Skip to content

โลว์ซีซั่น-สงคราม พ่นพิษ เศรษฐกิจอีสานดิ่ง ใช้จ่ายต่ำสุดในรอบ 5 ปี

07 ม.ค. 2569 | 15:29น.
โลว์ซีซั่น-สงคราม พ่นพิษ เศรษฐกิจอีสานดิ่ง ใช้จ่ายต่ำสุดในรอบ 5 ปี

สงครามชายแดนกัมพูชา-โลว์ซีซั่น กระทบเศรษฐกิจภาคอีสาน ไตรมาส 3/68 ทรุดหนัก รายได้เกษตร-หนี้ครัวเรือน-อุตสาหกรรม-ท่องเที่ยวหดตัว ส่งผลให้กำลังซื้อของประชาชนต่ำสุดในรอบ 5 ปี

ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ธปท.ภาคอีสาน) รายงานเศรษฐกิจไตรมาส 3/68 รายได้เกษตรกรกลับมาหดตัวเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน -5.8% จากราคายางพาราลดลงตามความต้องการของคู่ค้าที่ชะลอตัว ราคาข้าวเปลือกปรับลดจากปริมาณผลผลิตในตลาดโลกสูง ขณะที่ราคามันสำปะหลังหดตัวต่อจากความต้องการของจีนที่ลดลง ขณะที่ผลผลิตขยายตัวเล็กน้อยจากสภาพภูมิอากาศที่เอื้ออำนวย

ด้านอุตสาหกรรมหดตัว -6.5% โดยการแปรรูปแป้งมันสำปะหลัง ได้รับผลกระทบจากการปิดด่านกัมพูชา ทำให้ไม่สามารถนำเข้าวัตถุดิบได้ นอกจากนี้ การสีข้าวลดลงตามการสิ้นสุดฤดูกาลเก็บเกี่ยวข้าวนาปรัง ขณะที่การผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ชะลอตัว หลังมีการเร่งผลิตส่งออกก่อนบังคับใช้มาตรการภาษีสหรัฐ ส่วนหมวดเครื่องดื่มยังชะลอจากกำลังซื้อที่อ่อนลง

ขณะที่ภาคบริการท่องเที่ยวกลับมาหดตัว -3.8% จากความระมัดระวังในการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวไทย และความกังวลด้านความปลอดภัยในพื้นที่ชายแดน ส่งผลให้จำนวนผู้เยี่ยมเยือนชาวไทยและต่างชาติ รวมถึงรายได้การท่องเที่ยวลดลง และการบริโภคเอกชนหดตัวต่อเนื่อง โดยเฉพาะสินค้าอุปโภคบริโภคได้รับผลกระทบจากกำลังซื้อที่อ่อนแรง ผู้บริโภคเลือกใช้จ่ายมากขึ้น ขณะที่สินค้ากึ่งคงทนยังคงหดตัวต่อเนื่อง เช่น เฟอร์นิเจอร์ และเครื่องใช้ไฟฟ้าราคาสูง

ส่วนการค้าผ่านด่านศุลกากรหดตัว -1.2% การส่งออกไปจีนลดลง โดยเฉพาะทุเรียนสดและชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์ ขณะที่การส่งออกไปยังกัมพูชายังขยายตัว จากการเปลี่ยนเส้นทางไปใช้ด่านศุลกากรอื่นนอกพื้นที่ชายแดนกัมพูชา ส่วนการนำเข้าขยายตัวจากโทรศัพท์มือถือ เครื่องจักร และชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์

อย่างไรก็ดี การลงทุนภาคเอกชนกลับมาขยายตัวจากด้านก่อสร้าง 2.1% โดยพื้นที่ขออนุญาตก่อสร้างเพิ่มขึ้น ส่วนการลงทุนด้านเครื่องจักรและอุปกรณ์หดตัวต่อเนื่อง ด้านการลงทุนภาครัฐหดตัวจากผลของฐานสูงในปีก่อน แต่ยังอยู่ในระดับสูง โดยเฉพาะงบฯลงทุนที่ดินและสิ่งก่อสร้าง ส่งผลให้ยอดจำหน่ายปูนซีเมนต์ยังขยายตัว

