เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ทายาทเจ้าสัวเจริญทุ่ม 4 หมื่นล้าน ลงทุน 5 ปี เอเชียทีค-เวิ้งนครเกษม จ่อผุดสวนน้ำกลางกรุง
Real Estate ทายาทเจ้าสัวเจริญทุ่ม 4 หมื่นล้าน ลงทุน 5 ปี เอเชียทีค-เวิ้งนครเกษม จ่อผุดสวนน้ำกลางกรุง
ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม หลังอิหร่านเพิ่มการโจมตี ท่ามกลางอุปทานที่ฟื้นตัวต่อเนื่อง
Economic ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม หลังอิหร่านเพิ่มการโจมตี ท่ามกลางอุปทานที่ฟื้นตัวต่อเนื่อง
SET เปิดลบ 8 จุด “กรุงศรี” ชี้น้ำท่วมยังกดดัน ลุ้นท่องเที่ยว-ลงทุนรัฐหนุน
Finance SET เปิดลบ 8 จุด “กรุงศรี” ชี้น้ำท่วมยังกดดัน ลุ้นท่องเที่ยว-ลงทุนรัฐหนุน
ม.พายัพ-ทีวา ลุย “Raising Lanna” ดันธุรกิจท้องถิ่นเติบโตยั่งยืน
เศรษฐกิจภูมิภาค ม.พายัพ-ทีวา ลุย “Raising Lanna” ดันธุรกิจท้องถิ่นเติบโตยั่งยืน
ฟิตเนสคึกรับ HYROX ผุดคลาส-ฟื้นฟูชิงดีมานด์
Business ฟิตเนสคึกรับ HYROX ผุดคลาส-ฟื้นฟูชิงดีมานด์
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (7 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (7 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
เนเน่ รอยัล ซูเปอร์ซอฟต์พาวเวอร์
Biz Movement เนเน่ รอยัล ซูเปอร์ซอฟต์พาวเวอร์
ราคาทองวันนี้ (7 ต.ค. 69) คงที่ ทองรูปพรรณ 66,900 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (7 ต.ค. 69) คงที่ ทองรูปพรรณ 66,900 บาท
ค่าเงินบาทวันนี้ (7 ต.ค. 69) เปิดตลาดแข็งค่า 33.62 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (7 ต.ค. 69) เปิดตลาดแข็งค่า 33.62 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
เกมอนุรักษนิยม (หมดอายุ)  เขย่าเครือข่าย ‘อำนาจสีน้ำเงิน’
Politics เกมอนุรักษนิยม (หมดอายุ)  เขย่าเครือข่าย ‘อำนาจสีน้ำเงิน’
ดูทั้งหมด

‘ยูเอ โทมัส’ ฝ่าวิกฤตภาษีทรัมป์ โชว์ฝีมือ SMEs ไทยเจาะตลาดโลก

04 ม.ค. 2569 | 15:24น.
บัญชา โตมงคล
สัมภาษณ์พิเศษ

ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลก และความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าภาษีสหรัฐ ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ของไทยจำนวนไม่น้อยต้องเผชิญแรงกดดันรอบด้าน แต่ยังมี SMEs ที่เลือกใช้ “นวัตกรรม” และ “การเพิ่มมูลค่า” เป็นเครื่องมือสำคัญในการยืนหยัดและขยายธุรกิจในระดับโลก

“ประชาชาติธุรกิจ” สัมภาษณ์พิเศษ นายบัญชา โตมงคล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ยูเอ โทมัส จำกัด หนึ่งใน SMEs ผู้ผลิตผลิตภัณฑ์จากยางพาราของไทย ที่สามารถพัฒนานวัตกรรมจนได้รับการยอมรับในตลาดสหรัฐอเมริกา แคนาดา ญี่ปุ่น และอีกหลายประเทศทั่วโลก

ผลิตถุงคลุมรองเท้าจากยางพารา

นายบัญชาเล่าให้ฟังว่า ยูเอ โทมัส เป็นผู้ผลิตผลิตภัณฑ์จากยางพารา ซึ่งผลิตภัณฑ์หลักคือ ถุงคลุมเท้าผลิตจากยางพารา (Rubber Shoe Cover) ออกแบบให้มีหลายขนาด หลายสี และสามารถแตกไลน์การใช้งานได้หลากหลาย ปัจจุบันมีประมาณ 20 SKU โดยฟังก์ชั่นหลัก คือ ช่วยป้องกันสิ่งสกปรกและของเหลว ลดความเสี่ยงจากการลื่นไถล และช่วยรักษาอุณหภูมิของเท้า โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีอากาศหนาวเย็น

