เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
กรุงเทพเดือด เซ็นทรัล-เดอะมอลล์-แพลทินัม เปิดห้างใหม่  สัปดาห์เดียวกัน
Business กรุงเทพเดือด เซ็นทรัล-เดอะมอลล์-แพลทินัม เปิดห้างใหม่ สัปดาห์เดียวกัน
ซีพี ออลล์ แจงปมกดบัตรคอนเสิร์ต ยันคุ้มครองสิทธิและศักดิ์ศรีพนักงาน
Biz Movement ซีพี ออลล์ แจงปมกดบัตรคอนเสิร์ต ยันคุ้มครองสิทธิและศักดิ์ศรีพนักงาน
อาลัย“อรุณ ชัยเสรี”ปรมาจารย์ด้านวิศวกรรมโครงสร้าง ผู้ออกแบบตึกช้าง
Real Estate อาลัย“อรุณ ชัยเสรี”ปรมาจารย์ด้านวิศวกรรมโครงสร้าง ผู้ออกแบบตึกช้าง
กทม.ช่วยสังคมเปิดคอร์สฝึกอาชีพ 105 บาทเสริมศักยภาพ-สร้างรายได้
SD กทม.ช่วยสังคมเปิดคอร์สฝึกอาชีพ 105 บาทเสริมศักยภาพ-สร้างรายได้
ไทยเบฟ พัฒนาชุมชนยั่งยืนผนึกจุฬาฯ เชื่อมห้องเรียนสู่ท้องถิ่น
SD ไทยเบฟ พัฒนาชุมชนยั่งยืนผนึกจุฬาฯ เชื่อมห้องเรียนสู่ท้องถิ่น
พระราชินี พระราชทานรางวัลชนะเลิศกอล์ฟควีนส์คัพไทยแลนด์ แชมเปี้ยนชิพ 2569
ข่าวในพระราชสำนัก พระราชินี พระราชทานรางวัลชนะเลิศกอล์ฟควีนส์คัพไทยแลนด์ แชมเปี้ยนชิพ 2569
ตราดชงแผนรับมือฤดูกาลผลไม้ตะวันออก แก้ราคาตกต่ำ-แรงงานขาดแคลน
เศรษฐกิจภูมิภาค ตราดชงแผนรับมือฤดูกาลผลไม้ตะวันออก แก้ราคาตกต่ำ-แรงงานขาดแคลน
“ดร.เอกก์” ชี้ทางรอด SMEs เชียงใหม่ “เจาะลึก-แม่นยำ” ดึงไปรษณีย์ไทยช่วยกระจายสินค้า
เศรษฐกิจภูมิภาค “ดร.เอกก์” ชี้ทางรอด SMEs เชียงใหม่ “เจาะลึก-แม่นยำ” ดึงไปรษณีย์ไทยช่วยกระจายสินค้า
ทชม. ซ้อมใหญ่แผน CEMEX-26 จำลองเหตุ “กราดยิง-วินาศกรรม” รับมือภัยคุกคาม
เศรษฐกิจภูมิภาค ทชม. ซ้อมใหญ่แผน CEMEX-26 จำลองเหตุ “กราดยิง-วินาศกรรม” รับมือภัยคุกคาม
“ภาวุธ” ห่วงติดกับ แพลทฟอร์มต่างชาติกินรวบ เสนอรัฐคุย “ยักษ์” ทุกค่าย
News “ภาวุธ” ห่วงติดกับ แพลทฟอร์มต่างชาติกินรวบ เสนอรัฐคุย “ยักษ์” ทุกค่าย
ดูทั้งหมด

รัฐบาลตั้งโต๊ะแจงเหตุไทย-กัมพูชา ย้ำไม่ยอมเสียดินแดน ลั่นเปิดด่านเป็นเรื่องสุดท้าย

