Skip to content

ประกันสังคม ยันสูตรบำนาญ CARE ตามหลักสากล ไม่มีใครได้ลดลง

19 ต.ค. 2568 | 18:03น.
ประกันสังคม ยันสูตรบำนาญ CARE ตามหลักสากล ไม่มีใครได้ลดลง

ประกันสังคม ยืนยันสูตรบำนาญ CARE ได้บำนาญใกล้เคียงเดิม ไม่มีใครได้ลดลง ผู้รับบำนาญใหม่ภายในปี 2569-2573 คำนวณคู่สูตรเก่า พร้อมชดเชยส่วนต่างให้หากสูตรใหม่ได้น้อยกว่า ย้ำหลักการสากล “ส่งมากได้มาก ส่งน้อยได้น้อย”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางนิยดา เสนีย์มโนมัย โฆษกสำนักงานประกันสังคม เปิดเผยว่า การปรับสูตรบำนาญชราภาพให้กับผู้ประกันตนมาตรา 33 และ 39 นั้น ยึดหลักการระบบบำนาญสากลที่คำนวณจากรายได้เฉลี่ยตลอดช่วงเวลาการส่งเงินสมทบ หรือสูตร CARE (Career Average Revalued Earnings) ซึ่งเป็นการเฉลี่ยเงินเดือนทุกเดือนและปรับตามค่าเงินปัจจุบัน ทำให้ผู้ประกันตนส่วนใหญ่ได้รับบำนาญใกล้เคียงเดิม โดยคำนวณตามมูลค่าของค่าจ้างในวันที่เริ่มรับบำนาญ

นางนิยดา กล่าวว่า ปัจจุบันมีผู้ได้รับบำนาญชราภาพรวมทั้งสิ้นจำนวนประมาณ 850,000 คน ซึ่งการคำนวณบำนาญสูตรใหม่จะมีผู้ได้รับบำนาญเพิ่มขึ้นประมาณ 570,000 คน และผู้ได้รับบำนาญเท่าเดิมประมาณ 280,000 คน ดังนั้น สูตรใหม่จะไม่ไปลดเงินบำนาญในปัจจุบันแม้แต่รายเดียว

สำหรับผู้รับบำนาญใหม่ภายใน 5 ปีนี้ สำนักงานประกันสังคมจะยังคำนวณเปรียบเทียบให้ทั้งสูตรใหม่และสูตรเก่า หากสูตรใหม่คำนวณได้น้อยกว่าสูตรเก่า จะมีการจ่ายชดเชยส่วนต่างให้ตลอดชีวิต

  • ผู้ที่เกษียณปี 2569 ชดเชย 100%
  • ผู้ที่เกษียณปี 2570 ชดเชย 80%
  • ผู้ที่เกษียณปี 2571 ชดเชย 60%
  • ผู้ที่เกษียณปี 2572 ชดเชย 40%
  • ผู้ที่เกษียณปี 2573 ชดเชย 20%

ในกรณีผู้ที่รับบำนาญตั้งแต่ปี 2574 จะได้รับบำนาญตามสูตรใหม่ ซึ่งมีความสมดุลสอดคล้องกับการส่งเงินสมทบ และเป็นธรรมกับผู้ประกันตนทั้งระบบในอนาคต

“ผู้รับบำนาญในอนาคต บำนาญที่ได้รับจะขึ้นอยู่กับการส่งเงินสมทบในอนาคตก่อนการขอรับบำนาญในภาพรวม หากสูตรใหม่มีผลใช้บังคับ ผู้ที่จะขอรับบำนาญภายใน 10 ปีข้างหน้าจะได้รับบำนาญเพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ย 8%

