เจ้าของที่พักเมืองท่องเที่ยว เจาะลึกมาตรการลดหย่อนภาษีกระตุ้นท่องเที่ยวช่วงไฮซีซั่นเมืองหลัก-เมืองรอง โครงการดีแต่ไม่ถูกที่-ถูกเวลา ระบุโครงการ 45 วัน สั้นเกินไป ชลบุรี-ภูเก็ต-สงขลา ส่วนใหญ่รับนักท่องเที่ยวต่างชาติ มาตรการไร้ผล แต่หัวหิน-ชะอำ คาดคึกคักปลายปี ด้าน 7 จังหวัดชายแดนขอรัฐเพิ่มประชาสัมพันธ์
มาตรการลดหย่อนภาษี เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยว ตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) 21 ตุลาคม 2568 สำหรับค่าที่พัก ค่าบริการ อบรมสัมมนา ปรับปรุงโรงแรม ให้กับนักท่องเที่ยวและผู้ประกอบการ รวมทั้งนิติบุคคล ใช้จ่ายในเมืองหลักเมืองรอง 55 จังหวัด ตั้งแต่ 29 ต.ค.-15 ธ.ค. 68 และขยายระยะเวลาการปรับลดอัตราภาษีสำหรับกิจการบันเทิงหรือหย่อนใจ ขยายเวลาปรับลดอัตราภาษีตามมูลค่าจาก 10% เป็น 5% ออกไปอีก 1 ปี โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-31 ธ.ค. 2569
โครงการดีแต่มาไม่ถูกเวลา
นายเทียนประสิทธิ์ ไชยภัทรานันท์ นายกสมาคมโรงแรมไทย เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า มาตรการลดหย่อนภาษีสำหรับการท่องเที่ยวในประเทศ แม้จะช่วยจูงใจการใช้จ่ายบางกลุ่ม แต่ผู้ได้รับประโยชน์จริงยังจำกัดอยู่ในกลุ่มผู้มีรายได้ปานกลางถึงสูง ซึ่งมีรายได้เพียงพอในการนำค่าใช้จ่ายมาหักภาษีได้เต็มสิทธิ โดยส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวเมืองหลัก หรือกลุ่มที่พักโรงแรมระดับลักเซอรี่ จึงมองว่ามาตรการนี้อาจช่วยกระตุ้นตลาดได้บ้าง แต่ไม่ได้กว้างขวางนัก
และมองว่าจังหวะเวลาการออกมาตรการนั้นไม่สอดคล้องกับสภาพตลาดจริง เนื่องจากขณะนี้การท่องเที่ยวของประเทศอยู่ในช่วงไฮซีซั่น ซึ่งโรงแรมและผู้ประกอบการส่วนใหญ่มีอัตราการเข้าพักสูง ทำให้หลายมาตรการไม่สามารถใช้ได้เต็มประสิทธิภาพ นอกจากนี้มีมาตรการที่ไม่สามารถดำเนินการได้จริง เช่น มาตรการให้โรงแรมรีโนเวตหรือตกแต่งเพิ่มเติม เพราะเป็นช่วงที่มีนักท่องเที่ยวเข้าพักมาก โรงแรมจึงไม่สามารถปิดห้องหรือพื้นที่เพื่อปรับปรุงได้
“ช่วงนี้เป็นจังหวะทำรายได้ ไม่ใช่ช่วงรีโนเวต เพราะห้องพักขายดี โรงแรมย่อมเลือกเปิดให้บริการมากกว่าปิดห้องทำใหม่” นายเทียนประสิทธิ์กล่าวและว่า ส่วนมาตรการส่งเสริมการจัดประชุม-สัมมนา (MICE) ก็มีข้อจำกัดเช่นกัน เนื่องจากหลายบริษัทใช้งบประมาณประจำปีไปแล้วตั้งแต่กลางปี อีกทั้งช่วงปลายปีเป็นฤดูกาลท่องเที่ยว ค่าเดินทางและที่พักสูงขึ้น ทำให้การจัดประชุมเพิ่มในระยะสั้นเป็นเรื่องยาก