03 พ.ย. 2568 | 15:51น.
รัฐบาลตั้งโต๊ะแจงเหตุไทย-กัมพูชา ย้ำไม่ยอมเสียดินแดน ลั่นเปิดด่านเป็นเรื่องสุดท้าย

รัฐบาลตั้งโต๊ะแจงเหตุไทย-กัมพูชา ย้ำไม่ยอมเสียดินแดน ลั่นเปิดด่านเป็นเรื่องสุดท้าย

รัฐบาลตั้งโต๊ะแจงไทม์ไลน์เหตุปะทะไทย-กัมพูชา ย้ำไม่ยอมเสียดินแดนแน่ ลั่นเปิดด่านเป็นเรื่องสุดท้าย กต.เผยเดินหน้าสํารวจหมุดเขตแดนเร่งด่วน จ.สระแก้ว จ่อจัดประชุม JBC ม.ค. 69 กห.คาดถอนอาวุธหนักเสร็จสิ้นปีนี้

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงความคืบหน้าผลการหารือระหว่างนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย และนายกรัฐมนตรีกัมพูชา และการประชุมที่เกี่ยวข้อง (JBC และ GBC) โดยมีนายเบญจมินทร์ สุกาญจนัจที อธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย กระทรวงการต่างประเทศ, พล.ร.ต.สุรสันต์ คงสิริ โฆษกกระทรวงกลาโหม, พล.ต.วิทัย ลายถมยา โฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย, พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก พล.ร.ต.ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ, พล.อ.ท.จักรกฤษณ์ ธรรมวิชัย โฆษกกองทัพอากาศ และ พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่วมแถลง

นายสิริพงศ์กล่าวว่า การหารือระหว่างนายกฯไทยและนายกฯกัมพูชา และมีการลงนามถ้อยแถลงร่วมเมื่อวันที่ 26 ต.ค.ที่ผ่านมา เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนในทุกประเด็นที่เกี่ยวกับชายแดนไทย-กัมพูชา โดยก่อนหน้านั้นไทย-กัมพูชา เคยมีสัมพันธ์อันดี จนกระทั่งเดือน มี.ค. 2568 ที่ผ่านมา มีการรุกล้ำเข้ามาทำให้เกิดความไม่สบายใจ และไทม์ไลน์เหตุการณ์เกิดขึ้นในเดือน พ.ค. มีการรุกล้ำขุดคูเลสของฝั่งกัมพูชา ทำให้ยิงต่อสู้กัน

กระทั่งเดือน ก.ค.เกิดเหตุทหารไทยเหยียบกับระเบิดจนเกิดความสูญเสีย จนถึงวันที่ 24 ก.ค. ระเบิดจากทางกัมพูชา ยิงมาตกลงที่ปั๊มน้ำมันฝั่งไทย ใน จ.ศรีสะเกษ และมีการปะทะกันเป็นเวลา 4 วัน 5 คืน เกิดความสูญเสียและบาดเจ็บ จนถึงวันที่ 28 ก.ค.ที่ผ่านมา รองนายกฯในเวลานั้นได้เดินทางไปลงนามตกลงหยุดยิงทั้งสองฝ่ายพร้อมกันในเวลาเที่ยงคืน และให้มีผู้สังเกตการณ์คนนอกเข้ามาร่วม นับจากนั้นการดำเนินการระหว่างไทย-กัมพูชาถูกจับตามองโดยสังคมโลก

นายสิริพงศ์กล่าวว่า ขณะนี้ผ่านมา 96 วัน ที่คนไทยอยากใช้ชีวิตปกติสุขโดยไม่เสียดินแดน จนนำมาซึ่งข้อตกลงที่ไทยยืนยันใน 4 ข้อหลัก และนายกฯได้ลงนามถ้อยแถลงเพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติในการดำเนินการต่อไป รวมถึงเรื่องของไซเบอร์สแกม