โดยปัจจุบันบริษัทมีกระบวนการผลิตทั้งในรูปแบบ OEM และการร่วมพัฒนาผลิตภัณฑ์กับลูกค้า ซึ่งลูกค้าส่วนใหญ่มักเข้ามาพร้อมโจทย์หรือปัญหาที่ต้องการแก้ไข บริษัทจึงเข้าไปช่วยตั้งแต่การวิเคราะห์ปัญหา จนถึงการพัฒนาสินค้าให้สามารถใช้งานได้จริงในเชิงพาณิชย์ เราให้ความสำคัญกับงานวิจัยและพัฒนา (R&D) ค่อนข้างมาก ทั้งในด้านบุคลากร ความรู้ และเครื่องจักรที่ใช้ในการทดลองและผลิตสินค้า โดยเครื่องจักรหลายตัวเป็นเครื่องจักรเฉพาะทางที่ออกแบบขึ้นมาเอง เพื่อรองรับการพัฒนานวัตกรรม ซึ่งทำให้บริษัทมีความคล่องตัวในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ และสามารถตอบโจทย์ลูกค้าได้เร็ว

สำหรับตลาดหลักอยู่ในสหรัฐอเมริกา แคนาดา และญี่ปุ่น โดยกลุ่มลูกค้าหลัก แบ่งออกเป็น 2 ตลาดหลัก คือ ตลาดอุตสาหกรรม จะเป็นโรงงานอาหาร โรงงานยา โรงงานนม รวมถึงโรงงานในอุตสาหกรรมโลหะ ซึ่งต้องการอุปกรณ์ป้องกันความปลอดภัย ขณะที่ตลาดค้าปลีก
จะเน้นการใช้งานทั่วไป เช่น ป้องกันฝนระหว่างเดินทาง กิจกรรมกลางแจ้ง การเดินป่า หรือใช้งานในพื้นที่ที่มีหิมะ โดยตลาดญี่ปุ่นจะเน้นตลาดค้าปลีก ส่วนสหรัฐอเมริกาและแคนาดาจะเน้นตลาดอุตสาหกรรมเป็นหลัก เรามีผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการจดสิทธิบัตรในหลายประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา แคนาดา สหภาพยุโรป ญี่ปุ่น และจีน ก่อนพัฒนาสินค้าใหม่ บริษัทจะศึกษาตลาดก่อนเสมอว่ามีสินค้าลักษณะเดียวกันอยู่แล้วหรือไม่ ถ้าเป็นสินค้าที่สามารถลอกเลียนแบบได้ง่าย บริษัทจะไม่เลือกทำ เพราะไม่ต้องการแข่งด้านราคา

ปีหน้าเป้ายอดขายโตเกือบเท่าตัว

ปัจจุบันบริษัทมีกำลังการผลิตอยู่ที่เกือบ 9 ล้านคู่ต่อปี โดยในปีที่แล้วมียอดขายประมาณ 7 ล้านกว่าคู่ ขณะที่ปีนี้เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ราว 8 ล้านกว่าคู่ โดยในปีหน้าตั้งเป้ายอดขาย 15 ล้านคู่ต่อปี ตั้งเป้าการเติบโตเชิงรุกในปีหน้าโดยเฉพาะในตลาดสหรัฐ ซึ่งยังเป็นตลาดหลัก คาดว่าจะสร้างยอดขายได้ประมาณ 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ใกล้เคียงกับปีนี้

นอกจากนี้ บริษัทเดินหน้าขยายตลาดใหม่เพิ่มเติม ทั้งยุโรป อเมริกาใต้ ออสเตรเลีย เอเชีย รวมถึงตลาดในประเทศไทย ซึ่งคาดว่าจะช่วยสร้างยอดขายเพิ่มได้อีกราว 4-5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่งผลให้ภาพรวมรายได้ปีหน้ามีโอกาสเติบโตเกือบเท่าตัวจากปัจจุบัน และเรามีแผนพัฒนาฟีเจอร์ของผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์การใช้งานเฉพาะทางมากขึ้น เช่น การเพิ่มความทนทานต่อสภาพแวดล้อม และการเพิ่มคุณสมบัติ Antibacterial เพื่อรองรับการใช้งานในอุตสาหกรรมอาหารและยา รวมถึงมีแผนเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างน้อย 2-3 รายการ ซึ่งแต่ละรายการสามารถต่อยอดและแตกเป็น SKU เพิ่มเติมได้ในอนาคต เราเห็นโอกาสจากลูกค้าในสหรัฐที่ได้รับผลกระทบจากการนำเข้าสินค้าจากจีน อัตราภาษีที่สูงถึง 45-50% ทำให้ลูกค้าบางรายเริ่มมองหาฐานการผลิตจากประเทศอื่น และประเทศไทยเป็นหนึ่งในตัวเลือก ซึ่งบริษัทได้รับการติดต่อจากลูกค้ากลุ่มนี้แล้วบางส่วน

ปีหน้ายังเสี่ยง “ทรัมป์-บาทแข็ง”

ท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกและปัจจัยในประเทศในปีหน้า SMEs จะยังเผชิญความเสี่ยงหลายด้าน แต่เรายังเชื่อมั่นในศักยภาพของคนไทย ซึ่งยอมรับว่าปีที่ผ่านมา บริษัทต้องเผชิญความท้าทายหลายเรื่อง โดยเฉพาะนโยบายภาษีของสหรัฐ เนื่องจากลูกค้าหลักอยู่ในสหรัฐ แต่ในอีกมุมหนึ่ง สินค้าของบริษัทจัดอยู่ในกลุ่มอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล (PPE) ซึ่งเป็นของจำเป็นในการทำงาน ทำให้ความต้องการยังคงมีอยู่ต่อเนื่อง แม้ว่าราคาจะปรับสูงขึ้นจากภาษีนำเข้า แต่ภาระภาษีนำเข้าประมาณ 19%ลูกค้าเป็นผู้รับเต็มจำนวน ซึ่งบริษัทพยายามช่วยลูกค้าโดยการตรึงราคาขายไว้ แม้ว่าต้นทุนจะเพิ่มขึ้น เป็นการเสริมสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างเรากับลูกค้า

