แสนสิริเผยความสำเร็จโครงการ “Zero Dropout” ที่ดำเนินการในจังหวัดราชบุรีตั้งแต่ปี 2565-2568 กลายเป็นต้นแบบนโยบายการศึกษาระดับประเทศ หลังช่วยเหลือเด็กและเยาวชนกว่า 13,500 คน และสร้างระบบการศึกษายืดหยุ่น “1 โรงเรียน 3 รูปแบบ” ให้โรงเรียน 332 แห่งทั่วจังหวัด
บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำ ประสบความสำเร็จจากการดำเนินโครงการ “Zero Dropout : เด็กทุกคนต้องได้เรียน” ในจังหวัดราชบุรี จนกลายเป็นต้นแบบนโยบายการศึกษาระดับประเทศ
โดยโครงการที่เริ่มต้นจากแนวคิดความเสมอภาคทางการศึกษาเพื่อพัฒนาทุนมนุษย์ในวัยเยาว์ ได้รับการขับเคลื่อนร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการและกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ตั้งแต่ปี 2565-2568 ระยะเวลา 3 ปี
ผลสำเร็จที่เกิดขึ้นในระดับจังหวัดปรากฏชัดเจนจากตัวเลขเด็กและเยาวชนในและนอกระบบการศึกษาที่ได้รับความช่วยเหลือกว่า 13,500 คน ตั้งแต่ช่วงปฐมวัยถึงอายุ 24 ปี ผ่านกลไกการทำงานหลากหลายรูปแบบ อาทิ 1 โรงเรียน 3 รูปแบบ ทุนรอยต่อ ป.6/ม.3 อาสาสมัคร 3 พลัง ศูนย์การเรียนสร้างโอกาส โมเดลชีวิตเด็กนอกระบบ และ Learn to Earn กับสถานประกอบการในพื้นที่
การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นครอบคลุมทั้งระบบการศึกษาของจังหวัด โรงเรียน 332 แห่งในจังหวัดราชบุรีทั้งหมดเปลี่ยนเป็นพื้นที่เรียนรู้ยืดหยุ่นรูปแบบ “1 โรงเรียน 3 รูปแบบ” ช่วยให้เด็กที่ต้องทำงาน เด็กยากจน เด็กมีภาระครอบครัว หรือเด็กนอกระบบสามารถกลับมาเรียนจบได้โดยไม่ต้องทิ้งภาระชีวิต การตั้งศูนย์การเรียนสร้างโอกาสแห่งแรกของจังหวัดเพื่อรองรับเด็กกลุ่มพิเศษ ทั้งเด็กพิการ เด็กไร้สัญชาติ เด็กที่เคยหลุดออกนอกระบบ ให้มีเส้นทางเรียนรู้ที่ยืดหยุ่นและเหมาะกับชีวิต
การสร้างระบบข้อมูลเด็กหลุดจากการศึกษาที่ระบุตัวตนได้และใช้ร่วมกันระหว่างหน่วยงานในจังหวัด เพื่อไม่ให้เด็กคนใดตกหล่นจากสายตาของระบบ รวมถึงการเสริมพลังชุมชน 10 พื้นที่นำร่องให้เป็นเจ้าของแผนป้องกันเด็กหลุดของตัวเอง โดยสามารถใช้ทุนชุมชนและเครือข่ายท้องถิ่นในการดูแลเด็กและเยาวชนในระยะยาวได้เองโดยไม่ต้องรอคอยโครงการภายนอก

ในระดับประเทศ โครงการนี้บรรลุเป้าหมายการเป็นโมเดลต้นแบบของการดำเนินนโยบาย “Thailand Zero Dropout” ภายใต้ความร่วมมือในระดับจังหวัดและการทำงานเชิงรุกเพื่อช่วยเหลือกลุ่มเป้าหมาย โดยเฉพาะโครงการพัฒนาแผนชุมชนในการป้องกันเด็กเสี่ยงหลุดจากระบบการศึกษาที่ลงลึกถึงพลังของชุมชน เปลี่ยนบทบาทของชุมชนจากการเป็นผู้รับความช่วยเหลือมาสู่การเป็นเจ้าของการเปลี่ยนแปลง รวมไปถึงการพัฒนาระบบนิเวศการศึกษายืดหยุ่นที่ตอบโจทย์ชีวิต
โมเดลต้นแบบดังกล่าวได้รับการจัดทำเป็นคู่มือการจัดการศึกษาที่ยืดหยุ่นด้วย 1 โรงเรียน 3 รูปแบบสำหรับสถานศึกษาขั้นพื้นฐานสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อใช้ขยายผลไปทั่วประเทศ ซึ่งได้ประกาศใช้แนวทางอย่างเป็นทางการให้แก่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศไปเมื่อปี 2568 ที่ผ่านมา นอกจากนี้ยังจัดทำหลักสูตรถ่ายทอดองค์ความรู้ให้แก่สถานศึกษา ผู้สนใจด้านการจัดการศึกษา ผู้ดูแลเด็กและเยาวชนทั่วประเทศ
สมัชชา พรหมศิริ Chief of Staff บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่าตัวเลข 13,500 คนที่ได้รับการช่วยเหลือเป็นเพียงจุดเริ่มต้น สิ่งที่มีค่ากว่าคือระบบที่จังหวัดราชบุรีสร้างขึ้น ทั้งข้อมูลเด็กหลุด กลไกระดับจังหวัด ครูที่ทำงานแบบยืดหยุ่น ชุมชนที่ลุกขึ้นมาดูแลลูกหลานตัวเอง เพราะนี่คือสิ่งที่จะทำให้เด็กในรุ่นต่อไปไม่ต้องหลุดจากโอกาสอีก
นับเป็นความสำเร็จอย่างยิ่งในการสร้างแรงกระเพื่อมในระดับประเทศ จากการเป็นโครงการของภาคเอกชนที่เริ่มต้นจากจังหวัดเดียว แต่สามารถขยายผลไปสู่การเป็นกรอบนโยบายของประเทศด้านการศึกษาที่ยืดหยุ่น ทำให้เกิดผลลัพธ์ที่ยิ่งใหญ่ในการขับเคลื่อนทุนมนุษย์ของประเทศด้วยการศึกษาอย่างเสมอภาค เป็นกำลังหลักในการพัฒนาประเทศชาติในอนาคต

โครงการมีจุดเด่น 5 ประการสำคัญ ได้แก่ การมีระบบข้อมูลเด็กหลุดจากระบบการศึกษาที่สามารถระบุตัวตนได้ การมีกลไกอาสาสมัครด้านการศึกษาที่เป็นผู้จัดการรายกรณีทำหน้าที่ติดตามค้นหาและดูแลเด็ก การมีส่วนร่วมของภาคเอกชนในการสนับสนุนและขับเคลื่อนงานด้านการศึกษาของจังหวัด
รวมถึงมีสถาบันการศึกษาที่ร่วมกันวางแนวทางส่งต่อเด็กเยาวชนข้ามช่วงชั้นการศึกษาแบบไร้รอยต่อ การมีสมัชชาการศึกษาที่บูรณาการหน่วยงาน ข้อมูล และทรัพยากรในด้านต่าง ๆ ของทั้งจังหวัด และการเป็นพื้นที่ต้นแบบนวัตกรรมการศึกษา 1 โรงเรียน 3 รูปแบบ ซึ่งจะเป็นเครื่องมือช่วยให้เด็กและเยาวชนเข้าถึงการศึกษาที่มีทางเลือกและยืดหยุ่นได้ตามบริบทชีวิต
ที่ผ่านมาแสนสิริได้เข้าไปสนับสนุนและขับเคลื่อนงานด้านการศึกษาต่าง ๆ ของจังหวัดราชบุรีในรูปแบบการศึกษายืดหยุ่น 1 โรงเรียน 3 รูปแบบ และเป็นผู้สนับสนุนเงินทุนจำนวน 100 ล้านบาท ผ่านนวัตกรรมทางการเงินด้วยการออกหุ้นกู้เพื่อลงทุนทางการศึกษา ถือเป็นภาคเอกชนรายแรกที่ดำเนินการในเรื่องนี้

สมัชชากล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับแสนสิริ เราไม่ได้มองโครงการนี้ว่าเป็นแค่ CSR ของบริษัท แต่มองเป็นต้นแบบนโยบายสาธารณะที่พิสูจน์แล้วในจังหวัดราชบุรี และวันนี้กำลังถูกขยายผลในระดับประเทศ เราไม่ได้ช่วยแค่ทุนแต่มีส่วนสร้างระบบข้อมูล กลไกระดับจังหวัด ดังนั้นถึงโครงการนี้จะสิ้นสุดลงตามระยะเวลาดำเนินการ แต่กลไกที่สร้างไว้ยังคงเดินต่อไปได้ เราภูมิใจที่ได้เห็นไอเดียที่เริ่มจากจังหวัดเดียวไปอยู่ในกรอบ Thailand Zero Dropout ของรัฐบาล
จากความสำเร็จในการดำเนินโครงการราชบุรี Zero Dropout ได้โชว์ให้เห็นถึงแก่นคิดในการดำเนินกิจกรรมเพื่อรับผิดชอบต่อสังคมของแสนสิริว่าไม่ได้มองภาพความสำเร็จจากจำนวนโครงการ หากแต่ให้ความสำคัญกับการเป็นผู้ออกแบบเชิงระบบให้กับประเทศ ร่วมกับภาครัฐและชุมชน โดยนำความสำเร็จไปเป็นต้นแบบที่ประเทศจะนำไปใช้ได้จริง ในที่นี้คือการเป็นผู้ร่วมออกแบบแพลตฟอร์มการศึกษาที่ยืดหยุ่นของประเทศ
ในอดีตโครงการ CSR อาจหมายถึงการสร้างอาคาร มอบทุน สิ่งของ ทว่าวันนี้บทบาทของภาคเอกชนไปไกลกว่านั้น คือเป็นผู้ร่วมออกแบบโครงสร้างพื้นฐานทางสังคมให้ประเทศ และราชบุรี Zero Dropout คือหนึ่งในตัวอย่างที่พิสูจน์แล้วว่าทำได้จริง