นอกจากนั้น นายกฯลงนามแต่งตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนและปฏิบัติตามเอกสารถ้อยแถลง โดยมีผู้บัญชาการทหารสูงสุดเป็นประธาน มีหน้าที่ประเมินติดตามผลของทั้งฝั่งกัมพูชาและฝั่งไทย และอำนวยการคณะผู้สังเกตการณ์ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและสงบ

“ยืนยันว่ารัฐบาลมุ่งมั่นตั้งใจนำความสงบสุขกลับคืนสู่คนไทย โดยยึดหลักไม่เสียดินแดนแม้แต่ตารางเซนติเมตรเดียว และในช่วงเวลา 1 เดือนที่ผ่านมาของรัฐบาลนี้ ไม่ได้มีการสูญเสียดินแดน ไม่ได้ยินการสูญเสียเลือดของทหารและประชาชน และจะดำเนินการเพื่อให้ประชาชนใช้ชีวิตปกติ และรักษาธิปไตยไทย“

นายสิริพงศ์กล่าวว่า สำหรับการเปิดด่านรัฐบาลมีแนวทางชัดเจนว่าจะเป็นสิ่งสุดท้ายที่รัฐบาลจะพิจารณาทำ หลังจากที่กัมพูชาดำเนินการตามเงื่อนไขไทยครบทั้ง 4 ข้อ ตามที่ให้คำมั่นไว้ในลงนามถ้อยแถลงเท่านั้น ขอให้มั่นใจว่ารัฐบาลไม่สยบยอมกับกัมพูชาแน่นอน

ผู้สื่อข่าวถามถึงความชัดเจนการปล่อยทหาร 18 นายของกัมพูชา ความชัดเจนเป็นอย่างไร นายสิริพงศ์กล่าวว่าถ้าไปดูในการลงนามถ้อยแถลง เมื่อวันที่ 26 ต.ค. ที่กระบวนการเหล่านี้จะเริ่มต้นต่อเมื่อกัมพูชาทำตาม 4 ข้อตกลงของไทยอย่างจริงจัง ในระหว่างนี้อยู่ระหว่างการประเมินว่ากัมพูชาจะดำเนินการตามข้อเรียกร้องของไทยหรือไม่

เมื่อถามว่าจะมีความชัดเจนที่จะไม่ทำให้เสียดินแดน เช่น ปราสาทตาควาย อย่างไร นายสิริพงศ์กล่าวว่าเหตุการณ์ปะทะรุนแรงได้หยุดยิงไปตั้งแต่วันที่ 28 ก.ค.ที่ผ่านมาไปแล้ว ไม่มีการไปปะทะต่อได้ แนวทางที่รัฐบาลจะทำคือการเจรจา รวมถึงการปักปันเขตแดน และกรณีพิพาทที่เป็นปัญหาที่ต้องพูดคุยในระดับทวิภาคีร่วมในทุกพื้นที่ที่เห็นไม่ตรงกัน

เมื่อถามย้ำว่าจะมีกรอบเวลาดำเนินการในพื้นที่ประสาทตาควาย หรือบ้านหนองจานอย่างไร นายสิริพงศ์กล่าวว่าในระยะเวลาอันสั้น ยังไม่มีกรอบเวลา แต่จะทำในสิ่งที่เป็นข้อตกลงไปก่อน

ขณะที่นายเบญจมินทร์ สุกาญจนัจที อธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย กระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงผลสรุปการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (เจบีซี) ระหว่างไทย-กัมพูชา ตลอดเวลาที่ผ่านมาว่า กลไกเจบีซีเป็นกลไกทางเทคนิคในการสำรวจจัดทำหลักเขตแดน และมีการประชุมสมัยวิสามัญเมื่อวันที่ 21-22 ตุลาคมที่ผ่านมา ที่จังหวัดจันทบุรี

ซึ่งผลลัพธ์การประชุมแบ่งออกเป็นสามประเด็นหลัก ได้แก่ 1.การซ่อมแซมและจัดทำหลักเขตแดน เพื่อเปลี่ยนหรือทดแทนหลักเขตแดนเดิมที่เสียหาย ที่ทั้งสองฝ่ายเคยมีความเห็นตรงกันแล้ว

