เริ่ม ‘เปิดประตู’ แก้ รธน. จับตาเกมการเมือง ‘ระทึก’
รัฐบาลภูมิใจไทยมีเวลา 4 เดือน ภารกิจสำคัญตามบันทึกความเข้าใจของพรรคภูมิใจไทยกับพรรคประชาชน คือเปิดประตูให้กับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ
วิธีการเปิดประตู เริ่มจากการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 สำเร็จแล้ว นำไปขอประชามติ หรือขอความเห็นจากประชาชนในวันเลือกตั้ง
สำหรับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 256 ก็เพื่อให้มีการตั้งองค์กรสำหรับการยกร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมา
องค์กรที่ว่านี้เรียกกันตอนแรก ๆ ว่า “สภาร่างรัฐธรรมนูญ” ซึ่งจะมี “สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ” ที่เรียกกันว่า “ส.ส.ร.” มาทำหน้าที่ยกร่างรัฐธรรมนูญ
แต่ศาลรัฐธรรมนูญสั่งมาแล้วว่า รัฐสภาไม่อาจให้ประชาชนเลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญโดยตรงได้
ยังถามกันจนถึงวันนี้ ว่าเหตุผลที่ไม่ให้ประชาชนเลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญโดยตรงเป็นเพราะอะไร
แต่เมื่อสั่งมาแล้ว พรรคต่าง ๆ มีหน้าที่รับทราบ รับปฏิบัติกันไป เจ้าภาพของการแก้ไข 3 พรรค ซึ่งเป็นพรรคแกนนำรัฐบาลและพรรคที่มีจำนวนเสียง สส.มาก และแสดงจุดยืนในเรื่องการแก้ไขมาตลอด
ประกอบด้วย ภูมิใจไทย ประชาชน และเพื่อไทย พากันไปคิดค้นหาวิธีการได้มาซึ่ง ส.ส.ร.
3 พรรค 3 แนว ไม่เหมือนกัน แต่ก็เค้า ๆ คล้าย ๆ กัน แล้วร่างออกมาเป็นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ
วันที่ 14-15 ต.ค.นี้ ทั้ง 3 พรรคจะนำร่างแก้ไขมาตรา 256 ทั้ง 3 ฉบับเข้าที่ประชุมรัฐสภา น่าจะติดตามกันว่ารัฐสภาที่ประกอบด้วย สส. และ สว.จะเห็นชอบกับร่างพรรคไหน และอย่างไร
พรรคประชาชนกับเพื่อไทยอาจเป็นพรรคใหญ่ในสภาผู้แทนฯ มี สส. 100 กว่าคนทั้งคู่
แต่พอเป็นการประชุมรัฐสภาที่มี สว. 200 คนร่วมด้วย สถานการณ์จะเป็นคนละเรื่อง
น่าจะเสียงดังกว่า 2 พรรคที่ถือว่าเป็นพรรคใหญ่ในสภา
ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญจะออกมาแบบไหน ก็คงเป็นไปตามเสียงข้างมากในรัฐสภา
น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย สส.อุบลราชธานี โฆษกพรรคภูมิใจไทย เปิดเผยหลังการประชุม รมต. และ สส.ของพรรค เมื่อ 13 ต.ค. ว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญตอนนี้เสนอให้รัฐสภาพิจารณา 3 ร่าง
นักข่าวถามว่า พรรคเพื่อไทยกังวลว่ารัฐสภาจะลงมติรับเฉพาะร่างของพรรคภูมิใจไทยและพรรคประชาชน เพราะได้ทำ MOU ร่วมกันไว้ น.ส.แนนตอบว่าจะพิจารณาจากเนื้อหา ไม่ได้พิจารณาว่าร่างกฎหมายฉบับนั้นเป็นของพรรคไหน ดูที่เนื้อหาสาระ ว่ามีความเหมือน หรือแตกต่างกันอย่างไร วันที่ 14 ต.ค. ก่อนประชุมรัฐสภาจะมีการประชุมคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) หยิบยกเอาประเด็นเหล่านี้มาหารือกันอีกครั้งเพื่อให้ได้ข้อสรุป
และเมื่อพรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำตั้งรัฐบาล จะใช้ร่างของพรรคภูมิใจไทยเป็นร่างหลัก
และในวันเดียวกันนี้ นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย ได้เดินทางมาที่ทำการพรรคภูมิใจไทย ซึ่ง น.ส.แนนกล่าวว่าอาจารย์บวรศักดิ์เดินทางมาให้คำแนะนำแก่ สส. เกี่ยวกับเนื้อหาของรัฐธรรมนูญในฉบับปัจจุบัน และเนื้อหาที่เกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อใช้ประกอบในการอภิปรายการประชุมร่วมกันของรัฐสภาวันที่ 14-15 ตุลาคมนี้
เรียกว่าระดับอาจารย์บวรศักดิ์เดินทางมาติวด้วยตนเอง ถือว่าพรรคภูมิใจไทยจริงจังกับเรื่องการแก้ไขพอสมควร
การแก้ไขรัฐธรรมนูญก็เป็นอย่างที่ทราบกัน คือไม่ง่าย มีกระบวนการที่ซับซ้อนพอสมควร
ต้องเสนอร่างแก้ไขต่อรัฐสภา แล้วพิจารณา 3 วาระ
การโหวตในวาระที่ 1 เพื่อจะรับหลักการของร่างหรือไม่ ต้องใช้เสียงเห็นชอบไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของจำนวน สส. และ สว. หรือ 350 เสียง จาก 500+200 แต่จริง ๆ ไม่เต็มจำนวน 700
ใน 350 ต้องมีเสียงเห็นชอบจาก สว. 1 ใน 3 หรือ 67 เสียง
67 เสียงที่ว่านี้เป็นงานหินมาก สมัยที่แล้ว สว.มาจาก คสช. เสนอกี่ร่าง ๆ ตกระนาว ยกเว้นเรื่องเปลี่ยนไปใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ สส.เขตและปาร์ตี้ลิสต์
รอบนี้ก็น่าสนใจว่าจะได้ไหม ถ้าไม่ได้ก็จบไป
ถ้าผ่านวาระ 1 ได้ก็จะเป็นวาระ 2 รายมาตรา เสร็จแล้ว ถ้าเป็นกฎหมายทั่วไปก็ขอความเห็นชอบในวาระ 3 ได้ทันที
แต่พอเป็นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญให้ทิ้งไว้ 15 วัน ค่อยเอากลับมาโหวตวาระ 3 ว่าจะเห็นชอบหรือไม่
ตรงนี้ก็ใช้เสียงเห็นชอบไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งอีกเหมือนกัน แต่ต้องมี สว.เห็นชอบ 1 ใน 3 อีก และมี สส.จากพรรคที่ไม่ได้เป็นรัฐมนตรี ประธานสภา หรือรองประธาน เห็นชอบด้วย พรรคละยี่สิบเปอร์เซ็นต์
แล้วให้รอไว้ 15 วัน แล้วนำขึ้นทูลเกล้าฯ
รวม ๆ แล้วจะใช้เวลา 2 เดือนเศษ ไปโหวตวาระ 3 ต้นเดือน ธ.ค. ไปถึงก่อนปีใหม่
ทั้งหมดนี้คือ “ปฏิทิน” แต่เหตุการณ์จะเป็นไปตามปฏิทินหรือไม่ ต้องมาลุ้นกัน