กำลังซื้อต่ำสุดในรอบ 5 ปี

นายสมชาติ พงคพนาไกร รองประธานกรรมการหอการค้าไทย และประธานหอการค้าภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เปิดเผยว่า เศรษฐกิจภาคอีสานไตรมาส 3/68 หดตัวต่อเนื่องจากไตรมาสก่อน จากปัญหาชายแดนกัมพูชา รวมถึงเป็นช่วงฤดูฝนและโลว์ซีซั่นของการท่องเที่ยว นอกจากนี้ รายได้เกษตรกรหดตัวจากราคาสินค้าในตลาดโลกผันผวน รวมถึงภาคการผลิตและอุตสาหกรรมแปรรูปสินค้าเกษตร เป็นแรงกดดันให้เศรษฐกิจอีสานหดตัวลง ทำให้กำลังซื้อของประชาชนต่ำสุดในรอบ 5 ปี ซึ่งคาดว่าไตรมาส 4/68 เศรษฐกิจจะขยายตัวเล็กน้อยจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ

สมชาติ พงคพนาไกร
สมชาติ พงคพนาไกร

สงครามชายแดนทุบไฮซีซั่นอุดร

นายกัณฑ์พงศ์ สุระวรรณวิจิตร ประธานหอการค้าจังหวัดอุดรธานี กล่าวว่า ปี 2568 เป็นปีแห่งการประคองเศรษฐกิจ ซึ่งกำลังซื้อในช่วง 10 เดือนแรกของปี 2568 (มกราคม-ตุลาคม) ยังไม่กลับสู่ระดับก่อนวิกฤตโควิด ด้วยภาวะเงินเฟ้อทำให้ผู้บริโภคเน้นการใช้จ่ายของจำเป็นมากขึ้น ขณะที่สินค้าคงทนและสินค้าฟุ่มเฟือยชะลอตัวต่อเนื่อง

นอกจากนี้ยังมีปัจจัยเสี่ยงภายนอก โดยเฉพาะปัญหาชายแดนกัมพูชา แม้ไม่ได้รับผลกระทบโดยตรงในเชิงพื้นที่หรือการค้า แต่ได้รับผลกระทบทางอ้อมด้านความเชื่อมั่น คือ การท่องเที่ยว ซึ่งนักท่องเที่ยวต่างชาติมีความอ่อนไหวต่อประเด็นความมั่นคง โดยเมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2568 มีการยกเลิกเที่ยวบินตรงจากจีน 2 เส้นทาง (เส้นทางไห่โขว่-อุดรฯ และออร์โดส-อุดรฯ) กระทบต่อภาคธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร การขนส่ง และการจ้างงานในภาคบริการ สูญเสียรายได้กว่า 1,200 ล้านบาท ต่อมาการผลิตและการลงทุน หากปัญหาชายแดนยืดเยื้อ ความเสี่ยงที่นักลงทุนจะชะลอการตัดสินใจลงทุนใหม่ หรือการขยายกำลังการผลิตยิ่งสูงขึ้น แม้ในปัจจุบันยังไม่เห็นการย้ายฐานการผลิตก็ตาม

Esan
บรรยากาศตลาดช่องจอม หลังกองทัพภาคที่ 2 ออกคำสั่งด่วน ปรับเปลี่ยนเวลาและเงื่อนไขการเปิด-ปิดจุดผ่านแดนถาวรช่องจอม อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ เมื่อเดือนมิถุนายน 2568 ที่ผ่านมา

อ้อย-ข้าวโพด-มัน ราคาต่ำ

ด้าน นางธิดารัตน์ รอดอนันต์ ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า กลุ่มที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากสภาวะเศรษฐกิจถดถอยลง ได้แก่ กลุ่มอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์สันดาปและพลาสติก ภาคการท่องเที่ยว และบริการจากกำลังซื้อในประเทศที่ลดลง ราคาสินค้าเกษตรผันผวนตามตลาดโลก รวมถึงปัญหาชายแดนส่งผลต่อแรงงานและวัตถุดิบ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูป

