Skip to content

รัฐ-เอกชนจับมือผลักไทยสู่ “เอวิเอชั่นฮับ” สร้างมูลค่าเพิ่มกว่า 3.3 หมื่นล้านต่อปี

29 ต.ค. 2568 | 11:04น.
รัฐ-เอกชนจับมือผลักไทยสู่ “เอวิเอชั่นฮับ” สร้างมูลค่าเพิ่มกว่า 3.3 หมื่นล้านต่อปี

“พิพัฒน์” แนะผุด “โรงซ่อมเครื่องบิน” ปูทางดึงสายการบินทั่วโลก “การบินพลเรือน” เปิดตัว 2 โครงการสุดล้ำ “โดรนส่งของ+ส่งคน” จากสนามบิน ลดทอนเวลารถติด ขณะที่การบินไทยวางแผนซื้อเครื่องบินเพิ่มครบ 150 ลำในปี 2576

บริษัทหลักทรัพย์บัวหลวง จำกัด (มหาชน) จัดสัมมนาออนไลน์ Skyconomy : Thailand s Runways to Aviation Hub หัวข้อ “จากสนามบินสู่ศูนย์กลางเศรษฐกิจ เส้นทางสู่เอวิเอชั่นฮับ สร้างมูลค่าเพิ่ม 33,000 ล้านต่อปี” โดยมีผู้เข้าร่วมสัมมนาประกอบด้วย นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม,

พลอากาศเอก มนัท ชวนะประยูร ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย, นายชาย เอี่ยมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน), นายสิริวัฒน์ โตวชิรกุล ผู้จัดการใหญ่ บริษัท บริการภาคพื้นดิน ท่าอากาศยานไทย จำกัด, นายสิทธิเดช มัยลาภ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สกาย ไอซีที จำกัด (มหาชน) และนางสาวปวีณา จริยวุฒิพงศ์ รักษาการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน)

เริ่มต้นการสัมมนาโดยนายพิเชษฐ สิทธิอำนวย กรรมการผู้อำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์บัวหลวง จำกัด (มหาชน) กล่าวต้อนรับ จากนั้น นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวถึงแนวความคิดและนโยบายที่จะทำให้ไทยเป็นศูนย์กลางการบิน ว่าประเทศไทยสามารถเป็นเอวิเอชั่นฮับ เพราะตั้งอยู่กึ่งกลางมหาสมุทรอินเดียและมหาสมุทรแปซิฟิก ที่สำคัญเป็นศูนย์กลางของประเทศที่มีประชากรมากที่สุดในโลก 2 ประเทศ คือ อินเดีย และจีน ทั้งยังเป็น “ประตูสู่อินโดจีน” จึงได้เปรียบหลายประเทศ ไม่ว่าลาว กัมพูชา พม่า และเวียดนาม ล้วนต้องผ่านกรุงเทพฯทั้งสิ้น

ดูแล้วประเทศไทยวันนี้มีโอกาส มีความพร้อมมาก ไม่ว่าการได้รับการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยการบินจากองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) และสำนักงานบริหารการบินแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา (FAA) แต่ทำอย่างไรจึงจะดึงการเดินทางทางอากาศไม่ว่าการขนส่งผู้โดยสาร หรือการขนส่งสินค้าให้เข้ามาในประเทศไทย บริษัทการบินไทยต้องหาทางขยายเส้นทางการบินเพิ่มขึ้น ผู้บริหารท่าอากาศยานไม่ว่าเอโอที หรือการบินพลเรือน ต้องหาวิธีทำอย่างไรที่จะไปเชิญสายการบินต่าง ๆ บินเข้ามา

โดยกระจายไปยังสนามบินอื่นในต่างจังหวัด เช่น เชียงใหม่ กระบี่ เป็นการบ้านที่ต้องไปทำ บริษัทการบินไทยวันนี้เริ่มมีกำไรและมีการสั่งซื้อเครื่องบินโบอิ้งจากอเมริกา 80 ลำ สะท้อนว่าไทยกำลังก้าวสู่เอวิเอชั่นฮับของภูมิภาค ถึงเวลาแล้วที่ทุกภาคส่วนต้องช่วยกันผลักดันให้เดินไปถึงจุดนั้นให้ได้ สำหรับ 23 กรมของกระทรวงคมนาคมวันนี้ผนึกกำลังพร้อมเดินหน้าไปพร้อมกัน

