เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ประมวลภาพสหรัฐจัดฉลองใหญ่ วันประกาศเอกราช 250 ปี -ทรัมป์ลั่น “เราจะอยู่เหนือกว่าเสมอ”
World ประมวลภาพสหรัฐจัดฉลองใหญ่ วันประกาศเอกราช 250 ปี -ทรัมป์ลั่น “เราจะอยู่เหนือกว่าเสมอ”
64 ปี “มูลนิธิเอสซีจี” มุ่งมั่นพัฒนาคน ให้โอกาสทางการศึกษา สร้างสังคมคุณภาพให้มีทั้งคนเก่งและคนดี
SD 64 ปี “มูลนิธิเอสซีจี” มุ่งมั่นพัฒนาคน ให้โอกาสทางการศึกษา สร้างสังคมคุณภาพให้มีทั้งคนเก่งและคนดี
10 บิ๊กอสังหาฯ สวนกระแส อัดงบซื้อที่ดิน 4.4 หมื่นล้าน SC กวาด 15 แปลงทำเลเด็ด
Real Estate 10 บิ๊กอสังหาฯ สวนกระแส อัดงบซื้อที่ดิน 4.4 หมื่นล้าน SC กวาด 15 แปลงทำเลเด็ด
‘สายมู’ ตะลุย ฮ่องกงกางทริป-เที่ยวปังตลอดปี
SD ‘สายมู’ ตะลุย ฮ่องกงกางทริป-เที่ยวปังตลอดปี
ส.ค.นี้เปิดใช้ M6 ช่วง “บางปะอิน-ปากช่อง” วันหยุดสุดสัปดาห์ วิ่งฉลุยตลอดสายปีใหม่
Real Estate ส.ค.นี้เปิดใช้ M6 ช่วง “บางปะอิน-ปากช่อง” วันหยุดสุดสัปดาห์ วิ่งฉลุยตลอดสายปีใหม่
SET ทะยาน Top 5 เอเชียส่องเทรนด์ครึ่งปีหลัง ตันแล้วหรือไปต่อ ?
Finance SET ทะยาน Top 5 เอเชียส่องเทรนด์ครึ่งปีหลัง ตันแล้วหรือไปต่อ ?
ระวังกระแสต้าน ‘ดาต้าเซ็นเตอร์’
สามัญสำนึก ระวังกระแสต้าน ‘ดาต้าเซ็นเตอร์’
คุยกับ Binance TH สินทรัพย์ดิจิทัลกลางกระแส ‘หุ้นเทคฯ-AI’
Tech คุยกับ Binance TH สินทรัพย์ดิจิทัลกลางกระแส ‘หุ้นเทคฯ-AI’
‘ประกันสุขภาพ’ เริ่มแบกรับต้นทุนไม่ไหวสัญญาณเตือนที่ทุกฝ่ายต้องร่วมแก้
World ‘ประกันสุขภาพ’ เริ่มแบกรับต้นทุนไม่ไหวสัญญาณเตือนที่ทุกฝ่ายต้องร่วมแก้
รัฐบาล เร่งร่างกรอบ กม.สกัดทุจริตสอบข้าราชการ จับตาใช้ยาแรงโยง ขรก.เจอโทษหนัก
Politics รัฐบาล เร่งร่างกรอบ กม.สกัดทุจริตสอบข้าราชการ จับตาใช้ยาแรงโยง ขรก.เจอโทษหนัก
ดูทั้งหมด

SET ผันผวนปลายปี นักลงทุนรอทิศทางดอกเบี้ย-หวังแรงพยุงจากมาตรการรัฐ

05 ธ.ค. 2568 | 13:42น.

SET กลับเข้าสู่โหมด Wait & See หลังจากรีบาวนด์แรงในช่วงก่อนหน้า เดือน พ.ย. พลิกปิดลบกว่า 4% ขณะที่มูลค่าการซื้อขายซบเหลือเพียงราว 3.5 หมื่นล้านบาท ปัจจัยกำหนดทิศทางสำคัญยังอยู่ที่การประชุมเฟดสัปดาห์หน้า ซึ่งทั่วโลกจับตาว่าจะลดดอกเบี้ยหรือไม่ ขณะเดียวกันตลาดยังคาดหวังแรงพยุงจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐในช่วงไตรมาสสุดท้าย

นายศรพล ตุลยะเสถียร รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานวางแผนกลยุทธ์องค์กร ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า แม้ตลาดไทยเดือนพฤศจิกายนจะผันผวนจากปัจจัยกดดันทั้งในและต่างประเทศ แต่ในไตรมาส 4/2568 ยังมีโอกาสรับแรงพยุงจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ ขณะที่แนวโน้มระยะยาวของการลงทุนทั่วโลกยังมีทิศทางที่เอื้อต่อการกระจายเงินทุนเข้าสู่ตลาดเกิดใหม่ (Emerging Markets) ซึ่งเป็นปัจจัยบวกที่ตลาดไทยต้องติดตามต่อไป

โดยนักวิเคราะห์หลายสำนักแนะนำให้ผู้ลงทุนกระจายพอร์ตออกจากหุ้นเทคโนโลยีของสหรัฐ ไปยังตลาดหุ้นประเทศอื่น ๆ โดยเฉพาะกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ แม้กระแสเงินทุนดังกล่าวยังไม่ไหลเข้าสู่ตลาดหุ้นไทยอย่างเด่นชัด แต่ถือเป็นเทรนด์ระยะยาวที่ต้องจับตา ขณะที่กระแสการลงทุนในเมกะเทรนด์อย่างปัญญาประดิษฐ์ (AI) ยังคงอยู่ แต่ประเด็นสำคัญที่นักลงทุนให้ความสนใจคือความสามารถของบริษัทในการสร้างรายได้จากเทคโนโลยีดังกล่าว โดยเฉพาะบริษัทที่มีการกู้เงินเพื่อรองรับการลงทุนจำนวนมาก ทำให้ตลาดมีความระมัดระวังมากขึ้น

