Skip to content

WASH เคาะ IPO หุ้นละ 7.50 บาท เปิดจอง 24 และ 27-28 ต.ค.นี้

16 ต.ค. 2568 | 14:15น.
WASH เคาะ IPO หุ้นละ 7.50 บาท เปิดจอง 24 และ 27-28 ต.ค.นี้

WASH ประกาศเสนอขายหุ้น IPO ที่ราคาหุ้นละ 7.50 บาท เตรียมเปิดจองซื้อระหว่างวันที่ 24 และ 27-28 ต.ค. 2568 เพื่อนำเงินระดมทุนขยายสาขาใหม่ ยกระดับร้านเดิม และเพิ่มศักยภาพธุรกิจ คาดเข้าเทรดในตลาด mai ภายในเดือน พ.ย. นี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท ลอนดรี้ ยู จำกัด (มหาชน) หรือ WASH หนึ่งในผู้นำธุรกิจร้านสะดวกซักครบวงจรภายใต้แบรนด์ “WashXpress” ประกาศราคาเสนอขายหุ้นสามัญต่อประชาชนครั้งแรก (IPO) ที่ 7.50 บาทต่อหุ้น โดยเปิดให้นักลงทุนจองซื้อระหว่างวันที่ 24 และ 27-28 ตุลาคม 2568 และคาดว่าจะเข้าจดทะเบียนในตลาดเอ็มเอไอ (mai) หมวดธุรกิจบริการได้ภายในเดือนพฤศจิกายน 2568

นายธนา เธียรอัจฉริยะ ประธานคณะกรรมการ บริษัท ลอนดรี้ ยู จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า WASH ก่อตั้งขึ้นภายใต้วิสัยทัศน์ “สะอาด สะดวก สบาย” โดยมีผู้ร่วมก่อตั้ง 4 ท่าน ซึ่งมุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนด้วยบริการซักผ้าที่มีคุณภาพและเข้าถึงง่าย โดยปัจจุบัน WashXpress ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในฐานะแบรนด์ร้านสะดวกซักที่ทันสมัยและมีคุณภาพสูง

ด้านนายกวิน กลองกระโทก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท ลอนดรี้ ยู จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ปัจจุบันบริษัทประกอบธุรกิจหลัก 3 กลุ่ม ได้แก่ ธุรกิจร้านสะดวกซักแบบครบวงจรภายใต้แบรนด์ WashXpress, ธุรกิจแฟรนไชส์ และธุรกิจจำหน่ายเครื่องซักผ้า เครื่องอบผ้า และสินค้าที่เกี่ยวข้อง

โดยธุรกิจร้านสะดวกซักที่บริษัทฯ เป็นเจ้าของถือเป็นรายได้หลัก คิดเป็น 97.40% ของรายได้รวม ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2568 ซึ่งมาจากโมเดลธุรกิจแบบ Owner-Operator ที่เน้นการลงทุนและบริหารจัดการด้วยตนเอง เพื่อควบคุมคุณภาพและมาตรฐานบริการในทุกสาขา ณ วันที่ 30 มิ.ย.68 บริษัทมีร้านสะดวกซัก WashXpress ให้บริการจำนวนรวมทั้งหมด 548 สาขา ครอบคลุม 21 จังหวัด โดยแบ่งเป็นสาขาที่บริษัทเป็นเจ้าของ จำนวน 469 สาขา และสาขาที่บริษัทให้สิทธิบุคคลอื่นในการปรกอบธุรกิจแฟรนไชส์ จำนวน 79 สาขา

สำหรับยุทธศาสตร์การเติบโตในอนาคต WASH วางแผนขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งเป้าเปิดสาขาใหม่ 80 แห่งภายในปีนี้ และเพิ่มอีกไม่น้อยกว่า 160 สาขาในปี 2569-2570 พร้อมพัฒนาบริการใหม่ เช่น บริการรับ-ส่งผ้า (Delivery Service) และโมเดลสมาชิก (Subscription Model) ผ่านแอปพลิเคชัน WashXpress รวมถึงขยายบริการซักอบพับและรับรีดครบวงจร เพื่อเพิ่มฐานลูกค้าและรายได้อย่างยั่งยืน

ซึ่งบริษัทคาดระดมทุนได้ 379.43 ล้านบาท โดยจะนำเงินไปใช้ในลงทุนเพิ่มจำนวนสาขาร้านสะดวกซัก WashXpress รองรับการขยายธุรกิจของบริษัท 270 ล้านบาท รวมถึงใช้ในการปรับปรุงและยกระดับ ร้านสะดวกซัก WashXpress ของสาขาที่มีอยู่เดิม 100 ล้านบาท และช้เงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินงาน จำนวน 9.43 ล้านบาท