อย่างไรก็ตาม ผู้รับบำนาญในอนาคตบางรายอาจได้รับบำนาญน้อยลงเมื่อเทียบกับสูตรเก่า โดยเฉพาะรายที่ค่าจ้างเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดในช่วง 5 ปีสุดท้ายของการส่งเงินสมทบ หลักการของสูตร CARE มีความเรียบง่ายและเป็นธรรม ปรับปรุงสูตรบำนาญให้มีความสมดุลกับค่าจ้างที่นำส่งเงินสมทบ โดยสะท้อนค่าจ้างเฉลี่ยตลอดช่วงเวลาการทำงาน ‘ส่งมากได้มาก ส่งน้อยได้น้อย’ ซึ่งเป็นการคำนวณตามมาตรฐานสากล” นางนิยดา กล่าว

เตรียมประชุมนัดแรก กรณีบอทป่วนประชาพิจารณ์

นางนิยดา เปิดเผยต่อไปว่า ตามที่สำนักงานประกันสังคม (สปส.) ได้เปิดประชาพิจารณ์การปรับสูตรคำนวณเงินบำนาญชราภาพสำหรับผู้ประกันตนมาตรา 33 และ 39 ต่อการปรับใช้สูตร CARE (Career Average Revalued Earnings) ซึ่งเป็นการเฉลี่ยเงินเดือนทุกเดือนและปรับตามค่าเงินปัจจุบัน ทำให้ผู้ประกันตนส่วนใหญ่ได้รับบำนาญใกล้เคียงเดิม โดยคำนวณตามมูลค่าของค่าจ้างในวันที่เริ่มรับบำนาญ

โดยได้รับระบบรับฟังความเห็นไปเมื่อวันที่ 17 ตุลาคม ที่ผ่านมา ผ่านระบบเว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา และ สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) (สพร.) หรือ Digital Government Development Agency (Public Organization) (DGA)

ทั้งนี้ หลังปิดระบบแล้ว สปส.กำลังเร่งดำเนินการตรวจสอบและสรุปข้อมูล เพื่อนำเสนอไปยังคณะอนุกรรมการศึกษาและปรับปรุงสูตรการคำนวณบำนาญชราภาพของผู้ประกันตนตามมาตรา 33 และมาตรา 39 (เฉพาะกิจ) ที่คาดว่าจะมีการนัดประชุมในสัปดาห์หน้า

นางนิยดา กล่าวว่า สำหรับไทม์ไลน์การประกาศใช้สูตรบำนาญ CARE นั้น สปส.มีความตั้งใจว่าจะเริ่มใช้ได้ในปี 2569 แต่ก็ต้องดูข้อเท็จจริงว่าเป็นอย่างไร อย่างไรก็ตาม สปส.ได้มีการคำนวณตัวเลขเพื่อสำรองเงินที่จะถูกนำมาใช้จ่ายบำนาญให้กับผู้ประกันตนในทุกปี ซึ่งหากมีการปรับใช้สูตร CARE ในปีหน้า ยืนยันว่า สปส.ได้สำรองเงินเอาไว้แล้วตามแผนการดำเนินงาน

เมื่อถามถึงกรณีที่สังคมตั้งข้อสังเกตถึงการเปิดประชาพิจารณ์ แต่มีตัวเลขการแสดงความเห็นที่อาจจะเกิดจากโปรแกรมซอฟต์แวร์อัตโนมัติที่ทำงานซ้ำๆ หรือ บอท ทำให้ข้อมูลอาจไม่ตรงกับข้อเท็จจริง

นายนิยดา กล่าวว่า เรื่องนี้ทาง น.ส.บุปผา เรืองสุด เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม มีความห่วงใยมาก จึงได้ลงนามแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าว โดยตนเป็นประธานคณะกรรมการฯ ซึ่งจะมีการนัดประชุมครั้งแรกในสัปดาห์หน้า ซึ่งจะต้องเชิญ 2 หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการเปิดระบบประชาพิจารณ์ คือ ทางสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา และ DGA เข้ามาร่วมประชุมด้วย

โดยจะต้องเร่งประชุมก่อนที่จะมีการสรุปข้อมูลส่งไปยังคณะอนุกรรมการศึกษาและปรับปรุงสูตรการคำนวณบำนาญชราภาพฯ ที่จะมีการประชุมในสัปดาห์หน้าเช่นกัน