ดัชนีตลาดหุ้นไทยเดือนพฤศจิกายน 2568 ปรับตัวลดลงตามทิศทางตลาดโลก โดยภาวะการลงทุนทั่วโลกยังได้รับผลกระทบจากความไม่แน่นอนด้านนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) แม้สถานการณ์ Government Shutdown ของสหรัฐ จะสิ้นสุดลง แต่ข้อมูลเศรษฐกิจบางส่วนยังขาดหาย ขณะที่ตลาดคาดว่าในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (FOMC) วันที่ 9-10 ธันวาคม 2568 มีโอกาสสูงที่ Fed จะตัดสินใจลดอัตราดอกเบี้ย อย่างไรก็ตาม ยังมีเสียงคัดค้านจากกรรมการบางส่วนที่กังวลต่อมูลค่าหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีสหรัฐ ที่อยู่ในระดับสูง แม้ดัชนีหุ้นเทคโนโลยีในตลาดสหรัฐ อย่าง NASDAQ จะยังเคลื่อนไหวต่ำกว่าช่วงวิกฤต Dot-Com ปี 2543 และนักวิเคราะห์ยังประเมินว่ากำไรสุทธิต่อหุ้นของบริษัทจดทะเบียนส่วนใหญ่ในสหรัฐ จะยังขยายตัวต่อเนื่อง

สำหรับตลาดหุ้นไทย ดัชนี SET Index ณ สิ้นเดือนพฤศจิกายน 2568 ปิดที่ 1,256.69 จุด ลดลง 4.0% จากเดือนก่อนหน้า และลดลง 10.2% นับตั้งแต่ต้นปี การปรับตัวลดลงครั้งนี้สวนทางกับช่วงเดือนกันยายนถึงตุลาคมที่ดัชนีเคยรีบาวนด์ขึ้นแรง ปัจจัยกดดันในประเทศของตลาดไทยมาจากตัวเลขเศรษฐกิจไตรมาส 3/2568 ที่ชะลอตัว โดยผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ขยายตัวเพียง 1.2% ลดลงจาก 2.8% ในไตรมาสก่อนหน้า อันเป็นผลจากการส่งออกและการท่องเที่ยวที่ชะลอตัว รวมถึงการใช้จ่ายภาครัฐที่ปรับลดลง นอกจากนี้ เงินบาทที่แข็งค่าขึ้นส่งผลกระทบต่อยอดขายของบริษัทจดทะเบียนในหลายหมวดธุรกิจ อีกทั้งสถานการณ์อุทกภัยในภาคใต้ โดยเฉพาะในพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญ เช่น อำเภอหาดใหญ่ ส่งผลต่อภาคการค้า การส่งออก และการท่องเที่ยว ซ้ำเติมความเชื่อมั่นของผู้ลงทุน

ตัวเลขการซื้อขายในเดือนพฤศจิกายนสะท้อนแรงกดดันเช่นกัน โดยมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยรายวันรวมของ SET และ mai อยู่ที่ 34,323 ล้านบาท ลดลง 22.4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้ช่วง 11 เดือนแรกของปี 2568 มีมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยรวมอยู่ที่ 41,908 ล้านบาท ผู้ลงทุนต่างประเทศขายสุทธิ 12,559 ล้านบาท ทำให้ยอดขายสุทธินับตั้งแต่ต้นปีอยู่ที่ 113,298 ล้านบาท แต่ยังคงเป็นผู้เล่นหลักในตลาดด้วยสัดส่วนมูลค่าการซื้อขาย 54.20% ตามด้วยนักลงทุนรายย่อยในประเทศ 29.06% นักลงทุนสถาบันในประเทศ 10.88% และบริษัทหลักทรัพย์ 5.85%

เดือนพฤศจิกายนยังมีหุ้นใหม่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์รวม 4 หลักทรัพย์ ได้แก่ บริษัท กลุ่มสมอทอง (SMO) และบริษัท มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. โฮลดิ้ง (ประเทศไทย) (MRDIYT) ในตลาด SET และบริษัท MMM แคปปิตอล (MMM) และบริษัท ลอนดรี้ ยู (WASH) ในตลาด mai

ด้านมูลค่าตลาด Forward P/E ของตลาดหุ้นไทยอยู่ที่ 11.7 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยตลาดหุ้นในเอเชียที่ 14.6 เท่า ขณะที่ Historical P/E อยู่ที่ 11.6 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของภูมิภาคที่ 16.4 เท่า ขณะที่อัตราเงินปันผลตอบแทน (Dividend Yield) อยู่ที่ 4.01% สูงกว่าค่าเฉลี่ยเอเชียที่ 2.93%

ส่วนตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (TFEX) เดือนพฤศจิกายนมีปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยต่อวัน 329,001 สัญญา ลดลง 19.1% จากเดือนก่อนหน้า โดยลดลงเด่นชัดในกลุ่ม Single Stock Futures, SET50 Index Futures และ Gold Online Futures ส่งผลให้ภาพรวมทั้งปี 2568 มีปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยต่อวัน 413,695 สัญญา ลดลง 14.5% จากปีก่อน

อย่างไรก็ดี ยังเห็นเงินทุนไหลเข้าในกองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน (ThaiESG) เพื่อรับสิทธิประโยชน์ทางภาษีอย่างต่อเนื่อง โดยที่ผ่านมาการขายสุทธิของกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) จะลดลงในช่วงสองเดือนสุดท้ายของปี

แท็กที่เกี่ยวข้อง

SET ดัชนีหุ้นไทย หุ้นไทย