ประกันสังคม ยกร่างกฎหมายเงินสมทบ ม.40 ลด 10% หากจ่ายล่วงหน้า 12 เดือน
สำนักงานประกันสังคม ยกร่างพระราชกฤษฎีกาลดเงินสมทบผู้ประกันตน ม.40 ร้อยละ 10 สำหรับผู้ที่ชำระล่วงหน้า 12 เดือนติดต่อกัน หวังลดภาระค่าครองชีพ-จูงใจแรงงานนอกระบบรักษาสถานะผู้ประกันตนต่อเนื่อง
นางสาวกาญจนา พูลแก้ว เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม เปิดเผยว่า สำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน เดินหน้าพัฒนามาตรการเพื่อสร้างหลักประกันทางสังคมที่เข้มแข็งและตอบโจทย์ผู้ประกันตนทุกกลุ่ม โดยเฉพาะผู้ประกันตนตามมาตรา 40 ซึ่งเป็นแรงงานนอกระบบและผู้ประกอบอาชีพอิสระที่มีบทบาทสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ
ล่าสุด สำนักงานประกันสังคมได้ดำเนินการยกร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดอัตราเงินสมทบกองทุนประกันสังคมสำหรับผู้ประกันตนตามมาตรา 40 เพื่อกำหนดสิทธิประโยชน์ในการลดอัตราเงินสมทบร้อยละ 10 สำหรับผู้ประกันตนที่เลือกชำระเงินสมทบล่วงหน้า 12 เดือนติดต่อกันในคราวเดียว โดยกำหนดให้มาตรการดังกล่าวมีระยะเวลาบังคับใช้ 5 ปี นับแต่วันที่กฎหมายมีผลใช้บังคับ
เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กล่าวว่า การยกร่างพระราชกฤษฎีกาฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายของผู้ประกันตนมาตรา 40 ในภาวะค่าครองชีพที่ยังอยู่ในระดับสูง พร้อมทั้ง สร้างแรงจูงใจให้ผู้ประกันตนส่งเงินสมทบอย่างต่อเนื่อง ลดปัญหาการขาดส่งเงินสมทบ และช่วยรักษาสถานการณ์ เป็นผู้ประกันตน เพื่อให้สามารถเข้าถึงสิทธิประโยชน์จากกองทุนประกันสังคมได้อย่างต่อเนื่อง
“สำนักงานประกันสังคมให้ความสำคัญกับการสร้างความมั่นคงในชีวิตให้แก่แรงงานนอกระบบและผู้ประกอบอาชีพอิสระ ซึ่งเป็นกำลังสำคัญของประเทศ การลดอัตราเงินสมทบสำหรับผู้ที่ชำระเงินสมทบล่วงหน้าในคราวเดียว จะช่วยลดภาระค่าใช้จ่าย ส่งเสริมวินัยในการออม และสร้างแรงจูงใจให้ผู้ประกันตนรักษาสิทธิของตนเองไว้ได้อย่างต่อเนื่อง อันจะนำไปสู่การได้รับความคุ้มครองและสิทธิประโยชน์จากกองทุนประกันสังคมอย่างครบถ้วน” นางสาวกาญจนา กล่าว
สำหรับอัตราเงินสมทบตามร่างพระราชกฤษฎีกา ประกอบด้วย
- ทางเลือกที่ 1 จากเดิม 70 บาทต่อเดือน ลดเหลือ 63 บาท
- ทางเลือกที่ 2 จากเดิม 100 บาทต่อเดือน ลดเหลือ 90 บาท
- ทางเลือกที่ 3 จากเดิม 300 บาทต่อเดือน ลดเหลือ 270 บาท
ในส่วนของเงินสมทบที่รัฐบาลสมทบเข้ากองทุนประกันสังคม กำหนดให้ทางเลือกที่ 1 คงอัตราเดิมที่ 30 บาทต่อเดือน ส่วนทางเลือกที่ 2 ปรับจาก 50 บาท เหลือ 45 บาท และทางเลือกที่ 3 ปรับจาก 150 บาท เหลือ 135 บาท เพื่อให้สอดคล้องกับอัตราเงินสมทบใหม่ตามที่กำหนดในร่างพระราชกฤษฎีกา
นางสาวกาญจนา กล่าวเพิ่มเติมว่า การชำระเงินสมทบล่วงหน้า 12 เดือน ยังช่วยให้ผู้ประกันตนสามารถวางแผนค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดความเสี่ยงจากการลืมหรือขาดส่งเงินสมทบ ซึ่งอาจส่งผลต่อการรักษาสถานะความเป็นผู้ประกันตนและการได้รับสิทธิประโยชน์ในอนาคต ทั้งยังเป็นการส่งเสริมให้ประชาชนมีหลักประกันทางสังคมที่มั่นคงตลอดทุกช่วงวัย
ทั้งนี้ ร่างพระราชกฤษฎีกาดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย และจะมีผลใช้บังคับเมื่อได้รับความเห็นชอบและประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว สำนักงานประกันสังคมจะประชาสัมพันธ์แจ้งรายละเอียดและวันเริ่มใช้มาตรการอย่างเป็นทางการให้ผู้ประกันตนได้รับทราบต่อไป
