Skip to content

ดอกไม้แห่งแผ่นดิน “สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์”

06 พ.ย. 2568 | 08:30น.
ดอกไม้แห่งแผ่นดิน “สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์”

ดอกไม้กับหญิงงามเป็นของคู่กันเสมอ ไม่ว่าจะมองเช่นไร และในห้วงเวลาแห่งความสูญเสียพระมิ่งขวัญแห่งปวงชนชาวไทยนี้ “ประชาชาติธุรกิจ” อยากพาพสกนิกรไปทำความรู้จักกับ “ดอกไม้แห่งแผ่นดิน” ซึ่ง สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ได้ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณพระราชทานพระราชานุญาตอัญเชิญพระนามาภิไธยไปตั้งเป็นชื่อดอกไม้งาม 6 ชนิด

ด้วยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ได้ทรงทอดพระเนตรเห็นถึงสภาพความเสื่อมโทรมของป่าไม้และดอกไม้นานาพรรณ จึงมีพระราชกรณียกิจมากมายเพื่ออนุรักษ์และส่งเสริมพันธุ์ไม้ของพระองค์ให้เป็นที่ประจักษ์แก่สายตาชาวโลก โดยเฉพาะ “กล้วยไม้แคทลียา ควีนสิริกิติ์” กล้วยไม้ลูกผสม ดอกขาวนวลแต่งแต้มสีเหลืองทองตรงกลาง ซึ่งได้รับรางวัลยอดเยี่ยมจากสหราชอาณาจักร และได้รับการขอพระราชทานพระราชานุญาตจดทะเบียนพระนามาภิไธยเมื่อปี พ.ศ. 2501

“กุหลาบควีนสิริกิติ์” ซึ่งได้รับพระราชทานชื่อเมื่อ พ.ศ. 2514 มีความหมายเป็นสัญลักษณ์ความรุ่งเรืองและความงดงามของสตรีไทย อีกทั้ง “กุหลาบควีนสิริกิติ์” ยังเคยได้รับรางวัลชนะเลิศจากการประกวดพันธุ์ไม้ที่ประเทศไอร์แลนด์

“โมกราชินี หรือ โมกสิริกิติ์” ช่อดอกสีขาว หรือขาวปนเขียวอ่อน มีกลิ่นหอมอ่อน ๆ ค้นพบโดยศาสตราจารย์ ดร.ธวัชชัย สันติสุข บริเวณภูเขาหินปูน จ.สระบุรี ถือเป็นพันธุ์ไม้ชนิดใหม่ของโลก จึงได้ขอพระราชทานพระราชานุญาตใช้ชื่อพันธุ์ไม้นี้ตามพระนามาภิไธยของพระบรมราชชนนีพันปีหลวง เมื่อปี พ.ศ. 2544

“มหาพรหมราชินี” ดอกไม้ที่ชั้นในเป็นสีม่วงแดงเข้ม ชั้นนอกเป็นสีขาวบริสุทธิ์ มีกลิ่นหอมชวนหลงใหล มีถิ่นกำเนิดอยู่บริเวณยอดเขาสูง ในเขต อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน ถูกค้นพบโดย ดร.ปิยะ เฉลิมกลิ่น ได้รับพระราชทานพระราชานุญาตให้ใช้พระนามาภิไธย เพื่อร่วมเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 12 สิงหาคม 2547

“บัวควีนสิริกิติ์” บัวลูกผสมที่มีสีม่วงตรงปลายกลีบ ไล่สู่สีขาวบริเวณโคน กลีบเลี้ยงขาวอมเขียว ถือเป็นพันธุ์ไม้น้ำสายพันธุ์ใหม่ ที่ทรงได้รับพระราชานุญาตถวายพระนามเมื่อ พ.ศ. 2555 เพื่อเทิดพระเกียรติเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา

นอกจากดอกไม้ใต้พระนามาภิไธยแล้ว สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ยังทรงได้พระราชทานนามดอกไม้อีก 6 ชนิด เพื่อให้ประชาชนได้อนุรักษ์สืบไป ได้แก่