นายชิษณุพันธ์ ตั้งเฉลิมกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายพัฒนาธุรกิจ และผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท ลอนดรี้ ยู จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า อุตสาหกรรมร้านสะดวกซักในประเทศไทยมีแนวโน้มเติบโตสูง โดยมูลค่าตลาดขยายจาก 3,000 ล้านบาทในปี 2563 เป็น 10,000 ล้านบาทในปี 2565 และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 13,500 ล้านบาทในปี 2567 สะท้อนศักยภาพของธุรกิจที่อยู่ในเทรนด์การเติบโตระดับเมกะเทรนด์ (Megatrend) ซึ่งได้รับแรงหนุนจากปัจจัยด้านสังคมเมือง เศรษฐกิจที่ฟื้นตัว และไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ที่เน้นความสะดวกและรวดเร็ว

ขณะที่นางสาวนันทพร ฤทธินภากร รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายบัญชีและการเงิน เปิดเผยว่า ในช่วงปี 2565-2567 บริษัทฯ มีรายได้เติบโตต่อเนื่องจาก 464.47 ล้านบาท ในปี 2565 เพิ่มเป็น 657.06 ล้านบาท ในปี 2566 และ 823.58 ล้านบาท ในปี 2567 คิดเป็นอัตราเติบโตเฉลี่ย 33.16% ต่อปี ขณะที่กำไรสุทธิเพิ่มจาก 59.31 ล้านบาท ในปี 2565 เป็น 83.47 ล้านบาท ในปี 2567 เติบโตเฉลี่ย 18.63% ต่อปี และกระแสเงินสดจากการดำเนินงานเป็นบวกต่อเนื่อง สะท้อนศักยภาพในการทำกำไรและการบริหารธุรกิจที่มีประสิทธิภาพ

ในส่วนของฐานะทางการเงิน บริษัทมี สินทรัพย์รวม เพิ่มจาก 1,155.08 ล้านบาทในปี 2565 เป็น 1,440.37 ล้านบาทในไตรมาส 2 ปี 2568 และมีส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นเป็น 1,587.74 ล้านบาท ในช่วงเดียวกัน ขณะที่หนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ย (IBD) อยู่ที่ 746.28 ล้านบาท แสดงถึงการใช้เงินทุนเพื่อการขยายธุรกิจอย่างมีระบบ โดยมีอัตราส่วน ROA 12.2% และ D/E Ratio 2.0 เท่า ในไตรมาส 2 ปี 2568 อยู่ในระดับแข็งแกร่งและเหมาะสม

ด้านนางสาวสุธางค์ คนศิลป กรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวาณิชธนกิจ 2 บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินและผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย กล่าวว่า ขณะนี้แบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์ (Filing) ของ WASH ได้รับการอนุมัติจากสำนักงาน ก.ล.ต. แล้ว

โดยเสนอขายหุ้น IPO จำนวนรวมไม่เกิน 105,882,352 หุ้น คิดเป็น 30% ของทุนชำระแล้วหลัง IPO มูลค่าการเสนอขาย 794,117,640 บาท โดยเป็นหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 52,941,176 หุ้น และ หุ้นสามัญเดิมที่เสนอขายโดย Holistic Impact จำนวน 52,941,176 หุ้น โดยจำนวนหุ้น 52,941,177 หุ้น คิดเป็น 15% ของผู้ถือหุ้นเดิม ไม่ติด Silent Period สมัครใจเป็นระยะเวลา 3 เดือนนับจากวันที่หุ้นของบริษัทฯทำการซื้อขายในตลาด (Voluntary IPO Lock up)

ทั้งนี้ WASH ได้ลงนามแต่งตั้ง บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นสามัญ พร้อมแต่งตั้งผู้จัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นสามัญอีก 4 ราย ประกอบด้วย บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน), บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน), บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) และบริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

นางสาวสุธางค์กล่าวเพิ่มเติมว่า WASH เป็นหุ้นที่มีพื้นฐานแข็งแกร่งและศักยภาพการเติบโตสูง อยู่ในอุตสาหกรรมเมกะเทรนด์ที่เติบโตเร็วและยั่งยืน เชื่อมั่นว่าราคา IPO ที่ 7.50 บาทต่อหุ้นสะท้อนมูลค่าที่เหมาะสม และจะได้รับความสนใจจากนักลงทุนในฐานะ หุ้น Growth Stock เด่นแห่งปี

ทั้งนี้ บริษัทมีนโยบายจ่ายปันผลไม่เกิน 50% ของกำไรสุทธิ โดยพิจารณาจากผลประกอบการและกระแสเงินสดของบริษัท