นายกฯลั่น สันติภาพจบแล้ว ย้ำชัดฉีกปฏิญญา 4 ข้อ ไม่สนเขมร-ไม่ต้องรายงานทรัมป์
นายกฯอนุทินลั่น สันติภาพจบลงแล้ว ย้ำชัดฉีกปฏิญญา 4 ข้อไม่สนกัมพูชา บอกไม่ต้องรายงาน ’ทรัมป์’ ระบุไทยเป็นประเทศอธิปไตย ขอทำสิ่งที่มีประโยชน์กับประเทศ ชี้ทุ่นระเบิดของใหม่ฝังไว้ไม่เกิน 1 วันก่อนเกิดเหตุ
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์หลังเยี่ยมฐานปฏิบัติการอินทุมาน (ภูมะเขือ) โดยได้ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของกองพันทหารราบที่ 11 พร้อมรับฟังบรรยายสรุปสถานการณ์ทหารเหยียบทุ่นระเบิดจนได้รับบาดเจ็บ 4 นาย ซึ่ง 1 ในนั้นต้องเสียขาจากการเหยียบทุ่นระเบิด ทั้งนี้ จากรายงานสถานการณ์การเกิดเหตุเหยียบทุ่นระเบิดที่ผ่านมา จำนวน 7 ครั้ง
จากนั้น นายกฯ กล่าวให้กำลังใจกำลังพลทหารว่า ขอแสดงความเป็นห่วง และขอแสดงความชื่นชมที่นฝทำหน้าที่รักษาบ้านเมือง รักษาประชาชน ต้องถือว่าเป็นวีรกรรมที่กล้าหาญมาก พวกเราจะไม่ทิ้งกันเ ราจะไม่มีวันที่จะยอมเสียเปรียบ หรือยอมเสียดินแดน และไม่ยอมให้กำลังพลเป็นอะไร พวกเราจะดูแลอย่างเต็มที่ และให้กำลังใจกันอย่างเต็มที่ ขอให้พวกเรายึดมั่น และตั้งมั่นอยู่ในความระมัดระวังอยู่ตลอดเวลา เราจะเร่งแก้ปัญหาทั้งหมดให้เร็วที่สุด
นายกฯ กล่าวด้วยว่า วันนี้ชัดเจนแล้วว่าฝ่ายตรงข้ามละเมิดสิ่งที่ตกลงกันไว้ ชัดเจนแล้วเราจะทำในสิ่งที่เราเห็นว่าสมควรจะทำไม่อยู่ภายใต้เงื่อนไขใดๆอีกต่อไป เราต้องมีการเตรียมพร้อม และรับฟังคำสั่งจากผู้บังคับบัญชา ต้องโชคดี และปลอดภัย เพราะเราทำหน้าที่เพื่อประเทศชาติของเรา และตนจะมาหาบ่อย ๆ
ต่อมา นายกฯ พร้อมคณะได้มอบถุงยังชีพให้กับทหารแนวหน้า ก่อนจะเดินขึ้นเนินภูมะเขือเพื่อตรวจสอบเส้นทางธรรมชาติ และร่วมยืนตรงเคารพธงชาติที่เสาธงร่วมกับนายทหาร
โดย นายอนุทิน ให้สัมภาษณ์ถึงความรู้สึกที่มายืนบนฐานปฏิบัติการอินทุมาน (ภูมะเขือ) ถึงสิ่งที่รู้สึกขึ้นมาในหัวใจ ณ เวลานี้คืออะไร ว่าประเทศไทยเป็นของเรา ที่ที่เรายืนอยู่คือประเทศไทย ใครจะมาแอบอ้างอธิปไตยเหนือดินแดนของไทยไม่ได้ แต่ว่าวันนี้การที่จะพูดเรื่องนี้ เราถือว่าสิ่งที่เราได้มีข้อตกลงกันไว้ เพื่อจะเดินไปสู่การมีสันติภาพมันจบลงแล้ว จากนี้ไปรัฐบาลไทยจะดำเนินการในสิ่งที่เราเห็นว่าเป็นประโยชน์สำหรับประเทศไทย เป็นสิ่งที่ประเทศไทยจะทำโดยที่ไม่ต้องไปหารือหรือขออนุญาตใคร
นายกฯ กล่าวต่อว่า เราได้มีการหารือพูดคุยกับทางกองทัพเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา (11 พ.ย.) ได้ข้อสรุปมาค่อนข้างชัดเจนในการปฏิบัติ ซึ่งกระทรวงกลาโหมรับทราบอยู่แล้วว่าจะต้องปฏิบัติอย่างไร แต่ต้องขอความกรุณาผู้สื่อข่าวว่าเราอยากจะบอกว่าเราไม่ตอบ และขอความกรุณาว่าไม่ต้องถาม เพราะเราจะทำอะไรในเรื่องของความมั่นคงของชาติเราบอกไม่ได้ และถ้าถามมาแล้ว พอเราไม่ตอบก็กลายเป็นว่าเราย่อหย่อน หย่อนยาน แต่ความจริงเราไม่เคยหย่อนยาน เราไม่เคยคิดที่จะยอมหรือเสียเปรียบใดๆ กับฝ่ายตรงข้าม ตรงกันข้ามเราวางตัวเป็นผู้กำหนดบทบาทอยู่เสมอ
