เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
พลังจิตอาสา ‘แสนสิริ’ ทำความดีเพื่อสังคม ส่งต่อโอกาสแก่กลุ่มเปราะบาง 4 มิติ
Biz Movement พลังจิตอาสา ‘แสนสิริ’ ทำความดีเพื่อสังคม ส่งต่อโอกาสแก่กลุ่มเปราะบาง 4 มิติ
รื้อแล้ว! ปั๊ม SINOPEC SUSCO รัชดา จับตา SC ขึ้นโปรเจ็กต์ใหม่
Real Estate รื้อแล้ว! ปั๊ม SINOPEC SUSCO รัชดา จับตา SC ขึ้นโปรเจ็กต์ใหม่
สภาผู้บริโภค แฉ 50 คอนโดดัง เข้าข่ายละเมิดกฎหมาย ส่งเรื่องถึง กทม. แต่ยังไร้การแก้ไข
Real Estate สภาผู้บริโภค แฉ 50 คอนโดดัง เข้าข่ายละเมิดกฎหมาย ส่งเรื่องถึง กทม. แต่ยังไร้การแก้ไข
ปลดล็อกความอัดอั้น สู่ยุคทอง ‘คอนเสิร์ต-ไลฟ์เฮาส์’
Business ปลดล็อกความอัดอั้น สู่ยุคทอง ‘คอนเสิร์ต-ไลฟ์เฮาส์’
‘ทูมอร์โรว์แลนด์’ ปลุกเศรษฐกิจ บุ๊กกิ้งโรงแรม ‘ชลบุรี-ระยอง’ แน่น
Economic ‘ทูมอร์โรว์แลนด์’ ปลุกเศรษฐกิจ บุ๊กกิ้งโรงแรม ‘ชลบุรี-ระยอง’ แน่น
พาณิชย์เตือนรัฐ-เอกชน ใช้ข้อมูลกรรมการ-ผู้ถือหุ้นระวังผิด PDPA
Economic พาณิชย์เตือนรัฐ-เอกชน ใช้ข้อมูลกรรมการ-ผู้ถือหุ้นระวังผิด PDPA
สหรัฐแบนนำเข้า ‘หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์-อินเวอร์เตอร์’ รุ่นใหม่จากจีน
World สหรัฐแบนนำเข้า ‘หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์-อินเวอร์เตอร์’ รุ่นใหม่จากจีน
เตือนไทยเสี่ยง “Stagflation” สงคราม 3 สมรภูมิดันน้ำมันเกิน 100 ดอลลาร์ เงินเฟ้อพุ่ง 2.4-3.3%
Economic เตือนไทยเสี่ยง “Stagflation” สงคราม 3 สมรภูมิดันน้ำมันเกิน 100 ดอลลาร์ เงินเฟ้อพุ่ง 2.4-3.3%
อดีตทูตรัศม์  ขอโทษ “นายกฯอนุทิน”” ปมเพลงเถียนมี่มี่ หวั่นไทยเสียดุลการทูตยุค “หวานชื่น”
Politics อดีตทูตรัศม์ ขอโทษ “นายกฯอนุทิน”” ปมเพลงเถียนมี่มี่ หวั่นไทยเสียดุลการทูตยุค “หวานชื่น”
จับตา ‘ไต้ฝุ่นดอลฟิน’ แรงสุดระดับ 5 ถล่มญี่ปุ่น-จีน แต่ไม่กระทบไทย ฝนยังตกหนักถึง 1 ส.ค.
Economic จับตา ‘ไต้ฝุ่นดอลฟิน’ แรงสุดระดับ 5 ถล่มญี่ปุ่น-จีน แต่ไม่กระทบไทย ฝนยังตกหนักถึง 1 ส.ค.
ดูทั้งหมด

สภาผู้บริโภคชี้ กสทช.ถ่วงเวลา แผนทีวีดิจิทัลไม่คืบ หวั่นจอดับ-กลุ่มทุนงาบ

31 ธ.ค. 2568 | 16:29น.

สภาผู้บริโภคจี้ กสทช. เร่งคลอดโรดแมปทีวีดิจิทัล เตือน การแช่แข็งนโยบาย เสี่ยงทำฟรีทีวีจอดับ กระทบกลุ่มเปราะบางมากสุด ต้องดูทีวีอ่านเน็ต เปิดทางทุนผูกขาด-มิจฉาชีพ

