แบงก์รัฐ-เอกชนระดมมาตรการช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้ 2568
น้ำท่วมภาคใต้
แบงก์รัฐ-เอกชนระดมมาตรการเร่งด่วน ช่วยเหลือลูกหนี้–ประชาชนพื้นที่ภาคใต้ หลังอุทกภัยหนักปลายปี 2568
สถาบันการเงินทั่วประเทศทั้งภาครัฐและเอกชนออกมาตรการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมในหลายจังหวัดภาคใต้และพื้นที่อื่นตามประกาศกระทรวงมหาดไทย หลังเกิดฝนตกหนักและน้ำท่วมฉับพลันสร้างความเสียหายวงกว้าง ทั้งที่อยู่อาศัย ทรัพย์สิน การประกอบอาชีพ และกิจการจำนวนมาก โดยธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้กำชับให้ทุกสถาบันการเงินเร่งดำเนินมาตรการเยียวยาตามหลักเกณฑ์ผ่อนปรนที่เคยกำหนดไว้ เพื่อบรรเทาภาระลูกหนี้อย่างทันท่วงที
ธปท.กำชับสถาบันการเงินเร่งช่วยเหลือ พร้อมผ่อนปรนกฎจัดชั้นหนี้
ธนาคารแห่งประเทศไทยขอให้สถาบันการเงิน สถาบันการเงินเฉพาะกิจ และผู้ให้บริการสินเชื่อรายย่อยเร่งให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ในพื้นที่ประสบภัย โดยสามารถผ่อนปรนเกณฑ์การชำระหนี้ได้หลากหลายรูปแบบ เช่น การลดอัตราผ่อนชำระขั้นต่ำบัตรเครดิต การเพิ่มวงเงินฉุกเฉินในสินเชื่อส่วนบุคคล การปรับโครงสร้างหนี้ และการอนุมัติสินเชื่อเพื่อซ่อมแซมที่อยู่อาศัยหรือฟื้นฟูอาชีพ โดยทั้งหมดสามารถดำเนินการได้ภายใน 12 เดือนหลังพื้นที่ถูกประกาศเป็นเขตภัยพิบัติ ทั้งยังผ่อนปรนให้สามารถคงชั้นหนี้เดิมระหว่างการให้ความช่วยเหลือ เพื่อไม่ให้ลูกหนี้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์เฉพาะหน้า พร้อมเปิดสายด่วน 1213 ให้สอบถามข้อมูลได้โดยตรง

ทีทีบีออกมาตรการ “ตั้งหลัก” ช่วยทุกกลุ่มจากน้ำท่วมหลายจังหวัด
ทีเอ็มบีธนชาต (ทีทีบี) เปิดมาตรการ “ตั้งหลัก” ตั้งแต่ 18 พฤศจิกายน 2568 – 31 มกราคม 2569 ครอบคลุมลูกค้าบุคคลและธุรกิจ โดยลูกค้าสินเชื่อบ้านสามารถพักชำระเงินต้น 3 เดือน หรือขอวงเงินกู้เพิ่มเพื่อซ่อมบ้านดอกเบี้ย 0% นาน 2 เดือนแรก ส่วนลูกค้าสินเชื่อรถยนต์พักค่างวดได้ 3 เดือน และลูกค้าบัตรเครดิต–สินเชื่อบุคคลพักชำระหนี้ได้ 2 รอบบัญชี ขณะที่ลูกค้า SME ได้สิทธิลดค่างวดหรือพักเงินต้นสูงสุด 6 เดือน รวมถึงมาตรการด้านประกันภัยสำหรับลูกค้าที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม โดยสามารถติดต่อผ่าน ttb touch, Call Center 1428 หรือสาขาทั่วประเทศ

ธ.ก.ส. อัดงบ 2 หมื่นล้าน ฟื้นฟูเกษตรกร–ซ่อมแซมพื้นที่เกษตร
ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรเร่งช่วยเหลือเกษตรกรในพื้นที่ได้รับผลกระทบ พร้อมสนับสนุนถุงยังชีพและอาหารเร่งด่วน ก่อนเปิดมาตรการสินเชื่อรวม 20,000 ล้านบาท ทั้งสินเชื่อฉุกเฉินดอกเบี้ย 0% นาน 6 เดือน วงเงินรายละไม่เกิน 50,000 บาท และสินเชื่อฟื้นฟูคุณภาพชีวิต วงเงินรายละไม่เกิน 500,000 บาท อัตราดอกเบี้ย MRR-2% เพื่อซ่อมบ้าน ซ่อมเครื่องมือเกษตร และฟื้นฟูการผลิตที่เสียหายจากภัยธรรมชาติ