“แต่ละมาตรการถือว่าดีในตัวเอง เพียงแต่ปัญหาคือระยะเวลาใช้สิทธิสั้นและประกาศช้า ถ้ารัฐบาลสามารถขยายเวลาออกไปอย่างน้อย 1 ปี และแจ้งล่วงหน้าให้ผู้ประกอบการเตรียมตัวได้ จะเกิดผลกระตุ้นชัดเจนกว่านี้มาก” นายเทียนประสิทธิ์กล่าว
ปัจจัยบวกเอ็กซ์ตร้าจากไฮซีซั่น
นายวุฒิพล ถาวรธวัช กรรมการผู้จัดการ บริษัท เออร์เบิน ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป จำกัด (Urban Hospitality Group) หรือ UHG ผู้ลงทุนและบริหารโรงแรมภายใต้แบรนด์เดอะ ควอเตอร์ (The Quarter) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ถือเป็นปัจจัยบวกที่ดี และเป็นปัจจัยเอ็กซ์ตร้าที่จะช่วยขับเคลื่อนภาคการท่องเที่ยวได้มากขึ้นในช่วงไตรมาสสุดท้ายนี้
โดยเฉพาะมาตรการที่ให้คนนำค่าใช้จ่ายด้านค่าที่พักและร้านอาหารไปลดหย่อนภาษีสูงสุด 20,000 บาท (เมืองรองลดหย่อนได้ 1.5 เท่า) และมาตรการเร่งรัดให้หน่วยงานภาครัฐและรัฐวิสาหกิจเบิกจ่ายงบฯอบรมสัมมนา ซึ่งทั้ง 2 มาตรการนี้จะทำให้ผู้ประกอบการท่องเที่ยว ร้านอาหาร คึกคักและเกิดการจ้างงานมากขึ้น นอกจากนี้ ในส่วนของโรงแรมนั้น นอกจากจะได้รายได้จากที่พักแล้ว ยังจะมีรายได้จากธุรกิจในส่วนของงานจัดประชุมสัมมนาและฝึกอบรม รวมถึงมีรายได้จากธุรกิจอาหารเพิ่มขึ้นด้วย
สัมมนาไตรมาส 4 ไม่มีแรงจูงใจ
นางละเอียด บุ้งศรีทอง ผู้จัดการทั่วไป โรงแรมรติล้านนา ริเวอร์ไซด์ สปา รีสอร์ท เชียงใหม่ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า การกระตุ้นภาคการท่องเที่ยวในช่วงไฮซีซั่น ค่อนข้างเข้าถึงยาก และแทบจะกระตุ้นการท่องเที่ยวโค้งสุดท้ายปลายปีนี้ไม่ได้เลย เพราะการสัมมนาภาครัฐเกิดขึ้นไปแล้วตั้งแต่ไตรมาส 2-3 ซึ่งยอดลดลงกว่า 20% แต่มาตรการรัฐต้องการกระตุ้นไตรมาส 4 ถ้าต้องการให้ได้ผลต้องให้รัฐบังคับให้หน่วยงานใช้งบประมาณสู่ภูมิภาคในเมืองหลักและเมืองรอง แต่เอกชนส่วนใหญ่จะไม่จัดประชุมสัมมนาในช่วงไฮซีซั่น แม้จะมีมาตรการภาษีมาเป็นแรงกระตุ้น แต่ก็อาจไม่มีแรงจูงใจมากพอ
ส่วนมาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการปรับปรุงโรงแรมที่พัก เป็นมาตรการที่เข้าถึงยากมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งคงไม่มีใครที่จะไปปรับปรุง ต่อเติม เปลี่ยนแปลงโรงแรมในช่วงไฮซีซั่น ซึ่งเป็นฤดูกาลท่องเที่ยว
ชลบุรี-ภูเก็ต ไม่ได้อานิสงส์
นายธเนศ ศุภรสหัสรังสี นายกสมาคมสมาพันธ์ท่องเที่ยวชลบุรี เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า มาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยว อาจจะไม่ได้ช่วยกระตุ้นรายได้ท่องเที่ยว จ.ชลบุรี ซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยวหลักมากนัก เพราะเป็นเพียงมาตรการระยะสั้น วงเงินน้อย เจาะกลุ่มตลาดในประเทศเท่านั้น ขณะที่ชลบุรีมีรายได้หลักจากต่างชาติ 70%
