Skip to content

ไทยจ่อชิงศูนย์กลาง Hub อาเซียน หลังพักรบเทรดวอร์สหรัฐ-จีน 1 ปี

17 พ.ย. 2568 | 09:29น.
ไทยจ่อชิงศูนย์กลาง Hub อาเซียน หลังพักรบเทรดวอร์สหรัฐ-จีน 1 ปี

สรท.ประเมินผลข้อตกลงทางเศรษฐกิจระหว่างสหรัฐ–จีน ปี 2025 “ชั่วคราว” สัญญาณบวกให้ประเทศในเอเชีย รวมถึงไทย ได้หายใจคล่องขึ้นในระยะสั้น แต่ในระยะยาว ไทยต้อง “เตรียมตัว ปรับตัว และยกระดับโครงสร้างเศรษฐกิจการส่งออก” เพื่อรับมือความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นเมื่อข้อตกลงสิ้นสุดในปีหน้า

นายธนากร เกษตรสุวรรณ ประธานสภาผู้ส่งออกสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า กรอบข้อตกลงทางเศรษฐกิจระหว่างสหรัฐ-จีน ปี 2025 ที่เพิ่งบรรลุข้อตกลงชั่วคราวนั้น จะมีการชะลอมาตรการภาษีตอบโต้ การผ่อนคลายข้อจำกัดด้านแร่ยุทธศาสตร์ และการฟื้นฟูความร่วมมือด้านเกษตรกรรมและเทคโนโลยีบางส่วน โดยมีระยะเวลาบังคับใช้เพียง 1 ปี (2568-2569) มีผลทำให้ความตึงเครียดของประเทศใหญ่นั้นผ่อนคลายลง ส่งผลเชิงบวกต่อการส่งออกไทยและห่วงโซอุปทานไทยโดยเฉพาะระบบโลจิสติกส์โลก

ขณะที่ต้นทุนค่าระวางและประกันภัยทางเรือมีแนวโน้มลดความผันผวน การขนส่งสินค้าระหว่างเอเชีย-สหรัฐจะมีความต่อเนื่องมากขึ้น ความเชื่อมั่นของนักลงทุนและคู่ค้าระหว่างประเทศจะกลับมาในระดับหนึ่ง แต่การตกลงครั้งนี้เป็นเพียงกรอบชั่วคราว ซึ่งยังไม่แก้ไขโครงสร้างปัญหาเชิงลึก เช่น มาตรการกีดกันทางเทคโนโลยีและความมั่นคงทางดิจิทัล การคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา (IP) นโยบายอุดหนุนภาคอุตสาหกรรมเชิงยุทธศาสตร์ของจีน

ดังนั้น ภาวะการแข่งขันอาจเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลาหลังครบอายุข้อตกลง 1 ปี เป็นสิ่งที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด สิ่งที่ไทยควรเร่งใช้ประโยชน์ คือ การรักษาเสถียรภาพต้นทุนโลจิสติกส์ การลดความตึงเครียดทำให้ค่าระวางเรือและค่าประกันภัยระหว่างเอเชีย-สหรัฐทรงตัวดีขึ้น ซึ่งเป็นผลดีโดยตรงต่อผู้ส่งออกไทยในกลุ่ม อิเล็กทรอนิกส์และชิ้นส่วน ยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ไฟฟ้า (EV Supply Chain) สินค้าอุปโภคบริโภคและเกษตรแปรรูป

นอกจากนี้ ไทยจะได้ช่วงชิงการเป็นศูนย์กลางของอาเซียนในห่วงโซ่การผลิตใหม่ เมื่อบางส่วนของการผลิตในจีนมีแนวโน้มย้ายฐานมายังเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มองว่าไทยสามารถใช้จุดแข็งด้านโลจิสติกส์ โครงสร้างพื้นฐาน และแรงงานมีทักษะ เพื่อดึงดูดการลงทุนและเป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงซัพพลายเชนระหว่างจีน-สหรัฐ-อาเซียน และควรหาโอกาสทางการค้าใหม่กับสหรัฐ จากกรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจใหม่ในภูมิภาค เช่น IPEF หรือความร่วมมือทวิภาคี ควรใช้จังหวะนี้ผลักดันการเข้าถึงตลาดสินค้าเกษตรแปรรูป อาหาร อิเล็กทรอนิกส์ และสินค้ามาตรฐานสูงได้มากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ยังมีความท้าทายเรื่องการแข่งขันดึงดูดฐานการผลิตในภูมิภาค ที่ไทยต้องแข่งกับเวียดนาม มาเลเซีย อินโดนีเซียที่มีภาษีและโครงสร้างพื้นฐานจูงใจนักลงทุนมากกว่า สำหรับความไม่แน่นอนของกรอบข้อตกลง 1 ปี เมื่อข้อตกลงนี้เป็นเพียงชั่วคราวทิศทางเศรษฐกิจโลกในปี 2569 อาจกลับเข้าสู่ภาวะตึงเครียดได้อีกครั้ง แนวทางการปรับตัว คือ 1.จัดตั้งศูนย์วิเคราะห์แนวโน้มภูมิรัฐศาสตร์การค้าโลก 2.เร่งปรับโครงสร้างท่าเรือและโครงข่ายโลจิสติกส์ไทย 3.ส่งเสริมการพัฒนา Green Supply Chain และมาตรฐานแรงงานสากล 4.สร้างพันธมิตรการค้าเชิงยุทธศาสตร์กับทั้งสหรัฐและจีน

แท็กที่เกี่ยวข้อง

สรท. เทรดวอร์