น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ ประธานคณะอนุกรรมการด้านการสื่อสาร โทรคมนาคม และเทคโนโลยีสารสนเทศ สภาผู้บริโภค กล่าวว่า การที่คณะกรรมการ กสทช. ไม่มีแผน “โรดแมปทีวีดิจิทัล” และแผนกำกับดูแลรายการโทรทัศน์ที่แพร่ภาพและเสียงบนอินเทอร์เน็ต หรือระบบ โอทีที (OTT : Over the Top) มาเป็นเวลากว่า 2 ปีนั้น ปัญหาหลักเกิดจากความขาดเอกภาพภายในบอร์ด และความเหลื่อมล้ำในการพิจารณาวาระ ซึ่งตั้งข้อสังเกตว่าวาระด้านโทรคมนาคม เช่น การควบรวมค่ายมือถือ กลับได้รับความสำคัญและผ่านการอนุมัติอย่างรวดเร็ว แต่ในทางกลับกันวาระด้านทีวีดิจิทัลและวิทยุชุมชนกลับถูกทำให้กลายเป็นเสียงที่ถูกลืม และถูกด้อยค่าลงอย่างเห็นได้ชัด

ทั้งนี้เสนอทางออกให้ กสทช. เร่งตัดสินใจอย่างใดอย่างหนึ่ง ด้วยการแสดงความกล้าหาญทางจริยธรรมในการตัดสินใจ ดังนี้ 1. เร่งจัดทำแผนทีวีดิจิทัล โดยไม่ว่าจะผ่านวาระการประชุมของคณะกรรมการ กสทช. หรือไม่ สามารถตัดสินใจเพื่อให้เอกชนใช้สิทธิ์ทางปกครองต่อไปได้ แต่ไม่ใช่การแช่แข็งปัญหาไว้เช่นนี้ อีกแนวทางสามารถเสนอแก้กฎหมายหรือการออกแบบการประมูลใหม่ได้ 2. ส่วนแนวทางการออกแบบการประมูลใหม่ ไม่ควรเน้นที่ราคาประมูลสูงเกินไป แต่ควรสอดคล้องกับสภาพตลาดที่จำนวนคนดูน้อยลง และไม่จำเป็นต้องเน้นการเคาะราคาที่สูงจนเกินไปเหมือนในอดีต แต่ควรเน้นไปสร้างเงื่อนไขเพื่อประโยชน์สาธารณะ 3. เพิ่มเงื่อนไขคุ้มครองผู้บริโภค โดยหากเอกชนได้คลื่นในราคาที่เหมาะสม ต้องแลกด้วยเงื่อนไขการทำรายการเพื่อเด็ก เยาวชน คนพิการ และมาตรการความปลอดภัยไซเบอร์ที่เป็นบริการขั้นพื้นฐาน ไม่ใช่บริการเสริมที่ต้องเสียเงิน และ 4. การจัดสรรช่วงความถี่ที่เหมาะสมเพื่อให้เกิดผู้เล่นรายย่อยหรือทีวีชุมชน

“กสทช. ต้องแสดงความกล้าหาญทางจริยธรรมในการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย การเพิกเฉยต่อโรดแมปทีวีดิจิทัลไม่ใช่แค่ปัญหาทางธุรกิจ แต่คือการทำลายโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลข่าวสารของประเทศ ถึงเวลาที่ กสทช. ต้องเลิกแช่แข็งปัญหา หันมาคุ้มครองสิทธิของผู้บริโภคอย่างจริงจัง ก่อนที่ฟรีทีวีของประชาชนจะกลายเป็นเพียงอดีต” น.ส.สุภิญญา กล่าว

น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์

ทั้งนี้จากความไม่ชัดเจนที่ทำให้เกิดสุญญากาศในการกำกับดูแล โดยหากปล่อยให้ใบอนุญาตหมดอายุในปี 2572 โดยไม่มีแผนรองรับอาจเกิดสภาวะ “จอดับ” ที่สร้างความเสียหายต่ออุตสาหกรรมและผู้บริโภคอย่างมหาศาล และที่น่าห่วงมากสุดคือ การทำให้ฟรีทีวีต้องยุติการออกอากาศในประเทศไทย จากความไม่ชัดเจนของนโยบาย กสทช. แตกต่างจากในต่างประเทศที่ยังกำหนดนโยบายให้ต้องมีฟรีทีวี เพื่อทำให้ทุกคนได้เข้าถึงข้อมูลข่าวสารอย่างเท่าเทียม