“ฝากถามทาง AOT และการบินพลเรือนว่าเมื่อไหร่จะมีโรงซ่อมเครื่องบินในไทย ถ้าจะเป็นเอวิเอชั่นฮับต้องมีโรงซ่อมเครื่องบินให้เขา เคยมีข่าวว่าแอร์บัสจะมาสร้างที่อู่ตะเภา แต่ตอนนี้ไม่มีแล้ว ประเทศไทยพร้อมจะเป็นเอวิเอชั่นฮับ เสียอย่างเดียวขาดโรงซ่อมเครื่องบิน” นายพิพัฒน์กล่าว และว่าอย่างไรก็ตาม แผนระยะสั้นของตนที่จะไปสู่เอวิเอชั่นฮับ คือการเชื่อม 3 สนามบิน สุวรรณภูมิ ดอนเมือง และอู่ตะเภา เพื่อให้เกิดความสะดวกในการเดินทางของนักท่องเที่ยวมากขึ้น ซึ่งจะพยายามทำเรื่องนี้ให้จบให้ได้ข้อสรุประดับหนึ่ง

ต่อมา พลอากาศเอก มนัท ชวนะประยูร ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) กล่าวว่า แผนพัฒนาสนามบินสุวรรณภูมิยังไม่เข้ารูปเข้ารอยเท่าที่ควร อย่างไรก็ดี เมื่อตนมารับตำแหน่งได้ทำงานผลักดันให้สายการบินในไทยกลับมาอยู่ใน CAT 1 (Category 1) ซึ่งหมายถึงมีมาตรฐานความปลอดภัยการบินพลเรือนสูงสุด และอนุญาตให้ทำการบินไปสหรัฐอเมริกาได้

จากเดิมที่เคยอยู่ CAT 2 และสามารถปลดธงแดงจาก ICAO หลังจากโดนแบนมา 9 ปี ผลการประเมินได้มาตรฐานถึง 91% และในการประชุมใหญ่ไอเคโอ มีทุกประเทศเข้ามาพูดคุยขอบินเข้าไทย เช่น อินเดียขอบินเข้ามาเพิ่มขึ้น ตนเห็นว่าประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยว ผู้โดยสารเดินทางมาไทยไม่ใช่เพื่อไปประเทศอื่น เรามีผู้โดยสารทรานซิสไม่ถึง 5% ทุกคนอยากมาประเทศไทย ทำอย่างไรจะเป็นฮับ ซึ่งตอนนี้เอโอทีได้ทำมาสเตอร์แพลนศูนย์ซ่อมบำรุงที่สุวรรณภูมิแล้ว กำลังจะเกิดขึ้นพร้อมกับศูนย์ฝึกอบรมที่ฝึกอบรมทั้งนักบิน ลูกเรือ ช่างที่ควบคุมการจราจรทางอากาศ และจะต้องสร้างท่าจอดเครื่องบินส่วนตัวสำหรับมหาเศรษฐีในการขนส่งสินค้าก็ต้องรวดเร็ว

พลอากาศเอกมนัทกล่าวต่อว่า มี 2 เรื่องที่ CAAT จะทำให้สำเร็จ คือการใช้โดรนในการส่งสินค้าในเมือง กับ การใช้โดรนในการขนส่งผู้โดยสาร โดยวันที่ 29 ตุลาคม 2568 จะมีการสาธิตใช้โดรนส่งของ โดยใช้สถานที่ที่บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT ถนนแจ้งวัฒนะ ต่อไปเวลาสั่งของหรือสั่งอาหารจะมีโดรนนำอาหารมาส่งให้ในจุดรับส่ง จะทำให้เห็นว่ารวดเร็วกว่าการขนส่งในเมืองได้อย่างไร

