ไทยหาช่องทางขยายพันธุ์พะยูน เผยศึกษาจาก 3 ชาติ แก้ปมตายมากกว่าเกิด
เมื่อวันที่ 2 ธ.ค. ระหว่างการประชุมวิชาการนานาชาติ เพื่อการอนุรักษ์ปะการังและสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลไทย ที่เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ศาสตราจารย์สัตวแพทย์หญิง ดร.นันทริกา ชันชื่อ ให้สัมภาษณ์ว่าสถานการณ์ของพะยูนปัจจุบันมีจำนวนลดลงเรื่อย ๆ เพราะพะยูนกว่าจะผสมพันธุ์และมีลูก
ต้องใช้เวลา 12-15 ปีขึ้นไป แต่เวลาเสียชีวิตใช้เวลาสั้นนิดเดียว เพราะฉะนั้น อัตราการเกิดจึงน้อยกว่าอัตราการตายมาก นอกจากนี้ สาเหตุที่ทำให้พะยูนมีจำนวนลดลงอย่างรวดเร็ว คืออุบัติเหตุ ทั้งที่มาจากทางเรือและการติดเครื่องมือประมง โดยเฉพาะเรื่องของการป่วยเป็นโรคก็หนักเช่นกัน เพราะขาดอาหาร “ตอนนี้ที่หนักสุดคือเรื่องของหญ้าทะเลที่กำลังจะหมดไป ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาที่บริเวณเกาะลิบง จังหวัดตรัง มีปรากฏการณ์การตายของหญ้าทะเลซึ่งยังไม่สามารถชี้ชัดว่ามาจากสาเหตุอะไร เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นระยะ ๆ ทั่วโลก
แต่ล่าสุดมีข่าวดีว่าตอนนี้หญ้าทะเลฟื้นตัวขึ้นแล้ว ทำให้พะยูนจากทางมาเลเซียอพยพกลับเข้ามาในเกาะลิบง” ศาสตราจารย์สัตวแพทย์หญิง ดร.นันทริกากล่าว และว่า อย่างไรก็ตาม มูลนิธิพยายามสร้างความรู้เกี่ยวกับการดูแลพะยูนที่ได้รับบาดเจ็บ และที่มาเกยตื้น และจะศึกษาในเรื่องการขยายพันธุ์ของพะยูน
ถ้าสามารถขยายพันธุ์พะยูนในที่เลี้ยงแบบปิดได้ก็จะแก้ปัญหาได้ง่ายขึ้น ไม่เฉพาะพะยูน แต่รวมถึงสัตว์อื่น ๆ ที่กำลังจะสูญพันธุ์ ไม่ว่าแพนด้า จระเข้ สามารถขยายพันธุ์แล้วคืนสู่ธรรมชาติ
“ความจริงตอนนี้คือยังไม่สามารถจะขยายพันธุ์พะยูนในที่เลี้ยงแบบปิดได้ เพราะไม่มีใครในโลกนี้มีความรู้จริง ๆ ในเรื่องของวงจรการสืบพันธุ์ของพะยูน แม้กระทั่งการเลี้ยงลูกอ่อนก็ยังไม่มีความรู้ที่แท้จริง เช่น คุณภาพของนมที่ดีพอสำหรับลูกพะยูน ในโลกนี้มีเพียง 3 แห่งเท่านั้นที่สามารถเลี้ยงพะยูนได้ คือที่ซีเวิลด์ อาบูดาบี (SeaWorld of Abu Dhabi) โทบะ อะควอเรียม ที่ญี่ปุ่น และซีไลฟ์ ซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย ซึ่งทั้ง 3 แห่งได้มาร่วมประชุมครั้งนี้เพื่อให้ความรู้กับเรา”