ดังนั้น วันนี้ก็เช่นกัน ยิ่งทำให้ตนในฐานะรัฐบาลที่เป็นคนลงนามในปฏิญญาก็เป็นที่ชัดเจนแล้วว่า ขณะนี้ 4 ข้อในปฏิญญา ประเทศไทยจะไม่ปฏิบัติแล้ว และจะกำหนดแนวทางดำเนินการของตัวเอง โดยรัฐบาลจะให้การสนับสนุนข้อกำหนดต่างๆ และการดำเนินการของกองทัพอย่างเต็มที่
เมื่อถามว่า มาเลเซียจะขอรื้อฟื้นเรื่องของการลงนามปฏิญญาณ ทางเราจะทบทวนหรือไม่ นายกฯย้อนถามว่า รื้อฟื้นเรื่องอะไร
ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า เรื่องการทำปฏิญญาเพื่อนำไปสู่สันติภาพ นายกฯ กล่าวว่า มันชัดเจนแล้วว่าผู้ร่วมสัญญาไม่ได้ปฏิบัติตามปฏิญญา ยิ่งวันนี้ที่มาตรงนี้เพื่อมาให้มาเห็นกับตา เมื่อผู้นำไม่ว่าจะเป็นผู้นำประเทศต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสักขีพยานที่ลงนามอยู่ในปฏิญญาในวันนั้น ถ้าท่านทั้ง 2 จะถามมา ตนก็จะสามารถตอบได้ว่าตนมาอยู่ในพื้นที่ ตนได้เห็นกับตาตัวเองแล้วว่าคู่สัญญาของประเทศไทยก็คือประเทศกัมพูชา ได้มีการละเมิดสิ่งที่ตัวเองจะต้องทำอย่างไรบ้าง บนความชัดเจนทุ่นระเบิด 4 ทุ่นที่วันนี้เหลือ 3 ทุ่น เพราะว่าทหารของเราเหยียบไป 1 ทุ่น เป็นทุ่นระเบิดใหม่ที่วางในเขตของเรา หลังจากวันที่เราได้ลงนามในข้อตกลง ซึ่งประเทศไทยทำทุกอย่างตามข้อตกลง และการพยายามที่จะดึงให้มีความล่าช้าเกิดจากฝ่ายกัมพูชา
ประเทศไทยก็ยังใช้ความอดทน เรายังเชื่อมั่นว่าการที่เรามีโลกทั้งใบเป็นพยาน มีประชาคมอาเซียนเป็นพยาน อย่างไรเสียอาจจะช้าในวันหรือสองวันข้อตกลงจะได้รับการปฏิบัติ แต่วันนี้มันพิสูจน์แล้วว่าไม่ใช่ ในเมื่อไม่ใช่ก็ไม่มีข้อตกลง และเราจะทำในสิ่งที่เห็นว่าเราต้องทำ
เมื่อถามอีกว่า เราต้องรีพอร์ตหรือรายงานไปที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา หรือไม่ นายกฯย้อนถามว่า รีพอร์ตใคร เราเป็นประเทศอธิปไตยไม่รีพอร์ตใครทั้งนั้น ถ้าเขาถามมา ถ้ามีความจำเป็นที่จะต้องตอบ ตนจะตอบอย่างเช่นเอกอัครราชทูตประเทศต่างๆทำหน้าที่ ก็ถามตน ถ้าไม่มีมีความจำเป็นจะต้องตอบ ตนก็ไม่ตอบ
ดังนั้น วันนี้เราก็จะดำเนินการตามที่ รมว.กลาโหม ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) แม่ทัพภาคที่ 2 และคนที่อยู่หน้างาน ผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี วันนี้ถ้าตนบอกแล้วว่ารักษาอธิปไตย รักษาเกียรติยศ เกียรติภูมิ รักษาจิตใจของทหาร และพี่น้องประชาชน ตนมาวันนี้ก็ขอให้ภาพมันเป็นการอธิบายตัวมันเอง หลายอย่างไม่ต้องพูดแล้ว
เมื่อถามอีกว่า วันนี้ได้บอกเจ้าหน้าที่ และกำชับให้กำลังใจอย่างไรบ้าง นายกฯ กล่าวว่า ก็เต็มที่ ตนกับพี่น้องทหารไม่ต้องใช้คำพูด ใช้สายตา ใช้แรงบีบกำมือซึ่งกันและกัน เราจะเข้าใจกันดี ตนมั่นใจว่าผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารีแรงบีบขนาดนี้คือต้องการให้มันเป็นอย่างไร



