เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สาวงามจาก “โดมินิกัน” คว้า Miss World 2026 ‘น้ำผึ้ง กานต์ธีรา’ ทำดีที่สุดแล้วไม่ผ่านเข้ารอบ
Biz Movement สาวงามจาก “โดมินิกัน” คว้า Miss World 2026 ‘น้ำผึ้ง กานต์ธีรา’ ทำดีที่สุดแล้วไม่ผ่านเข้ารอบ
งามเป็นแก้วเป็นแสง “โอปอล สุชาตา” อำลา Miss World 2025 ในชุดผ้าไหมไทยจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI
Biz Movement งามเป็นแก้วเป็นแสง “โอปอล สุชาตา” อำลา Miss World 2025 ในชุดผ้าไหมไทยจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ดูทั้งหมด

“ญี่ปุ่น-อียู” คู่ค้าทวิภาคีใหญ่สุด ชูธงค้าเสรีต้าน “ทรัมป์”

21 ก.ค. 2561 | 22:41น.

คอลัมน์ ชีพจรเศรษฐกิจโลก

โดย นงนุช สิงหเดชะ

 

เรียกได้ว่าหัวกระไดเอเชียไม่เคยแห้ง หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐเปิดศึกสร้างความบาดหมางกับชาติพันธมิตรในยุโรปภายใต้นโยบาย “อเมริกาเฟิรสต์” ด้วยการเพิ่มการจัดเก็บภาษีสินค้าจากยุโรป นอกเหนือจากที่ตั้งกำแพงภาษีสินค้าจากจีนไปแล้ว

สภาวการณ์ดังกล่าว ทำให้เห็นความเคลื่อนไหวของชาติยุโรปที่มุ่งหน้าสู่เอเชียเพื่อหาคู่ค้าและตลาดใหม่ ด้วยอัตราเร่งที่รวดเร็วและคึกคักกว่าเดิม

ก่อนหน้านี้ได้เดินทางไปกระชับสัมพันธ์การค้ากับประเทศจีนเพื่อเจรจาและจัดทำข้อตกลงการค้าระหว่างกัน คาดว่าไม่นานจะสามารถบรรลุข้อตกลงหลายอย่าง โดยจุดประสงค์สำคัญ นอกเหนือจากการเพิ่มการค้าระหว่างกันก็คือ เพื่อรักษาการค้าเสรี รักษาระเบียบการค้าโลกที่ยึดถือกันมานาน ซึ่งแน่นอนว่ายุโรปต้องการส่งสัญญาณไปยังโดนัลด์ ทรัมป์

สัปดาห์ที่ผ่านมาผู้บริหารระดับสูงของสหภาพยุโรป (อียู) ยกคณะมาที่กรุงโตเกียวจดปากกาลงนามข้อตกลงการค้ากับญี่ปุ่น ซึ่งถือเป็นข้อตกลงการค้า

“ทวิภาคี” ที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา ครอบคลุม 30% ของจีดีพีโลกด้วยประชากรกว่า 600 ล้านคน ตามข้อตกลงนี้ทั้งสองฝ่ายจะยกเลิกภาษีสินค้าเกือบทั้งหมดที่ค้าขายกันกล่าวคือ ฝ่ายอียูจะยกเลิกภาษีสินค้าจากญี่ปุ่น 99% ที่เข้าไปจำหน่ายในอียู ส่วนญี่ปุ่นจะยกเลิกภาษีสินค้าอียู 94% ที่เข้าไปจำหน่ายในญี่ปุ่น ก่อนจะเพิ่มเป็น 99% ในภายหลัง โดยญี่ปุ่นยังมีสินค้าบางอย่าง เช่น ข้าว ที่ต้องการปกป้อง เนื่องจากข้าวถือว่าเป็นสินค้าที่มีความอ่อนไหวทางการเมือง