“นิมมานรดี” ดอกกล้วยไม้ขนาดกลีบเล็กสีขาว กลีบปากที่ปลายมีพื้นสีเหลืองเข้ม มีรอยคล้ายแต้มสีแดงเข้มที่โคนกลีบ โดยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระราชทานนามไว้เมื่อครั้งเสด็จฯ ทอดพระเนตรพันธุ์ไม้ ณ บริเวณโคกนกกระบา เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง จังหวัดเลย เดือนมีนาคม พ.ศ. 2534

“มณีเทวา” ไม้ล้มลุก ดอกกลมสีขาวออกเป็นช่อ พบมากในภาคตะวันออกและตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย มณีเทวายังมีชื่อสามัญว่ากระดุมเงิน หรือหญ้าตุ้มหู หรือหญ้าผมหงอก เป็นไม้ล้มลุก ดอกกลมสีขาว ออกเป็นช่อ พบมากในภาคตะวันออกและตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย ออกดอกช่วงเดือนตุลาคม-กุมภาพันธ์

“สร้อยสุวรรณา” มีชื่อเรียกทั่วไปคือเหลืองพิศมร หญ้าสีทอง สาหร่ายดอกเหลือง เป็นไม้ล้มลุกกินแมลงกอเล็ก ๆ ออกดอกเป็นช่อสีเหลือง งามสะพรั่งช่วงเดือนตุลาคม-ธันวาคม ในประเทศไทยพบตามพื้นที่โล่งและชุ่มชื้นในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน

“ทิพเกสร” หรือหญ้าฝอยเล็ก มีดอกสีม่วงอ่อนแกมชมพู ออกดอกช่วงสิงหาคม-ธันวาคม ในประเทศไทยพบมากทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน

“สรัสจันทร” เป็นไม้ล้มลุกขนาดเล็ก ดอกสีชมพูจนถึงสีม่วงอ่อนอมฟ้า ส่วนปลายมีสีเหลืองหรือสีครีม พบตามบริเวณทุ่งหญ้าเปิด ริมหนองน้ำ และบริเวณพื้นที่ชุ่มน้ำ ในช่วงเดือนกันยายน-ธันวาคม มีชื่อเรียกอีกมากมายหลายชื่อ อาทิ หญ้าแลไข่กา จำปีบะ ดอกดิน กล้วยเล็บมือนาง กล้วยมือนาง หญ้าหนวดเสือ เลื้อมนกเขา หญ้านกเขา

การนี้ไม่ทรงเพียงอนุรักษ์ดอกไม้งามเท่านั้น แต่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ยังทรงมีพระราชดำรัสพระราชทานแก่คณะบุคคลต่าง ๆ ที่เข้าเฝ้าฯ ถวายพระพรชัยมงคลในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ณ ศาลาดุสิดาลัย พระราชวังดุสิต เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2534 ความว่า

“ป่าไม้ของประเทศไทยเรียกว่าป่าฝน ซึ่งชาวต่างประเทศเขาบอกว่าแหล่งน้ำของไทยนี่มาจากป่าฝน เขาใช้คำว่า Rain Forest ว่าเรานี่แหล่งน้ำได้มาจากที่นี่ ถ้าเราตัดป่ามาก ๆ ข้าพเจ้าก็เกรงว่าน้ำของเรานี่ก็จะหมดไป ค่อย ๆ ร่อยหรอไป ไม่สมดุลกับการเกิดของประชากรที่ต้องใช้น้ำ ป่าไม้นี้ช่วยซึมซับน้ำฝนไว้ใต้ดิน เรียกว่าทำน้ำใต้ดินแล้วค่อย ๆ ระบายลงมาเป็นธารน้ำ เป็นลำคลอง เป็นแม่น้ำ ที่ให้เราใช้ได้เสมอมา เราจึงควรถนอมรักษาป่าไว้ให้คงอยู่เป็นต้นน้ำลำธาร เพื่อว่าลูกหลานเราจะได้ไม่ลำบาก”

นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้นที่ปวงชนชาวไทยได้มีแม่หลวงของแผ่นดินที่มีสายพระเนตรกว้างไกล เล็งเห็นถึงความสำคัญของการอนุรักษ์ป่าไม้ ดอกไม้นานาพรรณไว้ให้ลูกหลานเราสืบไป

แท็กที่เกี่ยวข้อง

พระบรมราชชนนีพันปีหลวง