ส่วนการขนส่งผู้โดยสาร ได้ให้บริษัทจากจีนมาสาธิตให้ดู แนวคิดคือผู้โดยสารลงเครื่องที่สุวรรณภูมิต้องนั่งรถชั่วโมงครึ่งจึงจะถึงโรงแรม แต่ถ้ามีโดรนใช้เวลาเพียง 15 นาที นอกจากนี้ได้รับจดหมายจากเลขาธิการไอเคโอให้ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมใหญ่ของไอเคโอในปีหน้า 2569 ที่เมืองทองธานี วันนั้นจะมีสาธิตขนส่งผู้โดยสารจากสนามบินดอนเมืองไปลงที่สระน้ำข้างเมืองทองด้วย ซึ่งได้เตรียมสถานที่เรียบร้อยแล้ว ตนยังได้นัดคุยกับประธานบริษัทแอร์บัสในไทย ว่าแอร์บัสจะมาตั้งศูนย์อะไหล่ที่ไทยด้วย ซึ่งจะทำให้การซ่อมบำรุงรวดเร็วมากขึ้น นี่เป็นการลงทุนที่จะเกิดขึ้น

ส่วนการขึ้นค่าธรรมเนียมสนามบิน (PSC) ที่จะเรียกเก็บจากผู้โดยสารตามที่มีข่าวในขณะนี้ ยังไม่มีการกำหนดอัตราว่าเท่าไหร่ ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับแผนการลงทุนของเอโอที จะดูราคาที่เหมาะสมซึ่งจะมีการประชุมกันในอีกสองเดือนข้างหน้า

ต่อมานายชาย เอี่ยมศิริ ซีอีโอบริษัทการบินไทย กล่าวถึงยุทธศาสตร์ที่จะผลักดันประเทศไทยให้เป็นเอวิเอชั่นฮับ ว่าอยู่ในแผนยุทธศาสตร์อยู่แล้ว แต่ประเด็นคือการนำไปสู่ภาคปฏิบัติไม่ค่อยประสบผลสำเร็จ ทำยังไงให้ประสบผลสำเร็จเราต้องเดินด้วยตัวเองก่อนแล้วชวน แคท เอโอที วิทยุการบินหารือกัน ซึ่งการจะเป็นฮับได้ มี 1.การเชื่อมโยงเครือข่ายเป็นเรื่องสำคัญมาก ถ้าไม่มีทางเลือกให้ผู้โดยสารมากเพียงพอ เขาก็ไม่เดินทางผ่านประเทศไทย 2.เวลาในการต่อเครื่องต้องไม่นานเกินไป 3.เรื่องความสามารถในการรับผู้โดยสาร (ที่นั่ง) 4.การใช้เวลาอยู่ภาคพื้นดิน การบินไทยเคยมีเครื่องบิน 103 ลำเมื่อปี 2019 พอมีปัญหาเริ่มตัดการลงทุนลดทอนจำนวนเครื่องลง ปัจจุบันเหลืออยู่ 77 ลำ แต่ในปี พ.ศ. 2576 จะเพิ่มเป็น 150 ลำ คนอาจตกใจ แต่ถ้าไม่เป็นแบบนั้นเรื่องเครือข่ายก็ไม่เกิด นี่คือโอกาสของประเทศ

“ตามแผนที่ยื่นกับ ก.ล.ต. การบินไทยจะมีเครื่องบิน 103 ลำ แต่อุตสาหกรรมวันนี้การผลิตเครื่องบินใหม่มีแบ็กล็อก 5,000 ลำแล้ว ทำให้สายการบินที่มีแผนปลดระวางเครื่องเก่า ก็ไม่ปลด จะยืดอายุสัญญาต่อไปอีก ทำให้ตลาดเครื่องบินมือ 2 แทบไม่มี ทุกวันนี้หายากมาก วันนี้ขายตั๋วยังง่ายกว่าหาเครื่องบินอีก โชคดีสองปีที่แล้วได้มา 4 ลำ (787-9) เพราะตัดสินใจเร็ว แต่วันนี้หาเครื่องไม่ได้แน่นอน จะทำอย่างไรกับแผนกว่าจะได้ 150 ลำ ตามแผนปี 2576 รออีก 8 ปี ซึ่งนานเกินไป โอกาสทางธุรกิจหายไปกับเวลา” นายชายกล่าว