ดังนั้น สิ่งที่ภาครัฐควรแก้ปัญหาการท่องเที่ยวไทย ได้แก่ 1) เพิ่มแรงจูงใจแก่นักท่องเที่ยว เช่น เพิ่มส่วนลดและคูปองสำหรับใช้จ่าย 2) การสร้างความเชื่อมั่น แม้ปัญหาสแกมเมอร์จะไม่เกี่ยวข้องกับไทยโดยตรงก็ตาม เพราะกังวลว่าจะมีการออกใบ Travel Advisory ซึ่งจะยิ่งทำให้สถานการณ์แย่ลงกว่าเดิม 3) ตั๋วบิน ถือเป็นค่าใช้จ่ายหลัก รัฐควรปรับนโยบาย ส่งเสริมให้ราคาตั๋วบินภายในประเทศถูกลง เพื่อส่งเสริมท่องเที่ยวเมืองรองอย่างแท้จริง
นายศึกษิต สุวรรณดิษฐกุล นายกสมาคมโรงแรมไทยภาคใต้ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ภูเก็ตส่วนใหญ่รับลูกค้าต่างชาติค่อนข้างมาก ส่วนตลาดภายในประเทศมีไม่มาก ทั้งนี้ ภาครัฐควรส่งเสริมในเรื่องความปลอดภัยเป็นหลัก และการสื่อสารการตลาดกับต่างประเทศให้ดูมีความปลอดภัยและน่ามาท่องเที่ยว โดยเฉพาะตลาดที่ยังไม่ฟื้นและมีแนวโน้มที่แย่กว่าปีที่แล้วคือตลาดจีน
พิษณุโลกชี้มาตรการสั้นไป
นายวีรชัย บรรเจิดธนา ประธานหอการค้าจังหวัดพิษณุโลก เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า มาตรการที่ออกมาจึงมุ่งเน้นผลลัพธ์ในระยะสั้น เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยว เช่น เรื่องสิทธิประโยชน์ทางภาษี และการกระตุ้นเมืองรอง ระยะเวลาสั้นอาจส่งผลไม่มากนัก แต่ดีกว่าไม่คิดทำอะไรเลย
สงขลาขอมาตรการเพิ่ม
ดร.สิทธิพงษ์ สิทธิภัทรประภา นายกสมาคมโรงแรมหาดใหญ่ สงขลา เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า มาตรการที่รัฐบาลออกมาช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวเป็นไปในทิศทางที่ดี แต่อยากให้ออกมาตรการมาสนับสนุนเพิ่มเติม เช่น เรื่องปรับปรุงโรงแรม อยากให้ขยายระยะเวลาให้ครอบคลุมตลอดทั้งปี 2569 เพราะโรงแรมมีฤดูท่องเที่ยว การปรับปรุงต้องทำช่วงโลว์ซีซั่น
พื้นที่จังหวัดชายแดนไทย-มาเลเซีย นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ส่วนใหญ่เดินทางเฉพาะทางบกเท่านั้น ดังนั้น เพื่อสร้างแรงจูงใจ หน่วยงานของรัฐควรมีมาตรการออกใบอนุญาตให้รถยนต์ของชาวต่างชาติที่จะข้ามมาประเทศไทย ด้วยการกรอกแบบฟอร์มทางออนไลน์ล่วงหน้า 3 วัน และวิ่งรถเข้ามาได้ทันที โดยไม่ต้องกรอกแบบฟอร์มที่ด่านชายแดน ซึ่งใช้เวลานาน
จูงใจคนไทยเที่ยว 3 เกาะตราด