2.เร่งรัดการแก้ไขทีโออาร์ปี 2003 เพื่อนำเทคโนโลยีไลดาร์ (LiDAR) มาใช้ทำแผนที่ภาพถ่ายทางอากาศ โดยเห็นชอบให้มีการทดลองใช้เทคโนโลยีดังกล่าวภายในในช่วงสัปดาห์แรกของเดือนธันวาคม 2568

3.เห็นพ้องต่อกระบวนการสำรวจและจัดทำหมุดชั่วคราวอย่างเร่งด่วน บริเวณหลักเขตแดน 42-47 ซึ่งเป็นพื้นที่บ้านหนองจานและบ้านหนองหญ้าแก้ว เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ชัดเจน และให้หน่วยงานท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องสามารถบริหารจัดการประเด็นที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับการรับรองที่ดินในบริเวณดังกล่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยหวังว่าจะมีส่วนช่วยลดการกระทบกระทั่ง และความขัดแย้งในรูปแบบต่าง ๆ

นายเบญจมินทร์กล่าวต่อว่า ในส่วนการสำรวจและทำหมุดชั่วคราว ขณะนี้ฝ่ายกัมพูชากำลังพิจารณาร่างคำแนะนําทางเทคนิค (Technical Instructions) สำหรับการสำรวจและวางหมุดชั่วคราวในบริเวณเร่งด่วน ซึ่งฝ่ายไทยได้จัดทำร่างหนังสือแล้ว และกำลังรอคำตอบอยู่ โดยกำหนดไว้ภายในวันที่ 14 พฤศจิกายน

จากนั้นจะเริ่มสำรวจวางหมุดชั่วคราวภายในวันที่ 17 พฤศจิกายน โดยแผนงานคร่าว ๆ คือเริ่มจากหลักเขตแดน 42-43 แล้วตามด้วยหลักเขตแดน 46-47 และ 43-46 ตามลำดับ ซึ่งเมื่อทั้งสองฝ่ายดำเนินการแล้ว ต้องนำผลสำรวจนำเสนอต่อรัฐบาลของแต่ละฝ่ายเพื่อขอความเห็นชอบ และเพื่อกำหนดกลไกที่เหมาะสมต่อการปรับการถือครองที่ดินของทั้งสองฝ่าย

นายเบญจมินทร์กล่าวว่า ยืนยันว่าการวางหมุดชั่วคราวมีวัตถุประสงค์เพื่อการสำรวจเท่านั้น ไม่กระทบต่อสิทธิของไทยและกัมพูชาในเรื่องของเขตแดนตามกฎหมายระหว่างประเทศ

นายเบญจมินทร์กล่าวว่า นอกจากนี้ ยังมีการตกลงกันว่าให้มีการประชุมเจบีซีอีกครั้ง เพื่อติดตามการดำเนินการในเรื่องดังกล่าวของทั้งสองฝ่าย โดยจะจัดให้มีขึ้นในช่วงต้นเดือนมกราคม 2569

ผู้สื่อข่าวถามว่า การแก้ไขทีโออาร์ 2003 จะทำให้ประเทศไทยเสียเปรียบหรือไม่ นายเบญจมินทร์กล่าวว่า ทีโออาร์ 2003 เป็นข้อปฏิบัติจาก MOU 43 จึงไม่มีเนื้อหาอันใดที่จะทำให้เสียเปรียบได้ เป็นการกำหนดรายละเอียดแก่ผู้ปฏิบัติเท่านั้น

