คอลัมน์ : บทบรรณาธิการ
โพลมติชน-เดลินิวส์ สำรวจ 18-30 ธันวาคม 2568 ถาม 2 คำถามคือ 1.บุคคลที่อยากให้เป็นนายกฯ และ 2.พรรคการเมืองที่ต้องการสนับสนุน ผลการสำรวจเปิดเผยเมื่อวันที่ 8 ม.ค. 2569
พบว่าบุคคลที่กลุ่มตัวอย่างอยากให้เป็นนายกรัฐมนตรี อันดับ 1 นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย 39.2% อันดับ 2 นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ พรรคประชาชน 38.8% อันดับ 3.น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล พรรคประชาชน 3.2% อันดับ 4 นายจตุพร บุรุษพัฒน์ พรรคโอกาสใหม่ 3.2% อันดับ 5.คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ อยู่ในอันดับเดียวกับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ภูมิใจไทย 2.7% อันดับ 6 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ พรรคประชาธิปัตย์ 2.4% ฯลฯ
พรรคที่กลุ่มตัวอย่างจะสนับสนุนในการเลือกตั้ง 2569 อันดับ 1 พรรคประชาชน 45.1% อันดับ 2 พรรคเพื่อไทย 39.5% อันดับ 3 พรรคโอกาสใหม่ 3.2% อันดับ 4 พรรคภูมิใจไทย 3.1% อันดับ 5 พรรคไทยสร้างไทย 2.6% อันดับ 6 พรรคประชาธิปัตย์ 2.4% ฯลฯ
นายสติธร ธนานิธิโชติ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วิเคราะห์ผลสำรวจ ระบุว่าโพลสะท้อนภาพการเมืองออนไลน์ค่อนข้างชัดว่า พรรคเพื่อไทยและพรรคประชาชนเป็นสองขั้วหลักที่ครองใจชาวเน็ตและคอการเมืองอย่างต่อเนื่อง คะแนนของนายยศชนันท์เหนือนายณัฐพงษ์จากพรรคประชาชนแบบฉิวเฉียด สะท้อนการแข่งขันที่ยัง “สูสี” ในเชิงโครงสร้างคะแนน พรรคประชาชนเสนอแคนดิเดตมากกว่า 1 คน
ทำให้คะแนนกระจายไปยัง น.ส.ศิริกัญญาและนายวีระยุทธ ขณะที่พรรคเพื่อไทยชูนายยศชนันเป็นตัวเลือกคนเดียว ส่งผลให้คะแนนรวมของแคนดิเดตเพื่อไทยดู “เข้มข้น” มากกว่า แต่โดยรวมพรรคประชาชนยังนำอยู่ ภาพนี้บอกเราว่าการแข่งขันตำแหน่งนายกฯยังจำกัดอยู่ในสองชื่อหลัก และยังเปิดกว้างต่อการเปลี่ยนแปลงตามจังหวะการสื่อสารทางการเมืองในระยะถัดไป
สำหรับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ผลสำรวจชี้ว่าเบียดแทรกในแพลตฟอร์มออนไลน์ได้ค่อนข้างยากเมื่อเทียบกับ 2 พรรคใหญ่ข้างต้น อย่างไรก็ตาม การสำรวจอยู่ในระยะเริ่มต้นของการเลือกตั้งมาก ๆ ทำให้หลายเรื่องอย่างการเปิดตัว “3 รัฐมนตรีโดนใจ” บทบาทนายกฯในเรื่องไทย-กัมพูชายังไม่มีผล
ในทำนองเดียวกัน พรรคประชาธิปัตย์และ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ระยะหลังคะแนนในกรุงเทพฯ และภาคใต้ ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ภาพรวมชี้ว่าโพลรอบแรกนี้เป็นเพียง “ภาพตั้งต้น” คงต้องติดตามกันต่อในโพลรอบสองที่จะเริ่มต้น 9 มกราคมถึง 15 มกราคม 2569 นี้ การเลือกตั้งเป็นการแข่งขันทางนโยบายของพรรคและคุณสมบัติของผู้สมัคร
ผลสำรวจหรือโพลเป็นประโยชน์ในแง่ที่ช่วยให้แต่ละพรรครับทราบจุดอ่อนจุดแข็ง เพื่อปรับปรุงแนวทางการหาเสียง ชี้แจงทำความเข้าใจต่อประชาชน ในเวลาที่ยังเหลืออยู่ประมาณ 30 วัน การสื่อสารทางการเมืองในเวลาที่เหลืออยู่จึงมีความสำคัญ อาจเพิ่มหรือลดคะแนนนิยมสำหรับแต่ละพรรคได้ ซึ่งน่าจะได้เห็นเมื่อมีการเปิดเผยผลสำรวจในรอบที่สองดังกล่าว