SME D Bank เร่งช่วยผู้ประกอบการภาคใต้ พักหนี้–เติมทุนฉุกเฉิน
ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทยออกมาตรการด่วน เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบหนักจากน้ำท่วมในอำเภอหาดใหญ่และหลายจังหวัดภาคใต้ โดยให้สิทธิ์พักชำระหนี้ และจัดวงเงินเสริมสภาพคล่องฉุกเฉิน เพื่อช่วยให้กิจการสามารถฟื้นตัวและเดินหน้าต่อได้เร็วที่สุด

กรุงไทยลดค่างวด 75% นาน 1 ปี พร้อมดอกเบี้ยพิเศษ 0% ช่วงแรก
ธนาคารกรุงไทยประกาศมาตรการช่วยเหลือลูกค้ารายย่อยและ SME ในพื้นที่ประสบอุทกภัย โดยลดค่างวดสินเชื่อบ้านและสินเชื่อบุคคลลงถึง 75% นาน 1 ปี พร้อมดอกเบี้ย 0% นาน 3 เดือน สำหรับสินเชื่อบ้าน–ธุรกิจ SSME และปรับดอกเบี้ยคงที่ 2.5% นาน 33 เดือน ส่วนสินเชื่อบุคคลได้ดอกเบี้ยคงที่ 4.5% นาน 3 ปี นอกจากนี้ยังมีสินเชื่อกู้ซ่อมบ้านและฟื้นฟูกิจการดอกเบี้ยพิเศษ รวมถึงวงเงินสำหรับผู้ประกอบการ SME สามารถติดต่อได้ที่สาขาและ Krungthai Contact Center

ไทยพาณิชย์ช่วยครอบคลุม 10 จังหวัดใต้ พักเงินต้น–สินเชื่อซ่อมบ้าน
ธนาคารไทยพาณิชย์ออกมาตรการเร่งด่วนช่วยลูกค้าทั้งบุคคลและผู้ประกอบการ SMEs ในพื้นที่ 10 จังหวัดภาคใต้ รวมถึงพื้นที่ได้รับผลกระทบอื่น ตามประกาศของกระทรวงมหาดไทย โดยเปิดให้พักชำระเงินต้นสูงสุด 3 เดือน ทั้งสินเชื่อบ้านและสินเชื่อผู้ประกอบการ พร้อมสินเชื่อซ่อมแซมบ้านดอกเบี้ย 0% นาน 3 เดือน ฟรีค่าประเมินหลักประกัน ส่วนสินเชื่อรถยนต์สามารถพักชำระสูงสุด 3 เดือน ขยายงวดได้เพิ่มเติม
สำหรับลูกค้า SME ธนาคารสนับสนุนทั้งพักชำระเงินต้น–ดอกเบี้ย เพิ่มวงเงินหมุนเวียน และสินเชื่อฟื้นฟูกิจการวงเงินสูงสุด 10 ล้านบาท ติดต่อได้ผ่านทุกสาขา SCB Call Center และ SCB Business Call Center

EXIM BANK ออกมาตรการพิเศษ พักหนี้สูงสุด 1 ปี-เพิ่มวงเงินหมุนเวียน
EXIM BANK เปิดมาตรการดูแลลูกค้าธุรกิจส่งออกและธุรกิจเกี่ยวเนื่องที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม โดยเพิ่มวงเงินหมุนเวียนชั่วคราว 20% ของวงเงินเดิม ไม่เกิน 2 ล้านบาท ขยายเวลาตั๋วสัญญาใช้เงินสูงสุด 180 วัน และสามารถปรับหนี้ระยะสั้นให้เป็นหนี้ระยะยาวผ่อนชำระสูงสุด 3 ปี ขณะที่เงินกู้ระยะยาวสามารถขยายระยะเวลาถึง 7 ปี พร้อมลดดอกเบี้ยปีแรกและพักเงินต้นสูงสุด 1 ปี เพื่อรักษาสภาพคล่องธุรกิจในห่วงโซ่การส่งออก