ด้านราคาสินค้าเกษตร เนื่องจากปีนี้ราคาน้ำตาลในตลาดโลกถูกลง ทำให้ราคารับซื้ออ้อยถูกตามไปด้วย ต่อมาราคาข้าวโพด ประเทศจีนมีผลผลิตมากขึ้นและถูกลง ทำให้เกิดผลกระทบต่อความต้องการแป้งมัน และมันเส้นของไทย นอกจากนี้ ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบการกำหนดมาตรการการนำเข้าข้าวโพด GMO และข้าวสาลีสำหรับการผลิตอาหารสัตว์จากสหรัฐ จึงส่งผลให้ราคาข้าวโพด GMO ในประเทศลดต่ำลง

ขณะเดียวกัน ผลกระทบการปิดด่านการค้าชายแดนกัมพูชาทำให้โรงงานผลิตแป้งมันสำปะหลังต้องหันมาซื้อวัตถุดิบในประเทศ รวมถึงเหตุปะทะชายแดนทำให้โรงงานในพื้นที่ไม่สามารถทำการผลิตได้ ส่งผลให้ราคามันสำปะหลังและแป้งมันสำปะหลังปรับสูงขึ้น นอกจากนี้ วัตถุดิบอย่างมันสำปะหลังได้ถูกดึงเข้ามาให้โรงงานผลิตในจังหวัด สามารถเพิ่มกำลังผลิตในช่วงปลายปี อย่างไรก็ดี ด้วยเงินบาทไทยแข็งค่า ส่งผลกระทบให้ราคาแป้งมันสำปะหลังของไทยในตลาดโลกแพงกว่า ทำให้เสียความสามารถแข่งขันได้

อีสานกลาง-หนี้ครัวเรือนยังสูง

นายชาญณรงค์ บุริสตระกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัท อีสานพิมานกรุ๊ป จำกัด จ.ขอนแก่น ในฐานะประธานหอการค้ากลุ่มภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลาง กล่าวว่า ภาพรวมเศรษฐกิจภาคอีสานกำลังซื้อหดตัว จากพืชผลทางการเกษตรราคาตกต่ำทั้งข้าว มันสำปะหลัง ยางพาราที่เป็นรายได้หลัก รวมถึงปัญหาหนี้ครัวเรือนสูงขึ้น ส่วนการสู้รบชายแดนไทย-กัมพูชาไม่มีผลกระทบมาถึงจังหวัดในภาคอีสานตอนกลาง (ขอนแก่น, กาฬสินธุ์, มหาสารคาม และร้อยเอ็ด) แม้แต่ 4 จังหวัดอีสานใต้กระทบเฉพาะอำเภอติดชายแดนเท่านั้น ส่วนอำเภอเมืองแต่ละจังหวัดยังใช้ชีวิตกันปกติ เช่น จ.ศรีสะเกษ ได้จัดประกวดโยธวาทิตโลก TMMC 2025 และงานเทศกาลปีใหม่สี่เผ่าไทย เป็นต้น

Esan
บรรยากาศตลาดช่องจอม หลังกองทัพภาคที่ 2 ออกคำสั่งด่วน ปรับเปลี่ยนเวลาและเงื่อนไขการเปิด-ปิดจุดผ่านแดนถาวรช่องจอม อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ เมื่อเดือนมิถุนายน 2568 ที่ผ่านมา

ห่วงเศรษฐกิจอีสานใต้ซึมยาว

นายวิรัตน์ เศรษฐวิพัฒนชัย ประธานหอการค้าจังหวัดสุรินทร์ กล่าวว่า ภาพรวมเศรษฐกิจจังหวัดชะลอตัวมากกว่า 30% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันกับปีก่อน จากปัญหาชายแดนกัมพูชา ส่งผลกระทบต่อการค้าชายแดน รวมถึงภาคการท่องเที่ยว ธุรกิจร้านอาหาร โรงแรม และบริการทางการแพทย์ จากความกังวลด้านความปลอดภัย ทำให้รายได้หมุนเวียนในจังหวัดหายไป

ขณะเดียวกัน ภาคอุตสาหกรรมยังเผชิญปัญหาแรงงานชาวกัมพูชาที่หายไปเกือบทั้งหมด กระทบต่อกำลังการผลิตของโรงงานและผู้ประกอบการในจังหวัด นอกจากนี้ นักลงทุนเริ่มมองจังหวัดสุรินทร์เป็นพื้นที่เสี่ยง ซึ่งหากสถานการณ์ชายแดนยืดเยื้อจะเพิ่มความเสี่ยงในการย้ายฐานการผลิตและชะลอการลงทุนใหม่