ด้าน พล.ร.ต.สุรสันต์ คงศิริ โฆษกกระทรวงกลาโหม แถลงถึงความเชื่อมโยงระหว่าง JBC GBC และการแถลงร่วม (Joint Declaration) ระหว่างนายกรัฐมนตรีของไทยและกัมพูชา ว่าจากการเจรหยุดยิงกันในวันที่ 28 ก.ค. เป็นผลให้มีแนวทางในเรื่องการพูดคุยเจรจาเพื่อหาข้อตกลงกัน ว่าจะทำอย่างไรให้สภาพของพื้นที่ชายแดนสามารถกลับคืนสู่สภาวะปกติ

โดยขอยืนยันว่าหัวใจสำคัญของการพูดคุยทั้งหลายคือประชาชน และทำอย่างไรให้ฟื้นฟูหรือคืนสภาพสงบสุขให้กับพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะที่มีถิ่นพำนักอยู่ในพื้นที่บริเวณชายแดน เป็นสิ่งที่ทุกฝ่ายเห็นพ้องต้องกันและพยายามฟื้นฟูกลับมาสู่สภาวะปกติ

ในเรื่องของความแตกต่างระหว่าง GBC และ JBC นั้น GBC จะเป็นการพูดคุยในมิติความมั่นคงในทุก ๆ ด้าน รวมถึงสภาพเศรษฐกิจความเป็นอยู่ การฟื้นฟูในเรื่องของการเกษตรก็ดี ทำอย่างไรให้สภาพของพื้นที่บริเวณชายแดนกลับมาสู่สภาพปกติ และประชาชนทั้งหมดสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข ส่วน JBC นั้นมีจุดมุ่งเน้นที่การสำรวจเส้นเขตแดน โดยจะทำงานร่วมกัน และนำไปสู่ Joint Declaration

พล.ร.ต.สุรสันต์กล่าวว่า ที่ผ่านมา GBC มีการพูดคุยกันทุกปี แต่เนื่องจากว่าระเบียบข้อบังคับให้ได้มีปีละครั้ง จึงเกิดเป็น GBC สมัยวิสามัญ และสมัยพิเศษขึ้นมา เนื่องจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นมาเพื่อร่วมกันหารือ เพราะท้ายที่สุดแล้วการเจรจาเป็นวิธีที่ดีที่สุดที่จะนำสองฝ่ายเข้าสู่สันติ

พล.ร.ต.สุรสันต์กล่าวว่า ในเรื่องของความเป็นมาของ GBC สมัยพิเศษ จากการเจรจาหยุดยิงในวันที่ 28 ก.ค. จึงมีการนัด GBC สมัยวิสามัญที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ เมื่อวันที่ 7 ส.ค. ในเรื่องของการหยุดยิ่งด้วยอาวุธทุกขนิด เพื่อดำรงไว้ซึ่งสภาพแวดล้อมโดยรวม รวมถึงการวางกำลังต่าง ๆ จะอยู่ในที่ตั้ง นอกนั้นจะมีการพูดถึงการหลีกเลี่ยงการใช้กำลังประเภทต่อพลเรือนโดยเด็ดขาด เนื่องจากมีประชาชนไทยที่เป็นผู้บริสุทธิ์บาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก

ส่วนของการประชุม GBC สมัยพิเศษ เมื่อวันที่ 10 ก.ย. และ 23 ต.ค. ที่จะนำไปสู่ Joint Declaration ในระดับนายกรัฐมนตรี โดยในส่วนวันที่ 10 ก.ย. เราได้เริ่มมีการหยิบยกและพูดคุยในเรื่องของการถอนอาวุธหนัก เก็บกู้ทุ่นระเบิด ปราบปรามไซเบอร์สแกม และฟื้นฟูและนำพื้นที่ที่มีปัญหาไปสู่ความสงบ โดยการถอนอาวุธหนักคาดว่าจะสิ้นสุดในสิ้นปีนี้