นายชายกล่าวอีกว่า ปี 2569 จะรับมอบเครื่องบินลำตัวแคบตั้งแต่ปลายปีนี้ถึงสิ้นปีหน้า จำนวน 17 ลำ แต่ไม่ได้มาพร้อมกัน เครื่องบินเหล่านั้นจะบินในเส้นทางระยะสั้นถึงปานกลาง ภายในประเทศ ทุกวันนี้การบินไทยรอดมาได้เพราะขายตั๋วแบบเน็ตเวิร์ก เป็นเหตุผลว่าทำไมอยากได้เครื่องบินลำตัวกว้างบินระยะสั้นมาเติม จะเป็นเครื่องแบบไหนก็ได้ที่ลำตัวกว้าง แต่ต้องจำนวนต้องมากพอ ไม่เอาแบบเบี้ยหัวแตก “ขอพูดถึงเรื่องของเครื่อง 330-200 กับ 787-8 พูดกันมากว่าเครื่อง 330-200 บินสั้นแค่ 2 ชั่วโมง ขณะที่ 787-8 บินได้ 11 ชั่วโมง ซึ่งไม่ใช่ 330-200 บินได้เท่ากับ 787-8 ตัวที่บินได้สั้นคือ 330-300 คนละซีรีส์กัน แต่ถึงแม้ 330-200 จะบินได้ไกล ก็ไม่เอาไปบินไกล จะเอามาบินในประเทศ และเอาเครื่องลำตัวกว้างไปบินเส้นอินเตอร์คอนติเนนตัล นี่คือความตั้งใจ เราศึกษาแล้วว่ามีตลาดมีความเป็นไปได้สูง ถ้าเราไม่ลงทุนจะมีรายได้ยังไง มีธุรกิจไหนบ้างที่ไม่ลงทุนแล้วมีรายได้ก่อน”

นายชายกล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับอิบิตมาร์จิ้นของการบินไทย (กำไรก่อนหักดอกเบี้ยและภาษี) 2-3 ปีที่ผ่านมาสูงขึ้น 20%

เฟิรสต์คลาส 22% ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับสูงของอุตสาหกรรมการบิน และสูงสุดในโลกสองปีติดต่อกันแล้ว ส่วนเรื่องปรับโครงสร้างเพิ่มจำนวนกรรมการในบอร์ดการบินไทยจาก 11 เป็น 15 คนที่เป็นข่าวในเวลานี้ เหตุผลคืออยากได้จำนวนบอร์ดอิสระเพิ่มเติม เพราะตามข้อบังคับของ ก.ล.ต. ต้องมีกรรมการชุดย่อยอย่างน้อย 2 ชุด เพื่อความรู้ความสามารถที่หลากหลายในเรื่องธุรกิจการบิน ดังนั้น เป็นหน้าที่ของผู้ถือหุ้นที่จะใช้สิทธิเลือกกรรมการบอร์ดเพิ่มเติม ส่วนคุณสมบัติของบอร์ดอยากได้กรรมการที่มีความรู้ความสามารถในธุรกิจการบิน ไม่ใช่ความสามารถในการบิน หรือในการเป็นผู้โดยสาร

ต่อจากนั้น นายสิทธิเดช มัยลาภ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สกาย ไอซีที จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทสกาย นำเทคโนโลยีเข้าไปพัฒนาในสนามบินเกือบ 6 ปีแล้ว เพื่อให้การทำงานบริการมีประสิทธิภาพมากขึ้น มีตั้งแต่ระบบเอไอ โรบอต ระบบการเช็กอิน การตรวจเช็ก

