Skip to content

ดีลภาษีไม่ล่ม สหรัฐ-อินโด จ่อลงนาม ม.ค. 2026 แร่แลกเว้นภาษีน้ำมันปาล์ม

24 ธ.ค. 2568 | 13:41น.
ดีลภาษีไม่ล่ม สหรัฐ-อินโด จ่อลงนาม ม.ค. 2026 แร่แลกเว้นภาษีน้ำมันปาล์ม

รัฐมนตรีอาวุโสฝ่ายเศรษฐกิจอินโดนีเซียระบุว่า อินโดนีเซียและสหรัฐตกลงกันในประเด็นสำคัญทั้งหมดเกี่ยวกับข้อตกลงภาษีศุลกากรแล้ว เตรียมจัดการประชุมร่วมระหว่างทรัมป์และปราโบโว ภายในสิ้นเดือนมกราคม 2026 เพื่อลงนามข้อตกลง ภายหลังมีประเด็นที่ยังไม่สามารถตกลงกันได้ จนอาจทำให้ข้อตกลงล้มเหลว

รอยเตอร์ (Reuters) รายงานความคืบหน้าการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและอินโดนีเซียว่า หัวหน้าผู้เจรจาการค้าอินโดนีเซียระบุว่า ปัญหาการค้าที่สำคัญทั้งหมดของสองประเทศสามารถตกลงกันได้แล้ว ปูทางไปสู่การลงนามข้อตกลงระหว่างประธานาธิบดีปราโบโว ซูเบียนโต ผู้นำอินโดนีเซีย และประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ปลายเดือนมกราคม 2026

นายแอร์ลังกา ฮาร์ตาร์โต รัฐมนตรีอาวุโสฝ่ายเศรษฐกิจ (Senior Economic Minister) กล่าวจากกรุงวอชิงตัน เมื่อค่ำวันที่ 22 ธันวาคม ตามเวลาท้องถิ่น หลังพบกับ เจมีสัน เกรียร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐว่า สหรัฐต้องการเข้าถึงแร่ธาตุสำคัญของอินโดนีเซีย และตกลงที่จะยกเว้นภาษีศุลกากรสำหรับน้ำมันปาล์ม ชา และกาแฟของอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นผู้ส่งออกน้ำมันปาล์มรายใหญ่ที่สุดของโลก รวมถึงซัพพลายเออร์เมล็ดกาแฟโรบัสต้ารายใหญ่

ก่อนหน้านี้ การเจรจาระหว่างสองประเทศส่อแววล้มเหลว หลังสหรัฐกล่าวหาว่า อินโดนีเซียผิดคำมั่นสัญญาที่ได้ตกลงไว้ก่อนหน้านี้ แม้ว่าอินโดนีเซียจะระบุว่า พลวัต (การเปลี่ยนแปลง) ของการเจรจาเป็นเรื่องปกติและเป็นเพียงการปรับแก้ภาษาเท่านั้น

นายแอร์ลังกาย้ำว่า มีพลวัตเกิดขึ้นระหว่างการเจรจา แต่ประเด็นสำคัญทั้งหมดได้รับการแก้ไขแล้ว และการเจรจารอบล่าสุดเป็นไปด้วยดี สิ่งสำคัญที่สุด คือการให้เข้าถึงตลาดที่สมดุล ทั้งสินค้าอเมริกันในตลาดอินโดนีเซีย รวมถึงการที่อินโดนีเซียสามารถเข้าถึงตลาดสหรัฐได้

ขณะนี้เจ้าหน้าที่จากสองประเทศกำลังพยายามจัดการประชุมร่วมระหว่างทรัมป์และปราโบโวภายในสิ้นเดือนมกราคม 2026 ซึ่งอาจมีการลงนามในข้อตกลงการค้าด้วย

นายแอร์ลังการะบุว่า ไม่มีนโยบายใดของอินโดนีเซียถูกจำกัดโดยข้อตกลงนี้ ซึ่งมีลักษณะทั้งในเชิงพาณิชย์และเชิงยุทธศาสตร์ อีกทั้งสร้างผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจต่อสองประเทศอย่างสมดุล

ภายหลังบรรลุข้อตกลงเบื้องต้นในเดือนกรกฎาคม สหรัฐเรียกเก็บภาษีศุลกากรจากอินโดนีเซียที่ 19% ลดลงจาก 32% ที่เคยขู่ไว้เมื่อเดือนเมษายน โดยแลกกับการที่อินโดนีเซียสัญญาว่า จะยกเลิกอุปสรรคทั้งทางภาษีและที่ไม่ใช่ภาษี ซึ่งส่งผลกระทบต่อการส่งออกของสหรัฐ รวมถึงซื้อสินค้าจากสหรัฐมากขึ้น เพื่อลดช่องว่างทางการค้า

แอร์ลังกากล่าวว่า ไม่มีความเสี่ยงที่สหรัฐจะขึ้นภาษีกลับไปเป็น 32% หากการลงนามในเดือนมกราคมไม่เกิดขึ้นจริง เพราะทุกอย่างในร่างข้อตกลงนี้ ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องแล้ว

ข้อมูลจากอินโดนีเซียแสดงให้เห็นว่า ตั้งแต่เดือนมกราคม-ตุลาคม 2025 การค้าระหว่างสองประเทศมีมูลค่า 3.62 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.12 ล้านล้านบาท) โดยอินโดนีเซียเกินดุล 1.49 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 4.62 แสนล้านบาท) กับสหรัฐ ซึ่งเป็นตลาดส่งออกที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของอินโดนีเซีย