รมต.ประจำสำนักนายกฯเผย นายกฯเร่งงบฯ 70 มั่นใจทันใช้ 1 ต.ค. 69 เย้ยไม่ช้าเหมือนปี’66 ตั้งเป้าทำงบฯขาดดุลลด 3.9%
นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์หลังประชุมการพิจารณากำหนดวงเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ว่าที่ประชุมหารือถึงงบฯกระตุ้นเศรษฐกิจที่อนุมัติโดยรัฐบาลที่แล้ว วงเงินกว่า 1.5 แสนล้านบาท แต่ใช้จริงไปประมาณ 1.1 แสนล้านบาท จึงเร่งรัดหน่วยงานที่ได้รับจัดสรรงบประมาณเร่งเบิกจ่าย เพื่อนำไปดำเนินการเรื่องกระตุ้นเศรษฐกิจให้เร็วที่สุด
เมื่อถามว่าการเบิกจ่ายงบฯควรดำเนินการเสร็จสิ้นตั้งแต่สิ้นเดือน ก.ย.ที่ผ่านมาหรือไม่ นายภราดรกล่าวว่าควรต้องเป็นแบบนั้น ซึ่งที่จริงแล้วงบฯไม่เหลือ เนื่องจากมีการเซ็นสัญญา แต่ยังไม่เบิกจ่ายรัฐบาลจึงต้องผลักดัน เพื่อนำมาใช้กระตุ้นเศรษฐกิจให้เกิดการหมุนเวียน
เมื่อถามกรณีที่ รมว.คลังระบุจะนำเงินงบประมาณส่วนต่างมาใช้ให้เกิดความสมดุล ระหว่างช่วยเหลือน้ำท่วมกับกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างไร นายภราดรกล่าวว่า ครม.อนุมัติงบฯสำหรับน้ำท่วมไปแล้วกว่า 6,000 ล้านบาท รวมถึงปรับหลักเกณฑ์ที่เพิ่มวงเงินช่วยเหลือ โดยอยู่ในวงเงินงบประมาณเดิม จึงไม่กระทบกับงบฯกลางที่เหลือประมาณ 70,000 ล้านบาท
ซึ่งเงินจำนวนนี้ส่วนหนึ่งนายกฯ และ รมว.คลังมีแนวทางจะนำไปใช้ในโครงการคนละครึ่งพลัส เฟส 2 ที่จะเริ่มในเดือน ม.ค. 2569 ซึ่งจะเริ่มสำรวจตั้งแต่เดือน ธ.ค.นี้ เพื่อดูว่าจะใช้วงเงินดำเนินการเท่าไหร่ ตรงนี้อาจต้องนำงบฯกลางที่เหลือมาใช้บางส่วน
ทั้งนี้ เงินจากโครงการในเฟสแรกที่เหลือจากคนที่ไม่ได้ใช้สิทธิประมาณ 6,000 พันล้านบาท ได้นำไปใช้กับร้านค้าที่อัพสกิล 800 ล้านบาท และที่เหลืออีกกว่า 5,000 ล้านบาทจะนำไปรวมกับเฟสใหม่
ผู้สื่อข่าวถามว่าขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 ยังมีความจำเป็นที่ต้องกันงบฯไว้สำหรับกระตุ้นเศรษฐกิจอีกหรือไม่ นายภราดรกล่าวว่ายังไม่มีแนวทาง และในที่ประชุมที่พูดคุยกันวันนี้เป็นการอนุมัติกรอบว่ารายได้รัฐมีจำนวนเท่าไหร่ และประมาณการจัดเก็บรายได้ที่ 3.3 ล้านล้านบาท รวมถึงตั้งเป้าจัดทำงบประมาณขาดดุล 3.7 แสนล้านบาท ที่มีทิศทางขาดดุลน้อยกว่าปีที่แล้วที่ขาดดุลร้อยละ 4.4 ปีนี้จะทำให้เหลือร้อยละ 3.9 อีกทั้งนายกฯยังมีแนวทางให้การกู้เงินในช่วง 3-4 ปีนับจากนี้ เพื่อจะทำให้การขาดดุลลดลงอย่างต่อเนื่อง
เมื่อถามว่างบประมาณจะทันใช้ในวันที่ 1 ต.ค. 2569 หรือไม่ เนื่องจากจะมีการเลือกตั้งเกิดขึ้นก่อนหน้านั้น นายภราดรกล่าวว่านายกฯเป็นห่วง จึงกำหนดปฏิทินให้เร่งรัดดำเนินการได้ทันปีงบประมาณปกติ โดยคาดว่าจะผ่านความเห็นชอบจาก ครม.ช่วงเดือน ก.พ.-มี.ค. 69 ก่อนที่จะมีการยุบสภา เพื่อเผื่อเวลาช่วงสุญญากาศในช่วงการเลือกตั้ง ที่คาดว่าจะมีการจะเลือกตั้งภายในวันที่ 29 มี.ค. 69
และ กกต.ประกาศรับรองช่วงเดือน เม.ย.-พ.ค. 69 ซึ่งอาจทำให้ปฏิทินงบประมาณล่าช้าออกไปเล็กน้อย โดยปฏิทินงบประมาณของปี 2570 จะใช้ได้ในวันที่ 1 ต.ค. 69 โดยพยายามเร่งรัดให้ทัน ไม่ให้เกิดความล่าช้าเหมือนปี 2566 ที่ต้องลากยาวไปถึงไตรมาสสอง