ส่วนข้อกังวลที่ว่าการถอนอาวุธหนักนั้นจะเป็นการถอนกำลังทหารทั้งหมดเลยหรือไม่ ขอยืนยันว่าเป็นแค่การถอนอาวุธหนัก กองกำลังป้องกันชายแดนที่มีการวางกำลังอยู่ในพื้นที่เดิมอยู่แล้ว ไม่มีการถอนกำลังใด ๆ และยังคงปฏิบัติหน้าที่อยู่เช่นเดิม

ในส่วนของการเก็บกู้ทุ่นระเบิด แน่นอนว่าศูนย์กลางคือพี่น้องประชาชนที่มีความจำเป็นต้องใช้ชีวิตอยู่ในพื้นที่ เพราะหากยังมีทุ่นระเบิดเหลืออยู่ในพื้นที่ก็อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต ในช่วงเวลาที่ผ่านมาได้มีการประชุมในเรื่องนี้ด้วยเช่นเดียวกัน โดยได้มีการจัดตั้งหน่วยปฏิบัติงานร่วมกัน และจัดทำมาตรฐานขั้นตอนปฏิบัติงาน (SOP) โดยทางฝ่ายไทยได้เสนอพื้นที่นำร่อง 13 พื้นที่ ตลอดแนวชายแดน

ส่วนฝ่ายกัมพูชาในช่วงนั้นไม่ได้เสนอพื้นที่ใดเลย แต่มาเสนอพื้นที่ภายหลัง 1 พื้นที่ในการเก็บกู้ทุ่นระเบิด โดยที่ได้มีการดำเนินการไว้บ้างแล้วในบางส่วน แม้จะมีข่าวที่ว่ามีการขัดขวางจากทางกัมพูชาบ้าง โดยทาง Joint Declaration ได้มีการเห็นชอบในเรื่องของข้อตกลงต่าง ๆ เหล่านี้ อันนี้ก็เป็นไปตามแนวคิดของ Ottawa Convention เนื่องจากที่ผ่านมามีการวางทุ่นระเบิดสังหารบุคคล ถึงแม้ว่าจะเสร็จสิ้นการปะทะก็ยังมีเรื่องของการแอบมาวางทุ่นระเบิดในพื้นที่

ในส่วนประเด็นด้านไซเบอร์สแกม ทาง GBC ได้พูดคุยว่าเราจะมีการฟอร์มทีมขึ้นมาเป็นคณะกรรมการร่วม เส้นทางสำรวจของทั้งสองประเทศก็ได้ตกลงกันจะตั้ง Joint Task Force โดยปัจจุบันได้มีการจัดส่งรายชื่อเรียบร้อย และได้มีการตกลงทำ Joint Action Plan เพื่อสามารถกำหนดเวลาในการดำเนินการ ในด้าน JD ทั้งสองฝ่ายก็มีความเห็นพ้อง เรื่องความสำคัญในการปราบปรามไซเบอร์สแกม และให้ดำเนินการตามเงื่อนไข หรือข้อตกลงที่ GBC ได้กำหนดไว้

สุดท้ายในเรื่องของการบริหารจัดการพื้นที่ขัดแย้งตามแนวชายแดน สืบเนื่องมาจากหลัก ๆ แล้วพื้นที่ที่มีความขัดแย้งก็ถ้ามีการนำมาบรรจุในการหารือกัน เพื่อให้พื้นที่อย่างต่ำสามารถกลับคืนสู่สภาวะปกติได้ โดยประเด็นนี้ได้พูดคุยไปและมอบหมายให้ทาง JBC ซึ่งมีกระทรวงการต่างประเทศรับผิดชอบ ไปพูดคุยในเรื่องของการสำรวจเช่นเขตแดนให้ขัดเจน เพื่อแบ่งพื้นที่ให้ชัดเจนว่าอันไหนเป็นพื้นที่ของไทย อันไหนเป็นพื้นที่ของกัมพูชา ซึ่งได้นำผลไปบรรจุไว้ในข้อตกลง Joint Declaration เมื่อวันที่ 26 ต.ค. เรียบร้อยแล้ว