเนื่อง และมั่นใจได้ว่าทุกชิ้นที่ออกจากโรงงานมีมาตรฐานเดียวกัน
“การเข้าตลาดหลักทรัพย์ไม่ใช่ปลายทาง แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการเติบโตระยะยาว ดิฉันอยากให้ 88TH เป็นตัวอย่างของแบรนด์ไทยที่ยืนได้ด้วยคุณภาพ ความโปร่งใส และศรัทธาจากผู้บริโภค” คำกล่าวของนพรัตน์ มาลัยวงศ์ นักธุรกิจหญิงที่ประสบความสำเร็จจากการทำงานด้วยหัวใจที่ไม่ยอมแพ้