หนังสือเดินทาง การผ่านประตูอัตโนมัติเพื่อเข้าสู่เกสต์ บอร์ดิ้งพาสต์ โดยใช้ภายในสนามบินทั้ง 13 แห่งภายใต้การท่าอากาศยานและกรมท่า เป็นเงินลงทุน 4,200 ล้านบาท ล่าสุดมีการใช้ไบโอเมตทริกเป็นการยืนยันตัวตนด้วยใบหน้า ถือเป็นระบบที่ดีที่สุดและมีมาตรฐานเดียวกันกับสนามบินใหญ่ทั่วโลกที่ใช้ ไม่ว่าอเมริกา เกาหลี อีกโครงการที่ให้บริการคือ ข้อมูลดาต้าผู้โดยสารที่เดินทางเข้าออกประเทศ ต้องมีการตรวจสอบข้อมูลกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อตรวจเช็กประวัติอาชญากร หรือตรวจสอบว่าอยู่ในบัญชีดำหรือไม่ ก่อนเข้าและออกนอกประเทศ ถือเป็นเรื่องความมั่นคงของประเทศ ทั้งสองโครงการนี้ลงทุนรวมแล้ว 6,300 ล้านบาท เป็นเงินลงทุนของบริษัทสกาย 100 เปอร์เซ็นต์

ดังนั้น รายได้ของสกายมาจากจำนวนของผู้ใช้บริการ มีผู้ใช้งานมากเท่าไหร่ก็มีรายได้มากเท่านั้น ซึ่งที่ผ่านมาแสดงให้เห็นว่าจำนวนผู้โดยสารมีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น โดยผู้โดยสารภายในประเทศอัตราเฉลี่ยโตเพิ่มขึ้น 4.3-14.6% แล้วแต่สนามบิน ที่จังหวัดตรัง พิษณุโลก อุบลฯ ขอนแก่น มีอัตราการเติบโตของผู้โดยสาร 9 เดือนของปีนี้อยู่ที่ 16.6% สนามบินหลัก ดอนเมือง เชียงใหม่ เชียงราย เติบโตเพิ่มขึ้น 4.3% แสดงว่าการเดินทางในประเทศช่วยพยุงอัตราการตกลงของจำนวนนักท่องเที่ยวได้ 6% อนาคตถือเป็นการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีเป็นบวก

ด้านนางสาวปวีณา จริยวุฒิพงศ์  รักษาการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย กล่าวว่า สัดส่วนของรายได้ท่าอากาศยานที่มาจากการบินโดยตรง เช่น ค่าบริการลงจอดและค่าบริการผู้โดยสารขาออก และรายได้อื่น ๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการบินโดยตรง เช่น รายได้จากพื้นที่เชิงพาณิชย์ในท่าอากาศยานมีสัดส่วน 50/50 บริษัทท่าอากาศยานไทยมีแผนที่จะต้องพัฒนาเพิ่มเติมไปสู่ความเป็นฮับ ซึ่งอยู่ระหว่างการนำเสนอ ครม. โดยการสร้างระบบอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ภายในท่าอากาศยาน

โดยขนาดของอาคารใหญ่ขึ้นกว่าเดิมมาก ตัดหลุมจอดเพื่อพื้นที่เป็นศูนย์ซ่อมบำรุงเครื่อง เพิ่มพื้นที่คลังสินค้า ทำให้เป็นฮับได้อย่างแท้จริง นอกจากนี้ยังมีพื้นที่ว่างเปล่าอีก 3 ไร่ เพื่อทำเป็นคาร์โก้กราวนด์เซอร์วิส เทรนนิ่งเซ็นเตอร์ในการสนับสนุนธุรกิจการบิน มีธุรกิจขนส่งเพิ่มเข้ามา เพิ่มพื้นที่ให้รถบรรทุกเข้ามาจอดเพื่อบรรทุกสินค้า และมีฟรีโซนเป็นธุรกิจที่เพิ่มรายได้ให้เอโอที ยกตัวอย่างที่สุวรรณภูมิ การเติบโตของผู้โดยสารเพิ่มขึ้น ความสามารถในการรองรับอยู่ที่ 60 ล้านคน เวลานี้แน่นมาก ทำให้ต้องสร้างส่วนต่อขยายของอาคารอีก และสร้างเซาท์เทอร์มินอล ลงทุน 2 แสนล้านบาท คาดว่าใช้เวลา 4-5 ปี จะเสร็จเรียบร้อยสมบูรณ์ในปี 2576

 

แท็กที่เกี่ยวข้อง

AOT พิพัฒน์ รัชกิจประการ