นางสาวพิชญา ธนชัยอดิทรัพย์ นายกสมาคมโรงแรมรีสอร์ตจังหวัดตราด และเจ้าของโรงแรมเกาะกูดพาราไดซ์ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า มาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวในช่วงปลายปี น่าจะกระตุ้นนักท่องเที่ยวไทยเดินทางมา จ.ตราดมากขึ้น เพราะปลายปีอากาศหนาว จากที่ส่วนใหญ่นักท่องเที่ยวไทยจะเดินทางขึ้นไปเที่ยวทางภาคเหนือ ทั้งนี้ ปกติตั้งแต่ช่วงเดือนตุลาคมเป็นช่วงไฮซีซั่นของทะเลตราด 3 เกาะหลัก เกาะช้าง เกาะหมาก เกาะกูด จะมีนักท่องเที่ยวไทยทยอยจองห้องพักกันมาพอควร โดยเฉพาะช่วงวันหยุดยาวและเสาร์-อาทิตย์ เกิดเศรษฐกิจหมุนเวียนสะพัดในจังหวัด
นายกิติพงษ์ สิริเพชรเกษม นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า เห็นด้วยอย่างยิ่งกับ มาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยว จะช่วยกระตุ้นให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวมากขึ้น คาดว่าบรรยากาศการท่องเที่ยวจะคึกคักมากกว่าปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพสูงที่มีกำลังใช้จ่าย จะช่วยให้ตัดสินใจเดินทางง่ายมากยิ่งขึ้น
ฟื้นเชื่อมั่นเที่ยวชายแดน
นายวิรัตน์ เศรษฐพัฒนชัย ประธานหอการค้าจังหวัดสุรินทร์ กล่าวว่า จะสามารถกระตุ้นการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจไตรมาส 4 ได้อย่างน้อย 1% ตามที่รัฐบาลคาดหวังไว้ แต่ยังมีข้อจำกัด โดยเฉพาะการส่งเสริมเมืองรอง ที่ให้สิทธิเมืองรองทั่วประเทศ ทำให้จังหวัดเมืองรองที่ติดชายแดนไทย-กัมพูชา ทั้ง 7 จังหวัดอาจเสียเปรียบ
ดังนั้น ในแต่ละจังหวัด ต้องประชาสัมพันธ์เรียกความเชื่อมั่นแก่นักท่องเที่ยว ส่วนสถานการณ์ชายแดนปัจจุบัน ไม่มีการสู้รบ ปลอดภัยแล้ว 100% หลังจากนี้จะต้องเดินหน้าฟื้นฟูการท่องเที่ยว เรียกความเชื่อมั่นแก่นักท่องเที่ยวต่อไป
หนุนเทรนด์เที่ยวเมืองรอง
นายกัณฑ์พงศ์ สุระวรรณวิจิตร ประธานหอการค้าจังหวัดอุดรธานี กล่าวว่า คาดว่า 5 มาตรการจะกระตุ้นไฮซีซั่นได้ระดับปานกลาง ช่วยเพิ่มบรรยากาศการใช้จ่ายและเร่งการตัดสินใจจองทริปปลายปีได้บ้าง เนื่องจากมาตรการเป็นการกระตุ้นด้านแรงจูงใจทางการคลัง เช่น สิทธิหักลดหย่อน, ขยายเวลาลดภาษี ซึ่งช่วยลดต้นทุนการท่องเที่ยวสำหรับบางกลุ่ม แต่ไม่ใช่การให้เงินสดเต็มรูปแบบกับผู้บริโภคทุกคน ผลจึงออกมาเป็นการกระตุ้นกำลังซื้อแบบทางอ้อมมากกว่า
อย่างไรก็ตาม มาตรการยังถูกจำกัดโดยภาระหนี้ครัวเรือนและความระมัดระวังของผู้บริโภค สัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อ GDP ยังอยู่ในระดับสูง (86-89% ของ GDP) ถึงจะมีสัญญาณการลดลงในบางไตรมาส แต่ภาระหนี้ยังเป็นตัวกดดันการใช้จ่ายของครัวเรือนบางกลุ่ม ทำให้บางคนเลือกประหยัดมากขึ้นและไม่เดินทาง