นอกจากนี้ เรามองว่าความท้าทายของ SMEs ที่ต้องเผชิญทั้งในปีนี้และปีหน้า คือ ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน โดยเฉพาะค่าเงินบาทที่แข็งค่ามากในปีนี้ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อกำไร แม้ว่ายอดขายเชิงปริมาณจะเพิ่มขึ้น แต่กำไรกลับไม่เติบโตเทียบเท่าปีก่อนหน้า ซึ่งเป็นปัจจัยที่ไม่สามารถควบคุมได้ เพื่อลดความเสี่ยงเราจึงใช้กลยุทธ์การเจรจากับลูกค้าใหม่ โดยกำหนดเงื่อนไขราคาที่ผูกกับกรอบอัตราแลกเปลี่ยน เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย หากค่าเงินบาทอ่อนค่าลง บริษัทสามารถปรับลดราคาให้ลูกค้าได้ และในทางกลับกัน หากเงินบาทแข็งค่า ลูกค้าก็ต้องร่วมรับภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ซึ่งแนวทางนี้ได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้าใหม่ เราเลือกโฟกัสที่การเพิ่มมูลค่าสินค้าและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานมากกว่าไปแข่งราคา อย่างในปีที่ผ่านมา เราเจอทั้งเรื่องภาษีการค้า ค่าเงิน แต่เรากลับมาดูข้างในองค์กรก่อน ว่ากระบวนการผลิตเราลดการสูญเสียได้ไหม ทำให้ดีขึ้นได้แค่ไหนซึ่งสุดท้ายเราสามารถลดงานเสียได้มากกว่า 20% และเพิ่มกำลังผลิตจากเครื่องจักรเดิมได้อีกกว่า 20%

ขอรัฐหนุนวิจัยกลุ่มธุรกิจเกษตร

ในมุมของผู้ประกอบการ SMEs สิ่งที่อยากเห็นการสนับสนุนจากภาครัฐ คือ เรื่องของการวิจัยและพัฒนานวัตกรรม เนื่องจากบริษัทเป็นผู้ผลิตที่ต้องพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างต่อเนื่องตลอดเวลา ที่ผ่านมาเรามีโอกาสพูดคุยกับทาง BOI ซึ่งมีโครงการสนับสนุนงานวิจัยและนวัตกรรมอยู่แล้ว แต่ส่วนใหญ่จะจำกัดอยู่ในบางอุตสาหกรรมที่เป็นเทรนด์ เช่น เซมิคอนดักเตอร์ EV หรืออุตสาหกรรมชีวภาพ ขณะที่ธุรกิจที่ใช้วัตถุดิบจากภาคเกษตรของไทย ยังได้รับการสนับสนุนไม่มากเท่าที่ควร ซึ่งเราอยากเห็นการขยายกรอบการสนับสนุนธุรกิจที่ใช้วัตถุดิบการเกษตร โดยเฉพาะยางพาราธรรมชาติ เพราะไทยมีจุดแข็งทั้งด้านวัตถุดิบและแรงงานที่ผ่านมาอุตสาหกรรมยางพารายังเน้นการส่งออกในรูปวัตถุดิบหรือสินค้ามูลค่าเพิ่มต่ำเป็นหลัก ถ้ามีการสนับสนุนด้านวิจัย การลงทุน และเครื่องจักรอย่างจริงจัง เราสามารถพัฒนาให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูง ช่วยเพิ่มรายได้ให้ทั้งผู้ประกอบการและเกษตรกรไปพร้อมกัน

ด้านการเงินเราได้รับการสนับสนุนที่ดีจากธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย ทั้งในเรื่องสินเชื่อ เงินทุนหมุนเวียน และองค์ความรู้ด้านการส่งออก ซึ่งช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการดำเนินธุรกิจอย่างมาก ซึ่งการสนับสนุนในลักษณะนี้ควรถูกขยายให้ SMEs เข้าถึงได้ง่ายและครอบคลุมมากขึ้น เนื่องจากยังมีผู้ประกอบการจำนวนมากที่มีไอเดียและผลิตภัณฑ์ที่ดี แต่ยังไม่รู้ช่องทางหรือยังเข้าไม่ถึงแหล่งสนับสนุนของภาครัฐ ถ้าภาครัฐสามารถทำให้โอกาสเหล่านี้เข้าถึง SMEs ได้กว้างขึ้น เชื่อว่าจะช่วยสร้างผู้ประกอบการไทยที่เข้มแข็ง และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาวได้อย่างแน่นอน

แท็กที่เกี่ยวข้อง

SMEs ยางพารา