สำหรับมุมมองในเรื่องฟรีทีวีนั้น ยังคงมีความจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับสังคมไทย และควรดำรงอยู่ต่อไปอีกอย่างน้อย 5-10 ปี จากเหตุผลเชิงลึกและแนวทางสนับสนุนหลายด้าน เนื่องจากการเป็นบริการพื้นฐานสำหรับผู้มีรายได้น้อยและคนที่อยู่ในพื้นที่ชนบท ดังนั้นฟรีทีวีถือเป็นบริการขั้นพื้นฐานที่ประชาชนสามารถเข้าถึงได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายในการเข้าถึง ซึ่งหากฟรีทีวีหายไป ประชาชนกลุ่มเปราะบาง เช่น ผู้สูงอายุ คนในชนบท หรือผู้ที่มีรายได้น้อย จะถูกผลักให้ไปรับข้อมูลข่าวสารผ่านทางออนไลน์เพียงอย่างเดียว ซึ่งมีต้นทุนค่าอินเทอร์เน็ตที่ต้องจ่ายเพิ่มขึ้น และบางกลุ่มอาจไม่มีเงินจ่ายค่าอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง

ขณะเดียวกันพฤติกรรมการรับชมของคนหลายช่วงวัย แม้ว่าเทคโนโลยีจะเปลี่ยนไป แต่คนกลุ่ม
เจเนอเรชันเอ็กซ์ และเบบี้บูมเมอร์ ยังคงมีความคุ้นเคยและต้องการดูข่าวหรือละครผ่านจอทีวีเพื่อความผ่อนคลายและประหยัดค่าใช้จ่าย การรับชมทีวีที่บ้านยังเป็นกิจกรรมที่สมาชิกในครอบครัวสามารถทำร่วมกันได้ ซึ่งต่างจากการดูผ่านหน้าจอโทรศัพท์มือถือ

อีกสิ่งที่น่ากังวลคือ การป้องกันการผูกขาดของกลุ่มทุนโทรคมนาคม โดยหากฟรีทีวีหายไปจากประเทศไทย ผู้ที่ได้รับประโยชน์สูงสุดคือผู้ให้บริการโทรคมนาคม ทั้งค่ายมือถือและผู้ให้บริการเน็ต ซึ่งปัจจุบันมีผู้เล่นหลักเพียง 2 ราย สิ่งนี้จะนำไปสู่ปัญหาเรื่อง “ความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึง” เนื่องจากราคาค่าบริการอินเทอร์เน็ตมีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อย ๆ อีกทั้งทีวีไม่ได้เป็นเพียงโมเดลธุรกิจ แต่ยังเป็น “เครื่องมือทางการเมือง” และเป็นพื้นที่สำหรับคอนเทนต์ที่มีความสร้างสรรค์ ซึ่งผู้สร้างควรมีช่องทางในการแสดงผลงานนอกเหนือจากแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียของต่างชาติ

“ความเสี่ยงจากสุญญากาศทางนโยบาย ในปัจจุบันใบอนุญาตทีวีดิจิทัลจะหมดอายุในปี 2572 หาก กสทช. ยังดองวาระ และไม่มีโรดแมปที่ชัดเจนภายใน 5 ปีข้างหน้า อาจทำให้ผู้ประกอบการไม่กล้าลงทุนต่อจนเกิดสภาวะจอดับ หรือทำให้ฟรีทีวีเหลือเพียงช่องของรัฐและกลุ่มทุนใหญ่เท่านั้น ซึ่งจะจำกัดทางเลือกของผู้บริโภคอย่างมาก ในระยะยาว ผู้ที่จะได้รับประโยชน์คือผู้ให้บริการโทรคมนาคมเพียงไม่กี่รายที่มีอำนาจเหนือตลาด ส่วนผู้บริโภคมีทางเลือกน้อยลง และอาจต้องกลับไปเผชิญกับยุคที่ทีวีถูกครอบงำโดยรัฐหรือกลุ่มทุนการเมืองใหญ่เท่านั้น” น.ส.สุภิญญา กล่าว

นอกจากนี้ การที่ กสทช. มีความล่าช้าในการทำแผนกำกับดูแลโอทีที ไม่เพียงแต่สร้างความได้เปรียบเสียเปรียบในการแข่งขันระหว่างแพลตฟอร์ม แต่ส่งผลต่อความปลอดภัยของผู้บริโภค ปัจจุบันมีปัญหาข้อพิพาทเรื่องการนำคอนเทนต์ฟรีทีวีไปออกอากาศบนโอทีที รวมถึงปัญหาการเข้าถึงรายการกีฬาสำคัญ อาทิ ซีเกมส์ ในช่วงที่ผ่านมา รวมถึงการไม่มีกติกาที่ชัดเจนยังเปิดช่องให้มิจฉาชีพและสแกมเมอร์ใช้แพลตฟอร์มเหล่านี้เข้าถึงผู้บริโภคได้ง่ายขึ้น รวมถึงมาตรการด้านความปลอดภัย เช่น การแจ้งเตือนภัยไซเบอร์ (Safety Alert) ควรเป็นบริการพื้นฐานที่ทุกค่ายต้องมี ไม่ใช่บริการเสริมที่ต้องจ่ายเงินเพิ่ม