การแถลงข่าวร่วมกันระหว่างนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นและผู้บริหารระดับสูงของอียู แม้ไม่มีใครเอ่ยชื่อหรือพาดพิงโดนัลด์ ทรัมป์ แต่ก็เป็นที่เข้าใจกันโดยไม่ต้องพูดออกมา เช่น นายชินโซ อาเบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ระบุว่า “อียูและญี่ปุ่นแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นอย่างไม่มีอะไรมาขัดขวางได้ในการเป็นผู้นำถือธงการค้าเสรีโลก”

ส่วน นายโดนัลด์ ทัสก์ ประธานสภายุโรป ได้กล่าวชมเชยว่าเป็นข้อตกลง “การค้าทวิภาคีใหญ่สุดเท่าที่เคยมีมา ความเป็นหุ้นส่วนกันในครั้งนี้กำลังถูกทำให้แข็งแกร่งขึ้นในหลายด้าน ทั้งกลาโหม การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การแลกเปลี่ยนบุคลากร และเป็นการส่งสารที่ชัดเจนเพื่อต่อต้านลัทธิปกป้องการค้า”

ข้อตกลงครั้งนี้จะช่วยให้อียูส่งออกสินค้าเคมีภัณฑ์ เสื้อผ้า เครื่องสำอาง เบียร์ ไปยังญี่ปุ่นได้มากขึ้น ส่วนญี่ปุ่นก็จะสามารถนำเข้าชีส ช็อกโกแลต ขนมปังกรอบจากอียูในราคาถูกลง ทั้งนี้ คาดว่าข้อตกลงจะมีผลบังคับใช้ปีหน้า หลังจากผ่านความเห็นชอบของสภา

ปัญหาสงครามการค้าที่สหรัฐเปิดศึกกับหลายชาติและไม่มีท่าทีจะยุติ ทำให้สมาชิกวุฒิสภาเบอร์ใหญ่ของพรรครีพับลิกัน คือ นายออร์ริน แฮตช์ ซึ่งดำรงตำแหน่งประธานกรรมาธิการการเงินวุฒิสภาสหรัฐ ได้ออกมาขู่ว่าจะหาทางออกกฎหมายเพื่อลดอำนาจประธานาธิบดีทรัมป์เกี่ยวกับการค้า หากว่าทรัมป์ยังเดินหน้าจะจัดเก็บภาษีนำเข้าต่อไปเรื่อย ๆ

นายแฮตช์นับเป็นผู้หนึ่งที่เคยสนับสนุนทรัมป์อย่างเหนียวแน่นและอยู่กับพรรครีพับลิกันมายาวนาน แต่ไม่เห็นด้วยกับนโยบายการค้าของทรัมป์ที่ใช้วิธีขึ้นภาษีนำเข้าโดยอ้างเรื่องความมั่นคงของประเทศ แม้ว่าเขาจะต้องการวาระการค้าที่สร้างงานและรักษาผลประโยชน์คนอเมริกันก็ตาม โดยขณะนี้เขากำลังพูดคุยกับเพื่อน ๆ ในสภาด้วยกันเพื่อเสนอกฎหมายลดอำนาจระธานาธิบดี

ทั้งนี้ การจัดเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากจีนระลอกแรกมูลค่า 3.4 หมื่นล้านดอลลาร์ มีผลบังคับใช้ไปแล้วเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคมที่ผ่านมา ซึ่งนักวิเคราะห์หลายคนยอมรับว่าผิดความคาดหมาย เพราะเชื่อว่าก่อนถึงเส้นตายดังกล่าว สองฝ่ายน่าจะสามารถเจรจากันได้ ไม่มีการลงมือเก็บภาษี

ขณะเดียวกัน เนื่องจากจีนได้ตอบโต้ด้วยการเก็บภาษีในระดับเดียวกัน ส่งผลให้ทรัมป์ประกาศรายชื่อสินค้าจากจีนระลอกใหม่มูลค่า 2 แสนล้านดอลลาร์ที่จะถูกเก็บภาษี 10% ซึ่งจะมีการเปิดรับฟังความเห็นไปจนถึงปลายเดือนสิงหาคมก่อนจะลงมือเก็บจริง